(ต่อจากฉบับที่แล้ว)
เ
หตุที่ไม่เชื่อก็เพราะเรื่องราวอันเป็นอภินิหาร เหล่านี้ นอนบนพื้นผิวโลก และโลกก็ทำที่นอนให้ โดย
นี้แหละ ที่ทำให้เขาไม่เชื่อกัน เหตุที่ไม่เชื่อ จะปูด้วยหญ้าอะไรก็ได้ตามแต่ผู้นอนจะเลือก พวกนี้
เรื่องอภินิหารก็เพราะอิทธิฤทธิ์ของอพอลโลนีอุส สามารถลอยตัวขึ้นไปในอากาศสูงอย่างมาก ๓ ฟุต
นั้นเหนือกว่าพระเยซู จึงไม่เชื่อ พระเยซูนั้นไม่มีอภินิหาร จากพื้นดินได้ มิใช่เพื่ออวด เพราะการกระทำเช่นนี้
เสียเลย เริ่มต้นเกิดจากมารดาที่ "บริสุทธิ์ทางพรหมจรรย์” ไม่ใช่นิสัยของพวกเขา แต่เพื่อเป็นการบูชาพระเจ้า
ทั้งที่ขัดต่อหลักการแพทย์สมัยใหม่ แต่ดูเหมือนว่าจะเชื่อกัน ด้วยเหตุที่พิธีกรรมบูชาพระอาทิตย์ของโยคี จะบูชาสิ่ง
ไหนจะเรื่องตายแล้วฟื้นขึ้นมาได้ใหม่ ก็เชื่อกัน รักษา ที่อยู่เหนือโลก นั่นคือพระอาทิตย์ ดังเช่นพวกตนที่ลอย
คนตาบอดให้หายก็เชื่อกัน ท้ายสุดเชื่อว่าเป็นบุตรจาก อยู่เหนือพื้นผิวโลกได้)
พระผู้เป็นเจ้าก็เชื่อกัน
กระผมเองได้ยกข้อความมาทั้งหมด
เพอชเห
กระผมเองนั้นที่เขียนขึ้นมาเพื่อเปรียบเทียบ ก็ เห็นว่าอภินิหารของปราชญ์ตะวันตกผู้นี้นั้น ก็เป็นเรื่อง
หาใช่ว่าจะไปโจมตีศาสนาอื่นแต่ประการใดไม่ เรื่อง แค่ "การลอยตัว” เมื่อทำพิธีกรรมหรือนั่งวิปัสสนา
ความเชื่อเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ที่ติดยึดกับความเชื่อ กระผมเองไม่เคยนั่งวิปัสสนา จนสามารถตัวลอยไปได้
เรื่องนี้เราจึงมักถือว่า ใครมีสิทธิ์ที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ
จะนับถือศาสนาใดไม่สมควรไปว่ากล่าว ข้อเขียนนี้ไม่
ได้ว่ากล่าวเรื่องพระเยซูในแง่ต่อต้านประการใด ตรงกันข้าม
กลับได้ชี้ว่า มหัศจรรย์ของพระเยซูนั้นมีคนเชื่อกันมาก
แต่เนื่องจากอพอลโลนิอุสมีชีวิตร่วมสมัยกับพระเยซู
และมีบทบาทอยู่ในยุคสมัยเดียวกัน อีกทั้งยังเผยแพร่
ระบบความคิดความเชื่อในอาณาบริเวณเดียวกันอีกด้วย
ก็ยิ่งทำให้ผู้ที่ศรัทธาแรงกล้าไม่เชื่อในอพอลโลนิอุส
สิ่งที่กระผมจะถ่ายทอดต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่เหลือ
เชื่อในโลกตะวันตก แต่เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับบ้านเรา
จริง ๆ ผมขอคัดลอกภาษาอังกฤษเพื่อให้ชัดเจนรู้แล้ว
รู้รอดก่อนจะแปลอีกครั้ง ท่านอ่านดูว่าท่านเชื่อหรือได้
ยินเรื่องเหล่านี้ว่าเป็นเรื่องที่แปลกหรือเรื่องใหม่หรือไม่
ได้โปรดพิจารณา
"...The Indian philosophers living on earth and
not on it, walled without walls, and with no posessions
except the whole world's....This is rather philosophical
account: Damis says that they sleep on the earth, but the
earth makes a bed for them of any kind of grass they
choose. He also says he saw them levitating as much as
three feet from the ground, not for ostentation. since that
kind of vanity is foreign to them, but because all the rites
they perform to the sun they do above the earth like him,
considering this practice appropriate for the God.
(โยคีชาวอินเดียอยู่ในโลก ก็เหมือนไม่ได้อยู่คือ มีอะไร
ที่ล้อมรอบโดยไม่มีอะไรล้อม และไม่มีสมบัติพัสถาน
แต่ได้นั่งมาบ้าง จนรู้สึกว่าตัวตนไม่มี กล่าวคือ ไม่รู้
ร้อนรู้หนาว มีความสงบ และเมื่อเรานั่งมาถึงจุดหนึ่ง
จะพบว่า เราเหลือแต่จิตจริง ๆ ไม่มีกาย ไม่มีน้ำหนัก
ผู้ที่ทำสมาธิแบบพุทธศาสนา แนววิชชาธรรมกาย ที่
เพ่งพิศไปยังดวงแก้วเพื่อรวมศูนย์กลางของจิต และ
เคลื่อนย้ายจิตสมาธิมายังศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เหนือ
สะดือ ๒ นิ้วมือจะรู้ว่า ตรงจุดนั้นเมื่อจิตใจเรานิ่ง
จริง ๆ จะเกิดความสบายอย่างบอกไม่ถูก
เรื่องสมาธิและตัวเบาที่กระผมนำมากล่าวนี้
ปราชญ์ตะวันตกได้เขียนมาเมื่อเกือบสองพันปีมาแล้ว
มีแต่โลก ฟังดูค่อนข้างเป็นปรัชญา ดามีสเล่าว่า โยคี กระผมใคร่ถามผู้อ่านว่า เราเคยได้ยินเรื่องเหล่านี้บ้าง
กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๓๕ ๖๑