ข้อความต้นฉบับในหน้า
อำนาจ “เป็นผู้ดำเนินตามปฏิปทาแห่งพระศาสดา
อย่างแท้จริง พระอย่างนี้หาได้ไม่ง่ายนัก เธออย่า
คิดทำร้ายท่านเป็นอันขาด”
เจ้าของเสียงที่อาตมาเห็นยืนเป็นสง่าอยู่กลาง
อากาศนั้นจะต้องเป็นเทพบุตรผู้มีศักดานุภาพอย่างแน่นอน
รูปร่างของเขาสวยงามยิ่งกว่ารูปปั้น รูปแกะสลัก หรือ
รูปวาดใด ๆ ที่อาตมาเคยเห็นมา หน้าตาท่าทางและ
ผิวกายสวยงามจนอธิบายไม่ถูก แม้จะเลือกสรรนำศัพท์
ที่ละเอียดอ่อนที่สุดในภาษาไทยมาบรรยาย ก็คงไม่ได้
แม้กระลึกนิ้วเดียวของภาพจริงที่อาตมาได้เห็น ประโยค
เดียวที่พอจะมีส่วนใกล้เคียงบ้างเห็นจะเป็นประโยคที่ว่า
“เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ ในท้องฟ้าอันปลอดเมฆต้นฤดู
เหมันต์”
“แสนฟ้าเอ๊ย!” เทพบุตรผู้ทรงศักดาพูดขึ้นอีก
“การที่เธอต้องมาทนทุกข์ทรมานอยู่ในภูมิแห่งอสุรกาย
อันเป็นทุคตินี้ก็เพราะกรรมชั่วที่เธอทำไว้เมื่อยังเป็นมนุษย์
และเพราะความหวงแหนในทรัพย์สมบัติเก่าที่เธอฝังไว้
ความทุกข์ทรมานที่เธอได้รับมาเป็นเกือบ ๕๐๐ ปีนี้
ควรจะเพียงพอแล้วสำหรับเธอ ถ้าเธอขึ้นประกอบ
อกุศลกรรมต่อไปด้วยการทำร้ายพระภิกษุผู้ทรงศีลรูปนี้
เธอจะลงไปสู่อเวจีมหานรกทันที เธอจงให้สัญญาแก่เราไว้
จะไม่ทำร้ายพระภิกษุรูปนี้อีกต่อไป”
หมื่นแสนฟ้ายกมือทั้งสองเหนือศีรษะอย่างนอบ
น้อมแล้วพูดขึ้นด้วยเสียงอ่อย ๆ ว่า
“ข้าพเจ้าให้สัญญา”
พออสุรกายหมื่นแสนฟ้าพูดจบ แสงสว่างอัน
เลือนลางนั้นก็พลันหายไปพร้อมกับรูปของเทพบุตร
องค์นั้น ทำให้อาตมาเกิดความเสียดายที่ไม่มีโอกาส
สนทนาปราศรัยกับเขา หมื่นแสนฟ้าลดมือลงวางไว้บน
ตักและยังคงนั่งนิ่งอยู่ข้างหน้าอาตมา เขาจ้องดูอาตมา
ด้วยสายตาแสดงความเป็นมิตรขึ้นแล้วกล่าวว่า
“ข้าพเจ้าต้องขอโทษท่านที่ได้ล่วงเกินท่านด้วย
ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
“อาตมายกโทษให้” อาตมาตอบ แต่จิตใจยังคิดถึง
เทพบุตรองค์นั้น จึงถามหมื่นแสนฟ้าว่า
“เทพบุตรที่ปรากฏตัวมาห้ามท่านเมื่อสักครู่นี้
คือใครกัน?”
“นั่นคือ พิงค์เทพบุตร ผู้ได้รับมอบหมายจาก
๑๐๔
กั ล ย า ณ มิ ต ร
นัยน์ตาของ
เขาแดงก่ำด้วย
ความอาฆาตมาด
ร้าย ตัวสั่นเทิ้ม
คล้ายคนเป็นไข้จับ
สั่น เขายกดาบคู่มือ
ขึ้นสุดแขน เตรียม
จะฟาดฟันลงบน
ศีรษะของอาตมา
สุดแรง
Kalyanamitra.org
ท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาท้าวจัตุโลกบาล
ทั้ง ๔ ให้เป็นเทพารักษ์คุ้มครองนครเชียงใหม่ และเป็น
ใหญ่เหนือบรรดาเทวดาและอมนุษย์ทั้งหลายในอาณาจักร
ล้านนาไทย”
“ท่านทราบได้อย่างไรว่า ท่านกำลังจะประทุษร้าย
อาตมาและมาห้ามได้ทันท่วงที?” อาตมาถามต่อไปด้วย
ความอยากรู้
“ตามปกติ ถ้าบุคคลผู้ตั้งอยู่ในศีลในธรรมอย่าง
แท้จริง ตั้งสัตยาธิษฐานโดยอ้างสัจจะอย่างใดอย่างหนึ่ง
แรงสัตยาธิษฐานนั้นจะกระเทือนถึงวิมานของท่าน ท่านก็
จะทราบได้ทันทีด้วยทิพยจักษุ แล้วก็จะรีบมาช่วย
คำตอบหมื่นแสนฟ้า ทำให้อาตมาต้องใช้ความคิด
อย่างหนัก เพราะตนเองเคยเข้าใจว่าเรื่องเกี่ยวกับท้าว
จัตุโลกบาลก็ดี เรื่องการตั้งสัตยาธิษฐานของคนในอดีต
แล้วก็เกิดเหตุการณ์แบบปาฏิหาริย์ขึ้นตามที่มีเรื่องเล่าไว้
ในคัมภีร์ต่าง ๆ นั้นก็ดี เป็นแต่เรื่องที่คนโบราณคิดแต่งขึ้น
เพื่อสอนคนเท่านั้นหาได้มีความจริงแต่อย่างใดไม่ แต่เมื่อ
ได้ประสบเหตุการณ์คราวนี้ด้วยตนเอง จึงเห็นว่าเรื่อง
ปรัมปราเหล่านั้นเป็นความจริง อาตมาจึงถามหมื่นแสน
ฟ้าต่อไปว่า
“ถ้าอย่างนั้นพิงคเทพบุตรก็คงหาเวลาว่างยากมาก
เพราะในเขตล้านนาไทยนี้ มีประชาชนอยู่เป็นจำนวน
มาก คงจะมีคนเป็นจำนวนไม่น้อยที่ตกอยู่ในอันตราย
และตั้งสัตยาธิษฐานขอให้เทวดาช่วย
“จริงอย่างท่านพูด” หมื่นแสนฟ้าตอบ “มีคนเป็น
อันมากที่กราบไหว้วิงวอนเทวดาให้ช่วยตน แต่คำวิงวอน
ของเขาหาได้มีแรงสะเทือนถึงพิงค์เทพบุตรไม่ เพราะคน
เหล่านั้น ส่วนมากเป็นคนบาปหยาบช้ากระทำความชั่ว
ทางกาย วาจา ใจอยู่เป็นนิตย์ เมื่อตนตกอยู่ในความ
คับขันก็รีบตะลีตะลานหาที่พึ่งต่าง ๆ เช่นกราบไหว้
วิงวอนเทพเจ้าให้ช่วยตนเป็นต้น การกระทำของเขา
เป็นการกระทำด้วยความเห็นแก่ตัวแท้ ๆ จึงไม่มีแรง
สะเทือนถึงวิมานของพิงค์เทพบุตรแต่อย่างใด ส่วนคนที่
เว้นจากบาปอกุศล ทางกาย วาจา ใจ และประกอบ
กรรมดีทางกาย วาจา ใจ เป็นคนสะอาดบริสุทธิ์ทาง
ไตรทวารอย่างแท้จริงหายากมาก คนประเภทนี้ ไม่ค่อย
จะตกอยู่ในภัยพิบัติใด ๆ นาน ๆ จึงจะมีการตั้งสัตยาธิษ
ฐานที่หนึ่ง และคนประเภทนี้จะตั้งสัตยาธิษฐานเพื่อ