ประวัติศาสตร์เมืองแมนเชสเตอร์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 8 หน้า 46
หน้าที่ 46 / 118

สรุปเนื้อหา

เป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังเป็นที่ตั้งของ ที่ทำการพรรคแรงงาน (Labor Party) ที่มี นายเดวิส สตีล เป็นหัวหน้าพรรค ในอดีตนั้น เมืองแมนเชสเตอร์ได้ถูก กล่าวขานไว้ในนิตยสารเป็นจำนวนมาก นักประพันธ์ชาวอังกฤษคนหนึ่งชื่อ ชาร์ลส์ ดิคเก้นส์ (Charles Dickens) ได้เคยบรรยาย ถึงเมืองนี้ไว้ว่า เมืองนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศ ที่หดหู่หม่นหมอง ด้วยโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีอยู่มากมายปล่อยควันสีดำทะมึนออกมา ปนกับเมฆหมอก เกิดหมอกควันปกคลุมอยู่ ทั่วไป แม่น้ำเน่าเสียมีสีดำ กรรมกรแต่งตัว ปอน ๆ และมีชีวิตอยู่เหมือนเครื่องจักร ท่ามกลางมลภาวะเน่าเสียทั้งหลาย ในยุคนั้น เมืองแมนเชสเตอร์ก็เป็นที่ให้กำเนิด แนวความคิดทางด้านสังคมนิยมของนักคิด คนสำคัญผู้หนึ่งของโลก ในระหว่างที่เขา ได้เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอังกฤษในยุค การปฏิวัติทาง

หัวข้อประเด็น

- ประวัติศาสตร์เมืองแมนเชสเตอร์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เป็นเมืองอุตสาหกรรม และยังเป็นที่ตั้งของ ที่ทำการพรรคแรงงาน (Labor Party) ที่มี นายเดวิส สตีล เป็นหัวหน้าพรรค ในอดีตนั้น เมืองแมนเชสเตอร์ได้ถูก กล่าวขานไว้ในนิตยสารเป็นจำนวนมาก นักประพันธ์ชาวอังกฤษคนหนึ่งชื่อ ชาร์ลส์ ดิคเก้นส์ (Charles Dickens) ได้เคยบรรยาย ถึงเมืองนี้ไว้ว่า เมืองนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศ ที่หดหู่หม่นหมอง ด้วยโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีอยู่มากมายปล่อยควันสีดำทะมึนออกมา ปนกับเมฆหมอก เกิดหมอกควันปกคลุมอยู่ ทั่วไป แม่น้ำเน่าเสียมีสีดำ กรรมกรแต่งตัว ปอน ๆ และมีชีวิตอยู่เหมือนเครื่องจักร ท่ามกลางมลภาวะเน่าเสียทั้งหลาย ในยุคนั้น เมืองแมนเชสเตอร์ก็เป็นที่ให้กำเนิด แนวความคิดทางด้านสังคมนิยมของนักคิด คนสำคัญผู้หนึ่งของโลก ในระหว่างที่เขา ได้เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอังกฤษในยุค การปฏิวัติทางอุตสาหกรรม และนำมาเขียน เป็นหนังสือ ซึ่งต่อมาภายหลังได้สั่นสะเทือน ระบบการเมือง การปกครองในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก หนังสือเล่มนั้นก็คือ คำประกาศ ของคอมมิวนิสต์ (Communist Manifesto) และนักคิดผู้นั้นก็คือ คาร์ล ไฮน์ริค มาร์กซ์ (Karl Heinrich Marx ค.ศ. ๑๘๑๘-๑๘๘๓) ซึ่งเขาได้เขียนร่วมกันกับเพื่อนที่ชื่อ ฟรีดริช เองเกลส์ (Friedrich Engels) ในปี ค.ศ. 3228 การปฏิวัติอุตสาหกรรมเริ่มต้นขึ้นใน ยุโรป เมื่อมีการค้นคว้าและคิดประดิษฐ์ เครื่องมือใหม่ ๆ ที่ใช้แทนแรงงานมนุษย์ เช่น เครื่องทอผ้า เครื่องจักรไอน้ำ เครื่องมือที่ใช้ ในการเกษตร ฯลฯ ความจำเป็นที่จะต้องใช้ แรงงานคนก็ลดน้อยลงไป เจ้าของโรงงาน ก็หันมาใช้เครื่องมือ เครื่องจักรใหม่ ๆ มาแทน โดยเริ่มในประเทศอังกฤษก่อน ในคริสต์ ศตวรรษที่ ๑๘ มีการสร้างโรงงานอุตสาห กรรมขึ้นมากมายในเมืองแมนเชสเตอร์ โดย เฉพาะอุตสาหกรรมทอผ้าฝ้าย มีมากที่สุด ๔๔ ก ล ย า ณ ม ต ร แห่งหนึ่งในโลก จากนั้นปัญหาแรงงาน และ การเอารัดเอาเปรียบก็เกิดขึ้นตามมา คาร์ล มาร์กซ์ ได้เข้าไปเห็นสภาพสังคม อุตสาหกรรมในอังกฤษ จึงเกิดความคิดที่จะ ให้กรรมกรรวมตัวกันเพื่อขจัดความเลื่อมล้ำ การแบ่งชั้นวรรณะ ต่อต้านชนชั้นศักดินา และกระดุมพี แต่แท้จริงแล้วเขาไม่ใช่คน อังกฤษแต่กำเนิด จึงไม่อาจเข้าใจถ่องแท้ใน ระบบสังคมของอังกฤษ การปกครองระบอบ ประชาธิปไตย ทำให้ชาวอังกฤษสามารถ ปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาห กรรมได้โดยไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง แต่ ผลงานของเขาก็ไปทำให้เกิดการปฏิวัติที่รุนแรง โดยชนชั้นกรรมาชีพ ทั้งในฝรั่งเศส เยอรมัน สหภาพโซเวียต ฯลฯ ในเวลาต่อมา ในระยะเริ่มต้นนั้น พวกกรรมาชีพมี ความเป็นอยู่ที่ตกต่ำอย่างมาก ในบันทึก ประวัติศาสตร์บางแห่งได้เล่าว่า ผู้ยากจน เหล่านี้จำเป็นต้องมาอยู่ในอุโมงค์เล็ก ๆ ที่ คับแคบอย่างยากลำบากและอดอยากเป็นที่สุด เพื่อมาขายแรงงานของตนให้กับเจ้าของโรง งานอุตสาหกรรม ภายหลังเมืองแมนเชสเตอร์ ก็มีการเจริญเติบโต และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย มีสถาบันทางการศึกษาที่มี ชื่อเสียงเกิดขึ้น มีการจัดระบบของเมืองให้ดีขึ้น ภาพในอดีตของเมืองแมนเชสเตอร์ ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนอังกฤษอย่าง ไม่ลืมเลือน ทุกวันนี้ภาพโรงงานทอผ้าฝ้าย ซึ่งต้องปิดตัวเองไป เพราะสภาพสังคมที่เปลี่ยน แปลงก็หาดูได้ไม่ยากนัก แต่ภาพความคับแค้น ของคนยากจนก็ดี ความเป็นอยู่แบบสลัมซึ่ง มีอยู่ในยุคนั้นก็ดี ปัจจุบันนี้ก็ถูกแทนที่ด้วย บ้านขนาดย่อม ๆ ซึ่งกระจายไปอยู่ตามส่วน ต่าง ๆ ของมหานครซึ่งใหญ่เป็นอันดับสาม ของอังกฤษแห่งนี้ จะมีสักกี่คนที่จะทราบว่า เมืองนี้มี ชื่อเสียงที่ควรจารึกไว้ในประวัติพุทธศาสนา คือพุทธศาสนาแบบเถรวาทได้หยั่งราก ลงในอังกฤษเป็นครั้งแรกที่เมืองนี้ เมื่อ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More