ข้อความต้นฉบับในหน้า
๖๔ ก ล ย า ณ ม ต ร
วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2531
พวกเรามานั่งกันริมสระน้ำอากาศดี
ลมพัดเย็นสบาย ไม่ร้อน ใต้ต้นไม้ร่มรื่น นั่งบน
เก้าอี้ตัวเล็ก ๆ ค่อยสบายหน่อยไม่ปวด
เมื่อย วันก่อนนั่งทับขาจนเป็น เลือดช้ำ
ไปหมด วันนั้นหลวงพ่อเทศน์เรื่องเบญจขันธ์
ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ก็เข้าใจดีเพราะ
เคยทราบมาแล้ว แต่แปลกตรงที่มีขันธ์๕
ภายนอก ขันธ์ ๕ ภายใน ท่านพูดถึงธรรม
ขันธ์ว่า เป็นนิจจัง สุขัง อัตตา ไม่เคยได้ยิน
ใครสอนแบบนี้มาก่อน อ่านก็ไม่เคยพบ แต่ก็
ทำให้เข้าใจ เมื่อท่านอธิบาย เคยรู้เรื่องอุปา
ทานขันธ์ว่าเป็นสิ่งที่ต้องละ เดิมเคยสงสัยว่า
ให้ละอะไร ๆ หมดแล้วมันจะเหลืออะไร? มี
แต่ความว่าง แต่เมื่อฟังท่านเทศน์เรื่องธรรม
ขันธ์ ก็ทำให้เข้าใจได้ว่า มันไม่ใช่ไม่มีอะไร
เหลืออยู่ มันไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็นการที่
มีอย่างสมบูรณ์ ปราศจากทุกข์ มีธรรมล้วน ๆ
ธรรมขันธ์ ก็คือ ธรรมกาย อ้อ นี่เอง “ธรรม
กาย” ที่ท่านเคยพูดถึงเมื่อพบท่านใหม่ ๆ
และก็ไม่เข้าใจ เพิ่งเข้าใจวันนี้เอง
ตอนบ่ายคุณอึดมาชวนให้ไปกราบ
หลวงพ่อที่ศาลาดุสิต มีคนอยู่กันเต็ม พบ
คุณสมถวิล และคุณวัลลภา ขณะนั่งคอย
ให้คนอื่น ๆ เข้าไปกราบหลวงพ่อ คุยกับคุณ
สมถวิลว่าปฏิบัติไม่ค่อยจะได้เรื่อง หลวงพ่อ
ท่านบอกให้เข้ากลางองค์พระก็เข้าไม่ได้ ได้แต่
หยุดนิ่ง ๆ อยู่ มีแต่ดวงสว่างผุดขึ้นมาแล้วกระ
จายขยายออกไป ขึ้นมาเรื่อย ๆ องค์พระก็หาย
ไป ดวงสว่างผุดขึ้นมาเร็วมาก และขยายออก
ไปเต็มตัว เมื่อกราบเรียนหลวงพ่อท่าน
บอกว่าถูกแล้ว ให้หายวิตก ไม่ให้มัวกังวล ลังเล
Kalyanamitra.org
ให้เข้าไปเรื่อย ๆ ต่อไปนี้คุณหมอจะพบแต่
ความสุข
หลวงพ่อท่านพูดน้อยเสมอ แต่คำพูด
เพียงประโยคสองประโยค ก็ทำให้เราเข้าใจว่า
อะไรถูกอะไรผิด
คืนนั้นรีบเขียนบันทึกต่อ จนถึง ๕ ทุ่ม
รู้สึกง่วงนอนจึงเข้านอน ขณะกำลังจะล้ม
ตัวลงนอนเห็นองค์พระธรรมกายในโบสถ์ ๒
มาปรากฏตรงมุมห้องใต้เพดานข้างขวามือ
องค์เล็กกว่าที่เคยเห็นในรถ เห็นชั่วแวบเดียว
พอหลับตา ดวงสว่างภายในตัวก็เกิดขึ้นอีก
คราวนี้สว่างมากขยายออกเต็มตัว และมีองค์
พระขนาดเท่าตัวใสสว่างซ้อนอยู่กับตัวเอง
องค์พระ ตัวเอง และดวงสว่าง ซ้อนกัน
อยู่กลมกลืนเป็นอันเดียวกัน แยกจากกันไม่ออก
รู้แต่ว่ามี ๓ อย่าง ซ้อนกันอยู่ มีแต่ความสว่าง
ไสวไม่ทราบความสว่างมาจากไหน ขณะนั้นรู้
สีกปีติยินดีเป็นล้นพ้น เป็นความยินดี ไม่ใช่กำ
หนัดยินดี จะเรียกว่าอะไรดี! sense of joy,
inner joy จะเรียกว่าอะไรก็ดี! รู้สึกเป็นสุขใจ
จนต้องยิ้มอยู่คนเดียว ความสุขมันไหลออกมา
จากภายใน กระจายไปทั่วสรรพางค์กาย แทรก
เข้าไปทุกขุมขน รู้สึกสุขเหลือเกิน อยากวิ่ง
ไปบอกใคร ๆ ขณะนั้นระลึกถึงอะไรก็สว่าง
ไปหมด ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้งไม่อยากจะ
หลับอยากจะเก็บความสุขนี้ไว้นาน ๆ กลัวมัน
จะหายไป มีความรู้สึกเหมือนได้พบสิ่งที่
ค้นหามาตลอดชีวิต คล้ายคนหลงทางไป
แล้วได้กลับบ้าน คืนนั้นหลับไปพร้อมกับ
ความสุข ไม่ทราบหลับไปเมื่อไร