ข้อความต้นฉบับในหน้า
จากในหนังสือได้กล่าวว่า พระมณฑป
เลยศาลาเจษฎาบดินทร์ และศาลา
นั้นเดิมทีก็คือ หอพระไตรปิฎก เคยมีตู้พระ อดีตเจ้าอาวาสมีหอระฆังเก่า รูปร่างแปลกตา
ธรรมและพระไตรปิฎกฉบับจารึกด้วยอักษรขอม เก๋ไปอีกแบบหนึ่ง คือ สร้างเป็นหอสูงแบบจีน
แต่เมื่อพระธรรมเทศนาจารย์ (มุ่ย ธมฺมปาโล) รูปทรง 5 เหลี่ยมนะจ๊ะ ไม่ใช่ทรงสี่เหลี่ยม
เจ้าอาวาสรูปที่ ๗ ซึ่งมารับตำแหน่งช่วง อย่างที่เราเคยเห็นตามวัดทั่วไป แบ่งเป็น ๓
พ.ศ.๒๕๕๔-๒๕๔๖ มาอยู่ที่นี่ ก็ได้เห็นตึกนี้ ชั้น ชั้นแรกเตี้ยมีบันไดขึ้นสองข้าง ข้างละ ๒
ไม่มีหลังคาเสียแล้วละ ท่านจึงให้ย้ายตู้พระธรรม ขั้นเท่านั้น จึงเหมือนยกพื้นขึ้นไปจากพื้นดิน
ลายรดน้ำและพระไตรปิฎกไปเก็บไว้ตามกุฏิพระ มากกว่า แต่มีเฉลียงเดินได้เกือบรอบจนชน
แต่ก็ถูกปลวกรุกรานกัดกินอร่อยไปเสียแยะ ภาย กำแพงที่กั้นบันไดกลางนั่นแหละ ตัวบันไดตรง
หลังสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงขอ กลางเริ่มจากพื้นดินขึ้นไปถึงชั้นสองมี
ตู้และพระไตรปิฎกที่ยังอยู่ในสภาพดีนำไปเก็บ ขั้นแน่ะ ค่อนข้างชัน ฉะนั้นชั้นสองจึงสูงมาก
ไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงเทพฯนี้แหละ เหมือนกัน มีเฉลียงเดินได้โดยรอบ แล้วจึงจะ
แต่ไม่รู้ว่าที่ตู้ น้าน้อยแนะว่าถ้าฉันอยากรู้ก็ไม่ ถึงตัวหอระฆังโดยแท้ ซึ่งเป็นช่วงที่
ยากหรอก ไปดูที่พิพิธภัณฑ์ได้เลย เพราะเขา อาคาร ใช้มือเอื้อมถึง ไม่ต้องขึ้นบันไดอีก
จะเขียนบอกไว้ว่าผู้ใดได้มาจากวัดใด และสร้าง แล้ว แล้วก็ไม่มีทางให้ขึ้นด้วย
ในสมัยใด
๑๒-๑๓
on ของ
ที่ฉันชอบมากก็คือ หอระฆังนี้ดูโปร่งดี
ต่อมามีผู้ศรัทธาช่วยซ่อมหอพระไตร ชั้นสอง และชั้นสาม เขาทำเป็นช่องโค้งคล้าย
ปิฎกแล้วต่อเติมหลังคาทรงปั้นหยาเมื่อพ.ศ. ๒๕๖๐ รูปเกือกม้า แล้วตรงช่องโค้งของชั้นสองเราจะ
หลังปฏิสังขรณ์เสร็จแล้วพระธรรมเทศนาจารย์ เห็นภาพเขียนสีแบบจีนอยู่บนผนังของตัวป้อม
จึงนำพระพุทธบาทหินจำลองจากป้อมพระ ข้างใน ดูเหมือนจะเกี่ยวกับเรื่องการเดินทางไป
พุทธบาท ซึ่งอยู่มุมกำแพงแก้วพระพุทธไส สืบพระพุทธศาสนาของหลวงจีนที่ชื่อ พระถัง
ยาสน์ทางใต้ด้านทิศตะวันตกขึ้นไปประดิษฐาน ซัมจั๋ง แต่ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจนักนะ เพราะไม่มี
ไว้ ชาวบ้านก็เลยเรียกกันใหม่ว่า มณฑปพระ ความรู้เกี่ยวกับภาพจีนในวรรณคดีจีนดีนัก
พุทธบาทจ้ะ แล้วทางวัดก็จัดให้มีงานประจำปี วันนี้ขอจบก่อนดื้อ อย่างนี้แหละ
ปิดทองพระพุทธบาทจำลองกันในกลางเดือนสี่ ก็ง่วงเต็มทนแล้วนี่จะ
เลยเป็นประเพณีของวัดนี้
น่าเสียดายนะที่ตึกมันเก่าทรุดโทรม
มากเหลือเกิน เข้าใจว่าตัวตึกคงสร้างสมัย
รัชกาลที ๓ คงโทรมมากจึงซ่อมไม่ไหว ท่าน
เจ้าคุณพระเทพปริยัติโมลีจึงต้องรื้อลงมา แล้ว
ย้ายพระพุทธบาทจำลองไปไว้ที่ศาลาอดีตเจ้า
อาวาส (ศาลาสร้างใหม่) ใกล้ ๆ หอระฆัง
ส่วนประเพณีปิดทองพระพุทธบาทจำลองยังมี
อยู่นะ เอาไว้ปีหน้าเถอะ ฉันจะมาให้ตรงงาน
แล้วจะปิดทองเพื่อเบญจ์ด้วย
ท่านเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันนี้ก็เก่งไม่น้อย
นะ ท่านสร้างอะไรใหม่ก็พยายามให้มีหลังคา
คล้ายหลังคาศาลเจ้า จึงดูกลมกลืนกับของเก่า
ๆ
ราตรีสวัสดิ์จะ
ลักขณา ศกุนะสิงห์
กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๓๕ ๘๗