ข้อความต้นฉบับในหน้า
กษัตริย์ลิจฉวีแห่งแคว้นวัชชีก็เช่นกัน
ครั้นทราบว่าวัสสการพราหมณ์เป็นผู้คัดค้าน
การยกทัพมาตีแคว้นของตน แล้วยังถูกเฆี่ยนตี
เนรเทศไปอยู่ชายแดน ก็เกิดความสงสาร
ไม่ได้เฉลียวใจว่าจะเป็นกลลวงกับดักใด ๆ เลย
ให้คนไปรับเอามาเลี้ยงดู เพราะเชื่อแน่ว่า
พราหมณ์ผู้นี้ต้องเป็นคนเก่ง แต่ไม่ชอบรุกราน
ใคร ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้เป็นถึงอำมาตย์ แต่
เป็นผู้ใหญ่ที่ดี โดยทั่วไปเด็ก ๆ จะเชื่อฟัง
คำสั่งสอนของครูอย่างเคร่งครัด และมีอยู่
ไม่น้อยที่เชื่อฟังครูมากกว่าพ่อแม่ของตนเสียอีก
พ่อแม่บางคนรักลูกมากจนหลง ก็เลยอยู่ใน
กำมือครูทั้งพ่อ แม่ ลูก เพราะฉะนั้นการเลือก
ครูให้ลูกจึงต้องระวังมาก
เนื่องจากว่าเคยเป็นคนของแคว้นมคธ จึงมี เทคนิคการยุแยง
ความระแวงอยู่บ้าง ไม่ให้ทำหน้าที่สำคัญ
ใด ๆ ในการบริหาร แต่ให้ไปสอนหนังสือ
เด็ก ๆ โอรสของกษัตริย์ลิจฉวีทั้งหลาย ซึ่ง
ยิ่งเป็นการคิดที่ผิดถนัด เพราะมองข้ามความ
สําคัญของครูไป
ความจริง ครูนั้นไม่ใช่สักแต่ว่าต้องมี
วิชาความรู้ดีอย่างเดียว จะต้องมีจริยธรรม
คุณธรรมครบถ้วนด้วย เพราะเป็นผู้อบรม
บ่มนิสัยเยาวชนโดยมีเป้าหมายให้เติบโต
วัสสการพราหมณ์เป็นผู้มีไหวพริบดี
อยู่แล้ว เมื่อได้มาอยู่ในฐานะพระอาจารย์
ก็เลยได้ช่องทางสะดวก การยุให้แตกความ
สามัคคี วิธีง่าย ๆ คือ วันดีคืนดีก็เรียกพระโอรส
องค์หนึ่งเข้ามาคุยด้วยตามลำพังด้วยเรื่อง
สัพเพเหระไม่เป็นเรื่องเป็นราวอะไร ครั้น
พระโอรสองค์นั้นกลับไปก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่
จะต้องถูกเพื่อน ๆ ถามว่าเมื่อกี้อาจารย์
เรียกไปเรื่องอะไร พอตอบตามตรงว่าไม่มีอะไร
พรรคพวกก็ต้องไม่เชื่อ พากันคิดว่าคงได้อะไร
พิเศษจากอาจารย์แล้วปกปิดเพื่อน หวงความรู้
ไว้คนเดียว ชักเขม่นขึ้นมาแล้ว
- อยู่ต่อมาก็เรียกพระโอรสอีกองค์หนึ่ง
เข้ามา บอกความรู้พิเศษให้อย่างหนึ่ง คราวนี้
ก็สมจริงว่าพระโอรสองค์แรกหวงวิชา ส่วน
ตัวเองเมื่อได้ความรู้พิเศษที่อาจารย์บอกว่า
สำคัญ ไม่มีใครรู้ก็เชื่อ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะ
วางก้ามข่มเพื่อนตามประสาเด็ก เมื่อทำอย่างนี้
กับพระโอรสหลายพระองค์เข้าก็เลยมีการ
คุยโม้โอ้อวดว่าข้ารู้ก่อน ข้ารู้มาก แล้วก็ทะเลาะ
กัน ไม่ช้าพระบิดา พระมารดาของพระโอรส
เหล่านั้นก็พลอยทะเลาะกันไปด้วย เพราะ
ความรักลูก จนขาดความไตร่ตรองที่รอบคอบ
นั่นเอง
นี่ก็เป็นธรรมดา พ่อแม่ทนความทุกข์
ความเจ็บปวดใด ๆ ก็ได้ แต่เห็นลูกเจ็บ ลูกทุกข์
๗๘
ก ล ย า ณ ม ต ร
Kalyanamitra.org