การต้อนรับแขก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 8 หน้า 79
หน้าที่ 79 / 118

สรุปเนื้อหา

การต้อนรับเป็นหน้าที่ของ กัลยาณมิตร หลวงพ่อสั่งกำชับเจ้าหน้าที่วัดอยู่เสมอ ว่า ถ้ามีพระภิกษุ หรืออุบาสก อุบาสิกาจาก ที่อื่นมาเยี่ยมวัดเรา ให้ต้อนรับให้ดี ท่าน อาจเป็นชาวชนบทที่ดูไม่ค่อยรู้ประสีประสา อะไรนักเกี่ยวกับเรื่องในบ้านในเมือง แต่ถ้า เมื่อไรต้องไปปักกลดอยู่กลางป่า หรือต้องการ ไปเผยแผ่พระศาสนาในชนบทละก็ เราสู้ท่าน ไม่ได้ เราจะต้องไปเรียนรู้อะไรอีกหลาย ๆ อย่างจากท่านเหล่านี้ เพราะฉะนั้น เมื่อท่าน มาถึงวัดเราแล้ว ต้องให้ความอบอุ่นเป็นกันเอง กับท่านให้มาก อย่างโบราณท่านว่า “ใคร มาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเอาไว้แล้ว ในสัมมาทิฐิ ๔ ประการ มีข้อหนึ่งคือ เคารพ ในการปฏิสันถาร คือให้ความเคารพใน การต้อนรับแขก ถ้าขาดความเคารพ ไม่เห็น ความสำคัญของการต้อนรับแขกเมื่อไร ก็ถือว่า

หัวข้อประเด็น

- การต้อนรับแขก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

การต้อนรับเป็นหน้าที่ของ กัลยาณมิตร หลวงพ่อสั่งกำชับเจ้าหน้าที่วัดอยู่เสมอ ว่า ถ้ามีพระภิกษุ หรืออุบาสก อุบาสิกาจาก ที่อื่นมาเยี่ยมวัดเรา ให้ต้อนรับให้ดี ท่าน อาจเป็นชาวชนบทที่ดูไม่ค่อยรู้ประสีประสา อะไรนักเกี่ยวกับเรื่องในบ้านในเมือง แต่ถ้า เมื่อไรต้องไปปักกลดอยู่กลางป่า หรือต้องการ ไปเผยแผ่พระศาสนาในชนบทละก็ เราสู้ท่าน ไม่ได้ เราจะต้องไปเรียนรู้อะไรอีกหลาย ๆ อย่างจากท่านเหล่านี้ เพราะฉะนั้น เมื่อท่าน มาถึงวัดเราแล้ว ต้องให้ความอบอุ่นเป็นกันเอง กับท่านให้มาก อย่างโบราณท่านว่า “ใคร มาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเอาไว้แล้ว ในสัมมาทิฐิ ๔ ประการ มีข้อหนึ่งคือ เคารพ ในการปฏิสันถาร คือให้ความเคารพใน การต้อนรับแขก ถ้าขาดความเคารพ ไม่เห็น ความสำคัญของการต้อนรับแขกเมื่อไร ก็ถือว่า คนนั้นเป็นมิจฉาทิฐิแล้ว พวกเราทุกคนที่มาวัดเป็นประจำ ถึงแม้ ไม่ได้สมัครเป็นเจ้าหน้าที่วัดแผนกใดก็ต้อง ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่วัด เป็นเจ้าของวัดโดย ปริยาย มีหน้าที่ต้อนรับแขกทุกคน เห็นใคร ทำท่าเป็นคนแปลกหน้าเข้ามา ต้องรีบเข้าไป ต้อนรับเขา เพราะท่าอย่างนั้นแสดงว่าเขา เพิ่งมาวัดเราเป็นครั้งแรก หรืออาจไม่เคย เข้าวัดเลยก็เป็นได้ ยกมือไหว้ ไต่ถามเขาให้ดี เขาอยากจะไปที่ไหน อยากจะทำอะไร ก็ช่วย แนะนำพาไปให้ถึงที่ อย่าปล่อยให้เขาเก้อเขิน ต่อไปภายหน้าเขาอาจจะเป็นกำลังให้พระ ศาสนา ช่วยเราเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอน ของพระพุทธองค์อีกแรงหนึ่ง ให้บุญเขาเราก็ ได้บุญด้วย ช่วยกันนะ ใครที่เจอแขกแล้วหลบปล่อยให้เขา เคว้งคว้าง เก้อเขิน พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงจัดไว้เป็นพวกมิจฉาทิฐิ แล้วก็เป็นกัล ยาณมิตรไม่ได้ด้วย เข้าวัดแล้วข้อนี้อย่าให้ พลาดนะลูก เมื่อเราปฏิบัติอปริหานิยธรรมทั้ง ๓ ประการนี้ได้ครบถ้วนบริบูรณ์แล้ว จะ ทำให้หน่วยงานของเราเป็นปึกแผ่นมั่นคง ถ้าปฏิบัติกันทั้งประเทศ ประเทศไทยเรา ก็จะแข็งแกร่งรุ่งเรืองจนประเทศมหาอำนาจ ก็ต้องทึ่ง ประเทศใดจะมารุกรานข่มเหง ก็ต้องคิดหนักหน่อยล่ะ ปฏิบัติตัวเหลวไหลดังนี้ ๑. หลีกเลี่ยงการเข้าประชุม ๒. เวลาประชุมก็มาเข้าประชุมไม่พร้อม กัน เดินเข้าเดินออกตามใจชอบ เวลาเลิก ประชุมก็ไม่พร้อมกันอีก ชอบจับคู่ซุบซิบนินทา กันหลังประชุม งานการก็เกี่ยงกันทำ ๓. แต่ละคนไม่เคารพและไม่เคร่งครัด ในการปฏิบัติตามกฎหมายที่ตั้งไว้ - ๔. ไม่เคารพนับถือบูชา ไม่สักการะ ผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งหลาย แล้วยังจาบจ้วงล่วงเกิน ให้เสียใจ ๕. ลวนลาม ฉุดคร่า ข่มขืน ลูกเมีย ชาวบ้านเป็นว่าเล่น 5. เลิกเคารพนับถือสักการบูชาเจดีย สถานเก่า ๆ ทำลายทุบทิ้งเสียมากต่อมาก ไม่สนใจคำทัดทานของผู้เฒ่าผู้แก่ ๗. เมื่อมีพระอรหันต์เข้าไปในแคว้น ก็ไม่ต้อนรับ ไม่สนใจ ไม่ได้ทำนุบำรุงท่าน อย่างดี พระอรหันต์เหล่านั้นจึงไม่แวะมาที่ อะไรจะเกิดเมื่อคนขาด แคว้นนี้อีก โอกาสสร้างบุญใหม่ไปต่อบุญเก่า อปริหานิยธรรม ชาวแคว้นวัชชีได้ตั้งใจปฏิบัติอปริหา นิยธรรมกันอย่างเคร่งครัดมาตลอด จึงทำให้ แคว้นมคธมาย่ำยีไม่สำเร็จ แต่อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าในบั้นปลาย แคว้นวัชชีก็แตกจนได้ ด้วยกลลวงของวัสสการพราหมณ์ ทำให้ กษัตริย์ลิจฉวีไม่ปฏิบัติอปริหานิยธรรมทั้ง ๓ ประการ ตรงกันข้ามกลับเห็นผิดเป็นชอบ จึงหมดไป ลูกไม้เก่า ๆ ตื้น ๆ คือวิธีการไส้ศึกที่ วัสสการพราหมณ์นำมาใช้นั้น ใช้กันได้ผลดี มาทุกยุคทุกสมัย เพราะทุก ๆ เมืองในโลกนี้ มีลักษณะเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ มีผู้คน มากก็จริง แต่จะหาคนที่มีปัญญาและมีความคิด สร้างสรรค์เพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริงได้น้อย เต็มที่ ส่วนมากจะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ก่อน กั ล ย า ณ มิ ต ร Kalyanamitra.org ๗๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More