การเห็นดวงใส วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 8 หน้า 64
หน้าที่ 64 / 118

สรุปเนื้อหา

ว่าให้เอาภาพสุดท้ายที่ปรากฏ มากำหนดไว้ ที่ฐานที่ ๗ และให้มองเข้ากลางต่อไปเรื่อย ๆ ก็เลยเอาภาพตัวเอง กำลังวิ่งอยู่วางไว้ที่ฐานที่ ๗ และกำหนดให้มีวงกลม ๆ รอบภาพนั้น บอกตัวเองว่า เราจะต้องหยุดให้ได้ สักครู่ ภาพนั้นก็หายไป มีดวงใส ๆ ผุดขึ้นมาขนาด ผลส้ม เป็นครั้งแรกที่เห็นเป็นดวงใส อ้อ! นี่เอง ที่หลวงพ่อพูดถึงดวงใส มันใสอย่างนี้เอง ดวงใสนี้เกิดผุดขึ้นมาเองโดยมิได้กำหนด มันใสแจ๋วจริง ๆ บางเฉียบ ไม่มีความหนา ไม่มีความทึบอย่างลูกแก้วต้น ดิฉันมองดูดวง นั้นเข้าไปตรงกลาง ทันทีก็เห็นตัวเองนั่งขัดสมาธิ แต่งชุดขาว ดวงใสขยายขึ้นอีกขนาดผลส้ม ย่อม ๆ ในความคิดบอกตัวเองว่า เราหยุด ได้แล้ว ขณะนั้นไม่เข้าใจว่าทำไมเห็นตัวเอง หลวงพ่อบอกไว้ว่าถ้าทำถูกจะเห็นแต่ดวงกับ พระนี่ ทำไมเราเห็นตัวเอง คิดว่าคงทำไม่ถูก อีกแล้ว

หัวข้อประเด็น

- การเห็นดวงใส

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๖๒ ก ล ย า ณ ม ต ร 23 พฤศจิกายน 2531 วันรุ่งขึ้น ความคิดที่ค้างอยู่เมื่อคืนก็หวน กลับมาว่า เรากำลังวิ่งอยู่ ยังจบไม่ลง ไม่ทราบ จะทำอย่างไรต่อไป พลันก็จำคำของหลวงพ่อได้ ว่าให้เอาภาพสุดท้ายที่ปรากฏ มากำหนดไว้ ที่ฐานที่ ๗ และให้มองเข้ากลางต่อไปเรื่อย ๆ ก็เลยเอาภาพตัวเอง กำลังวิ่งอยู่วางไว้ที่ฐานที่ ๗ และกำหนดให้มีวงกลม ๆ รอบภาพนั้น บอกตัวเองว่า เราจะต้องหยุดให้ได้ สักครู่ ภาพนั้นก็หายไป มีดวงใส ๆ ผุดขึ้นมาขนาด ผลส้ม เป็นครั้งแรกที่เห็นเป็นดวงใส อ้อ! นี่เอง ที่หลวงพ่อพูดถึงดวงใส มันใสอย่างนี้เอง ดวงใสนี้เกิดผุดขึ้นมาเองโดยมิได้กำหนด มันใสแจ๋วจริง ๆ บางเฉียบ ไม่มีความหนา ไม่มีความทึบอย่างลูกแก้วต้น ดิฉันมองดูดวง นั้นเข้าไปตรงกลาง ทันทีก็เห็นตัวเองนั่งขัดสมาธิ แต่งชุดขาว ดวงใสขยายขึ้นอีกขนาดผลส้ม ย่อม ๆ ในความคิดบอกตัวเองว่า เราหยุด ได้แล้ว ขณะนั้นไม่เข้าใจว่าทำไมเห็นตัวเอง หลวงพ่อบอกไว้ว่าถ้าทำถูกจะเห็นแต่ดวงกับ พระนี่ ทำไมเราเห็นตัวเอง คิดว่าคงทำไม่ถูก อีกแล้ว ต่อมาก็คิดเอาเองว่าที่เห็นตัวเอง คงเป็นเพราะจิตยึดตัวเองไว้ ต้องปล่อยตัวเอง ถ้ามัวยึดตัวเองไว้ก็จะเข้าไม่ถึงธรรม ก็คิดทำ ต่อไป ยังมองเห็นตัวเองในดวงใส ดูไป ๆ ตัวเองก็หายไป ดวงใสเปลี่ยนเป็นดวงสว่าง และขยายใหญ่ขึ้นขนาดผลส้มโอใหญ่ ๆ ดูไป กลางดวงสว่างก็เห็นมีองค์พระองค์ใหม่ผุดขึ้น มาในดวงช้า ๆ แล้วดวงก็ใสขึ้น ๆ เห็นองค์พระ ชัดขึ้นๆ วันนั้นเป็นวันแรกที่ดิฉันไปวัดพระ ธรรมกายตามคำชวนของคุณอึด นั่งไปในรถ รู้สึกเคลิ้ม ๆ เพราะทางไกล ขณะนั้นคล้าย ๆ กับองค์พระในตัวขยายใหญ่ขึ้นเท่า ๆ กับตัวเอง แล้วก็ตื่นขึ้น พอมาถึงวัดให้เขาขับรถไปที่ โบสถ์ เห็นบริเวณในวัดกว้างขวาง ถนนกว้าง สะอาดสะอ้าน มีสนามหญ้าเขียว มีต้นไม้ร่มรื่น โบสถ์สร้างแบบประติมากรรมสมัยใหม่ เรียบ ง่าย ไม่มีลวดลาย แต่ลักษณะโค้งของหลังคา โบสถ์สวย สะอาด สีเรียบ เหมือนบรรยากาศ รอบ ๆ ในวัด คือ โปร่ง สะอาด สบาย ใน ความเรียบง่ายนั้นแฝงไว้ซึ่งความงามแบบ ทันสมัย ก้าวหน้า หน้าโบสถ์มีรูปดอกบัว ๓ ดอก เรียงเป็นรูป เพราะฉะนั้นหมายถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระรัตนตรัย เมื่อเข้าไปในโบสถ์กราบพระประธาน แล้ว นั่งพิจารณาองค์พระประธาน รู้สึกว่างามดี เศียรท่านดูจะเล็กไปหน่อยเมื่อเทียบกับองค์ท่าน งามดีแต่ยังไม่ perfect คิดอยู่ในใจ กราบ ท่านแล้วก็กลับมาขึ้นรถ ขณะที่รถแล่นออกจากประตูวัด ดิฉัน ระลึกถึงองค์พระในโบสถ์ พลันก็เห็นองค์พระ องค์ใหญ่เป็นแก้วใสสว่างมาปรากฏอยู่ตรงหน้า ไม่ใช่สีทองทึบ ๆ อย่างที่เห็นเมื่อสักครู่ ขณะ นั้นเกิดขนลุกซู่ ๆ และมีน้ำตาซึมออกมาโดย ไม่รู้ตัว แน่น ๆ ที่หน้าอก ชั่วขณะเดียวองค์พระ ก็หายไป ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ทำให้ รู้ว่า องค์พระประธานเป็นแก้วใส สว่าง สวย งาม เมื่อกลับบ้าน พอระลึกถึงองค์พระใน โบสถ์ ท่านก็มาปรากฏให้เห็นเป็นแก้วใสสว่าง อีกถึง ๒ ครั้ง แปลกจริง ๆ ขณะที่เห็นครั้ง หลังทำให้คิดได้ว่าเป็นองค์พระธรรมกาย มิน่าเล่าวัดนี้ถึงได้ชื่อว่า วัดพระธรรมกาย เมื่อมีโอกาสกราบเรียนให้หลวงพ่อ ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ท่านก็บอกว่าถูกแล้ว ที่เห็นตัวเองนั่นเรียกว่ากายละเอียด ให้ พิจารณากายละเอียดต่อไป แล้วบอกให้ไป ช้า ๆ ท่านบอกดิฉันเป็นนักเรียนอนุบาล ที่หลวงพ่อพอใจมาก อืม! อ้ายที่คิดว่าผิดมันก็ถูก หลวงพ่อให้พิจารณากายละเอียดก็ ไม่เข้าใจว่าพิจารณาอย่างไร? ก็เลยไปหาซื้อ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More