ข้อความต้นฉบับในหน้า
ในช่วงใด รัชสมัยใด และใครเป็น
๒
ผู้สร้าง รู้แต่ว่ามีพระพุทธรูปยืน
องค์ใหญ่สมัยอยุธยา ชาวบ้าน
เรียกขานกันว่า "หลวงพ่ออู่ทอง”
ปีมะโรง พ.ศ. ๒๓๖๓ ใน
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธ
เลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ ๒ แห่ง
กรุงรัตนโกสินทร์ มีข่าวว่าพม่า
กำลังเตรียมทัพจะมาตีไทย จึง
โปรดเกล้าฯให้จัดเป็น ๔ กองทัพ
เตรียมสกัดกั้นพม่าเป็นแห่ง ๆ ตั้ง
แต่ด่านเจดีย์สามองค์ลงไปทางใต้
โดยเฉพาะทางด่านเจดีย์สาม องค์
ๆ
ซึ่งเป็นด่านสำคัญที่สุด ด้วย
พม่าเดินทัพใหญ่ได้สะดวกที่สุดนั้น
โปรดเกล้าฯให้พระเจ้าลูกยาเธอ
กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (ต่อมา
คือรัชกาลที่ ๓ ไงจ๊ะ เบญจ์คงจำ
ได้นะ) ทรงเป็นแม่ทัพคุมพลหนึ่งหมื่นมาขัดตา
ทัพอยู่ ณ ตำบลปากแพรก เมืองกาญจนบุรี
D
จิตรกรรมฝาผนัง
พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎา- ปะประตู และบานประตูใน
บดินทร์ เสด็จยาตราทัพมาทางเรือ เข้าคลอง
บางกอกใหญ่ ผ่านคลองด่าน มาถึงหน้าวัด
จอมทอง
ซึ่งมีบริเวณกว้างขวาง โปรดให้
หยุดทัพประทับแรมที่หน้าวัด และรุ่งขึ้นโปรด
ให้ทำพิธีเบิกโขลนทวารตามลักษณะพิชัย
สงคราม
นัยว่าพระองค์ทรงรู้จักมักคุ้นกับเจ้า
อาวาสวัดจอมทอง (ซึ่งต่อมาได้สมณศักดิ์เป็น
พระสุธรรมเทพเถระ) ผู้ชำนาญในการจับยาม
สามตา ท่านคงจะได้ถวายคำพยากรณ์ไว้อย่าง
ใดอย่างหนึ่ง เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นไปนมัสการ
พระประธาน เป็นเหตุให้ทรงเลื่อมใสและทรง
อธิษฐานขอให้ไปราชการสงครามครั้งนี้ประสบ
ผลสำเร็จ และเสด็จกลับโดยสวัสดิภาพ
เบญจ์รู้มั้ย พระองค์ตั้งทัพคอยพม่า
อยู่ร่วมปีเชียวนะ จนย่างเข้าหน้าฝนปี ๒๓๖๔
ก็ยังไม่มีวี่แววว่าพี่หม่องจะยกทัพมาเยี่ยมไทย
พระอุโบสถ ที่เขียนโดยช่าง
จีนแต้จิ๋ว
พระราชบิดาจึงโปรดเกล้าฯให้
ยกทัพกลับพระนคร
ถึงแม้ว่าการไปสงครามครั้ง
นี้จะมิได้สู้รบกับพม่าเลย แต่
พระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎา
บดินทร์ ก็ทรงถือว่าการไปครั้ง
นี้สำเร็จด้วยดี ด้วยพม่าพะวง
กับศึกภายในจนมิกล้ายกทัพมา
รุกรานไทย ทำให้ทหารของ
พระองค์มิต้องล้มตาย บ้านเมือง
มิต้องเดือดร้อน จึงทรงแก้บน
ด้วยการปฏิสังขรณ์วัดจอมทอง
เป็นการใหญ่ โดยทรงรื้อของเก่า
ซึ่งขณะนั้นทรุดโทรมมาก แล้ว
สร้างใหม่หมดเลยจ้ะ พระองค์
เสด็จมาคุมงานและตรวจตราการ
ก่อสร้างด้วยพระองค์เองตลอด
มาเชียวนะ
“น้าคะ เขาว่ากันว่า วัดราชโอรสฯ
เป็นต้นแบบของการสร้างวัดไทยด้วยศิลปะแบบจีน
ใช่ไหมคะ” เสียงโชเฟอร์คนเก่งของเราถาม
“ใช่จ้ะ ด้วยเหตุที่การปฏิสังขรณ์วัด
นี้เป็นการส่วนพระองค์ จึงมีพระราชดำริแบบ
อย่างตามความพอพระราชหฤทัย เผอิญขณะ
นั้นการติดต่อค้าขายกับจีนเฟื่องฟูมากนะ ศิลปะ
จีนจึงพลอยได้รับความนิยมไปด้วย พระองค์
เองก็โปรดศิลปะอย่างจีนเป็นอย่างยิ่ง การก่อสร้าง
วัตถุสถาน ศิลปะตกแต่งภายในวัดจึงเป็นศิลปะ
แบบจีนทั้งสิ้น เดี่ยวหลาน ๆ จะได้เห็น
เสียงน้าน้อยอธิบายอยู่ที่นั่งตอนหลัง พี่นิภาผงก
ศีรษะรับพร้อมเสียงอืออยู่ในคอ
"แม้เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว
ก็ยังทรงตบแต่งประดับประดาวัดนี้ด้วยถ้วยชาม
กระเบื้องเคลือบและเครื่องตกแต่งที่สั่งซื้อมาจาก
เมืองจีนโดยตรง แม้บานประตูบานหน้าต่าง
ด้านใน และจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถก็
ทรงใช้ช่างจีนแต้จิ๋วเขียนนะ แล้วก็ไม่ใช่ภาพ
เกี่ยวกับพุทธประวัติ หรือไตรภูมิพระร่วงอย่าง
กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๓๕ ๘