ข้อความต้นฉบับในหน้า
๖๒ ก ล ย า ณ ม ต ร
23 พฤศจิกายน 2531
วันรุ่งขึ้น ความคิดที่ค้างอยู่เมื่อคืนก็หวน
กลับมาว่า เรากำลังวิ่งอยู่ ยังจบไม่ลง ไม่ทราบ
จะทำอย่างไรต่อไป พลันก็จำคำของหลวงพ่อได้
ว่าให้เอาภาพสุดท้ายที่ปรากฏ มากำหนดไว้
ที่ฐานที่ ๗ และให้มองเข้ากลางต่อไปเรื่อย ๆ
ก็เลยเอาภาพตัวเอง กำลังวิ่งอยู่วางไว้ที่ฐานที่
๗ และกำหนดให้มีวงกลม ๆ รอบภาพนั้น
บอกตัวเองว่า เราจะต้องหยุดให้ได้ สักครู่
ภาพนั้นก็หายไป มีดวงใส ๆ ผุดขึ้นมาขนาด
ผลส้ม เป็นครั้งแรกที่เห็นเป็นดวงใส อ้อ! นี่เอง
ที่หลวงพ่อพูดถึงดวงใส มันใสอย่างนี้เอง
ดวงใสนี้เกิดผุดขึ้นมาเองโดยมิได้กำหนด
มันใสแจ๋วจริง ๆ บางเฉียบ ไม่มีความหนา
ไม่มีความทึบอย่างลูกแก้วต้น ดิฉันมองดูดวง
นั้นเข้าไปตรงกลาง ทันทีก็เห็นตัวเองนั่งขัดสมาธิ
แต่งชุดขาว ดวงใสขยายขึ้นอีกขนาดผลส้ม
ย่อม ๆ ในความคิดบอกตัวเองว่า เราหยุด
ได้แล้ว
ขณะนั้นไม่เข้าใจว่าทำไมเห็นตัวเอง
หลวงพ่อบอกไว้ว่าถ้าทำถูกจะเห็นแต่ดวงกับ
พระนี่ ทำไมเราเห็นตัวเอง คิดว่าคงทำไม่ถูก
อีกแล้ว ต่อมาก็คิดเอาเองว่าที่เห็นตัวเอง
คงเป็นเพราะจิตยึดตัวเองไว้ ต้องปล่อยตัวเอง
ถ้ามัวยึดตัวเองไว้ก็จะเข้าไม่ถึงธรรม ก็คิดทำ
ต่อไป ยังมองเห็นตัวเองในดวงใส ดูไป ๆ
ตัวเองก็หายไป ดวงใสเปลี่ยนเป็นดวงสว่าง
และขยายใหญ่ขึ้นขนาดผลส้มโอใหญ่ ๆ ดูไป
กลางดวงสว่างก็เห็นมีองค์พระองค์ใหม่ผุดขึ้น
มาในดวงช้า ๆ แล้วดวงก็ใสขึ้น ๆ เห็นองค์พระ
ชัดขึ้นๆ
วันนั้นเป็นวันแรกที่ดิฉันไปวัดพระ
ธรรมกายตามคำชวนของคุณอึด นั่งไปในรถ
รู้สึกเคลิ้ม ๆ เพราะทางไกล ขณะนั้นคล้าย ๆ
กับองค์พระในตัวขยายใหญ่ขึ้นเท่า ๆ กับตัวเอง
แล้วก็ตื่นขึ้น พอมาถึงวัดให้เขาขับรถไปที่
โบสถ์ เห็นบริเวณในวัดกว้างขวาง ถนนกว้าง
สะอาดสะอ้าน มีสนามหญ้าเขียว มีต้นไม้ร่มรื่น
โบสถ์สร้างแบบประติมากรรมสมัยใหม่ เรียบ
ง่าย ไม่มีลวดลาย แต่ลักษณะโค้งของหลังคา
โบสถ์สวย สะอาด สีเรียบ เหมือนบรรยากาศ
รอบ ๆ ในวัด คือ โปร่ง สะอาด สบาย ใน
ความเรียบง่ายนั้นแฝงไว้ซึ่งความงามแบบ
ทันสมัย ก้าวหน้า หน้าโบสถ์มีรูปดอกบัว
๓ ดอก เรียงเป็นรูป เพราะฉะนั้นหมายถึง
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระรัตนตรัย
เมื่อเข้าไปในโบสถ์กราบพระประธาน แล้ว
นั่งพิจารณาองค์พระประธาน รู้สึกว่างามดี
เศียรท่านดูจะเล็กไปหน่อยเมื่อเทียบกับองค์ท่าน
งามดีแต่ยังไม่ perfect คิดอยู่ในใจ กราบ
ท่านแล้วก็กลับมาขึ้นรถ
ขณะที่รถแล่นออกจากประตูวัด ดิฉัน
ระลึกถึงองค์พระในโบสถ์ พลันก็เห็นองค์พระ
องค์ใหญ่เป็นแก้วใสสว่างมาปรากฏอยู่ตรงหน้า
ไม่ใช่สีทองทึบ ๆ อย่างที่เห็นเมื่อสักครู่ ขณะ
นั้นเกิดขนลุกซู่ ๆ และมีน้ำตาซึมออกมาโดย
ไม่รู้ตัว แน่น ๆ ที่หน้าอก ชั่วขณะเดียวองค์พระ
ก็หายไป ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ทำให้
รู้ว่า องค์พระประธานเป็นแก้วใส สว่าง สวย
งาม เมื่อกลับบ้าน พอระลึกถึงองค์พระใน
โบสถ์ ท่านก็มาปรากฏให้เห็นเป็นแก้วใสสว่าง
อีกถึง ๒ ครั้ง แปลกจริง ๆ ขณะที่เห็นครั้ง
หลังทำให้คิดได้ว่าเป็นองค์พระธรรมกาย
มิน่าเล่าวัดนี้ถึงได้ชื่อว่า วัดพระธรรมกาย
เมื่อมีโอกาสกราบเรียนให้หลวงพ่อ
ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ท่านก็บอกว่าถูกแล้ว
ที่เห็นตัวเองนั่นเรียกว่ากายละเอียด ให้
พิจารณากายละเอียดต่อไป แล้วบอกให้ไป
ช้า ๆ ท่านบอกดิฉันเป็นนักเรียนอนุบาล
ที่หลวงพ่อพอใจมาก
อืม! อ้ายที่คิดว่าผิดมันก็ถูก
หลวงพ่อให้พิจารณากายละเอียดก็
ไม่เข้าใจว่าพิจารณาอย่างไร? ก็เลยไปหาซื้อ
Kalyanamitra.org