ข้อความต้นฉบับในหน้า
เขามีที่พักผ่อนที่เขาอาจอยู่ลำพังโดยไม่ถูก ก็ไม่มีกำลังกล้าแข็ง กลับจะเหี่ยวแห้งลงไป ๆ ทุกที สรุป
รบกวนได้ทุก ๆ วัน ทำงานได้โดยไม่ต้องรีบร้อน
คิดฝันได้เพื่อกำหนดแผนการส่งเสริมพื้นดินให้ดีขึ้น
เพิ่มปริมาณผลิตผล เปิดเผยความลับที่บัดนี้ถูกเก็บ
อยู่ในโลก โดยสรุปก็คือ เพื่อทำให้ที่อาศัยของ
มนุษย์ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในบัดนี้
สถานที่นี้เป็นโรงงานที่เขาทำงานกับพระเจ้าได้
คำวิจารณ์
(ของผู้แปลและเรียบเรียง)
เป็นเรื่องที่น่าคิดว่า เหตุใดคาร์เวอร์จึงกลายเป็น
คนปรารถนาน้อย ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่ได้กระทำขึ้น
ก็คือบุคคลในพระธรรมวินัยเอาชนะกิเลสได้ด้วยการ
ทำใจชนะตนเอง ส่วนคาร์เวอร์เอาชนะได้ด้วยมี
เหยื่อล่อ วิธีที่กล่าวหลังนี้จะให้สูงขึ้นไปอีกไม่ได้ เพราะ
ยังติดอยู่กับเหยื่อนั้น แต่ก็ดีมากอยู่แล้วที่ทำได้อย่าง
คาร์เวอร์สมควรเป็นที่ยกย่อง ถ้าคาร์เวอร์ได้เข้ามาพบ
พระธรรมวินัยแห่งพระพุทธศาสนา โดยที่มีกิเลสเบาบาง
เช่นนี้อยู่แล้ว ก็คงจะมีหวังบรรลุถึงขั้นสูงได้มากทีเดียว
ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่ควรยกขึ้นมาพิจารณาด้วย
คือเราคงยอมรับกันแล้วว่าคาร์เวอร์เป็นผู้มีปัญญามาก
เมื่อพิจารณาประวัติตั้งแต่ยังเล็กแล้ว ดูไม่น่าเชื่อว่า
จะมีปัญญาได้เลย เพราะร่างกายก็ไม่สมประกอบ
ติดต่อกันเรื่อยมานั้นอาจเป็นเหตุให้ปีติปราโมทย์อย่างสูง สมองก็ไม่สมบูรณ์ อ่อนแอทั้งร่างกายและสมอง พูดก็
ติดต่อกันเป็นลำดับ จนกลบความปรารถนาใด ๆ เสียสิ้น
สิ่งอื่นนอกจากปีติไม่มีความหมายแก่เขาเลย เศรษฐี
ผู้ทำการสำเร็จในทางทรัพย์มามากมาย จะมีปีติเพียง
มีนาคม ๒๕๓๒
เพราะความยินดีในทางได้ทรัพย์ย่อมมีความกังวล
ตามมาด้วยเช่นจะต้องมีธุระในการรักษาทรัพย์ การ
ใช้ทรัพย์ การป้องกันการถูกเบียดเบียนทรัพย์ การคิดหา
ประโยชน์เพิ่มเติมทรัพย์ ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วไปด้วยกังวล
ที่คอยตัดทอนความยินดีให้น้อยลงทั้งสิ้น ส่วนในทาง
คิดค้นอย่างที่คาร์เวอร์กระทำ ย่อมมีแต่ปีติอย่างเดียว
ไม่มีความกังวลใด ๆ มาตัดทอน เมื่อเขาได้ประสบภาวะ
ไม่ได้ราวกับเป็นใบ้ เมื่อพิจารณาทั้งร่างกายและสมอง
ในทุก ๆ ทางแล้ว จะเห็นว่าเขาจะมีปัญญาไม่ได้เลย
อีกประการหนึ่งในทางฐานะ เขาก็เป็นนิโกรและเป็น
หนึ่งในร้อยของปีติในเมื่อได้ค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ก็ไม่ได้ ลูกทาสยากจนกระทั่งถึงที่สุดดังนี้ก็ยิ่งหนักใหญ่ แต่
เหตุใดล่ะเขาจึงมีปัญญาได้ และมีดีกว่าคนจำนวนมาก
ที่มีร่างกายและสมองเป็นปกติทั้งมั่งมีเงินทองที่จะช่วย
ในการศึกษาปัญญาได้เสียอีกด้วย เมื่อพิจารณาอย่าง
ละเอียดแล้วก็จะเห็นว่าสิ่งที่คาร์เวอร์มีลักษณะแปลก
จากคนทั่วไปก็คือ ไม่มีความปรารถนาสิ่งใดนอกจาก
การศึกษา เพลิดเพลินไปในการหาปัญญาหาด้วย
การทดลองหาความจริง คงจะเป็นเพราะมีสมาธิ
สับสนอันเกิดจากอกุศลทั้งจากตนเองและจากผู้อื่น
สงบ ปัญญาจึงได้เกิดขึ้น แก้ความบกพร่องอันเป็น
เหตุให้ปัญญาเสื่อมเสียได้ ทั้งเพิ่มพูนให้มากกว่า
เช่นนี้แล้ว เขาจึงติดอยู่ไม่แลเห็นว่าจะมีภาวะอย่างอื่นใด แน่วแน่ในการศึกษาทางเดียวนี้เอง ความวุ่นวาย
ที่ดีกว่าอีกเลย
คาร์เว่อร์เป็นตัวอย่างจริงที่เป็นผู้มีอกุศลมูล จึงไม่มารบกวนเขาเลย จิตใจสว่างสะอาดและ
(โลภะ โทสะ โมหะ) อยู่ในตนอย่างเบาบาง ถ้าใคร
สงสัยในหลักธรรมแห่งพระพุทธศาสนา ก็จะเห็นได้ชัดเจน
จากตัวอย่างชีวิตจริงนี้ แสดงว่าอกุศลมูลนั้นอาจขัดเกลา คนทั่วไปเสียอีกด้วยเพราะฉะนั้นจึงเป็นการพิสูจน์
ให้เบาบางลงได้จะเป็นเพราะความสามารถชนะตนเอง หลักธรรมในพระพุทธศาสนาที่ว่าต้องละกิเลส
หรือต้องมีเครื่องล่อก็ตามที ผู้ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย เสียก่อนจึงจะมีปัญญาและเห็นธรรมได้ดี ทั้งนี้
แห่งพระพุทธศาสนาใช้วิธีฝึกจิตชนะจิตหรือชนะตนเอง
เป็นการตัดปัญหาที่มีผู้ยกขึ้นมาคัดค้านว่า “ถ้าไม่มีโลภ
อาสวกิเลสจึงเบาบางลงบางลงจนหมดสิ้น ไม่มีเชื้อ ก็ไม่เจริญ” เสียสิ้นเพราะคาร์เวอร์ทำงานมากกว่าใคร ๆ
ไม่มีชาติอีกต่อไป ที่เรียกว่า นิพพาน ส่วนคาร์เวอร์
ต้องอาศัยสิ่งล่อจึงได้เหินห่างไปจากกิเลส เฉพาะโลก
ดูเหมือนคาร์เวอร์เกือบไม่มีอยู่เลย เป็นเพราะกำแพง
ประเพณีและความสนใจอันแน่วแน่บันดาลให้พุ่งตรงไป
อยู่ที่กิจกรรมอันชอบใจ เป็นสิ่งป้องกันมิให้มีโอกาส
ได้ลิ้มรสโลกธรรมได้ เมื่อไม่เคยเสพย์รสขันธ์ห้า
ที่มีโลภมากเสียอีก ทั้งทำให้เกิดผลที่เชื่อได้แน่ว่าจะ
ไม่เป็นไปในทางทำลายได้เลย นี่เป็นตัวอย่างจริงของคน
ที่ขยันทำงานโดยไม่ต้องมีโลภอย่างคนทั่วไป
อ่านต่อฉบับหน้า
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๑๐๔