การเปลี่ยนแปลงของอโศก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 1 หน้า 98
หน้าที่ 98 / 112

สรุปเนื้อหา

“ศิขริน! ในชีวิตนี้ ข้าพเจ้าจะ ทั่วทุ่งยุทธสงคราม หามิตรอย่างท่านคงหาไม่ได้อีกแล้ว ข้าพ จอมจักรพรรดิทรงม้าขาว ผูก ไม่เคยเป็นมาก่อนเลย” จอมราชัน เหลียวรอบพระองค์ เจ้าปลื้มใจยิ่งนักที่ท่านพูดอย่างมิตร สอดธนู แกว่งพระแสงดาบนำหน้าทหาร แล้วตรัสว่า “ท่านทั้งหลายจงดูเถิด ดูทะเล แท้ต่อข้าพเจ้า ท่านมิได้หวั่นเกรงต่อภัยที่ อโศกเบี่ยงพระพักตร์ไปทางใด คลื่น เลือดซึ่งแวดล้อมพวกเราอยู่ ณ บัดนี้สิ่ง จะมีแก่ตัวท่านเลย ความเป็นห่วงข้าพเจ้า ทหารแห่งมคธก็ทุ่มกำลังหลั่งไหลไปทางนั้น เหล่านี้ทำให้เราสลดใจอย่างใหญ่หลวง ไม่ ทำให้ท่านยอมเสี่ยงต่อราชภัยอันจะตก เหล่าทหารแห่งกาลิงค์ล้มตายระเนระนาด เคยมีครั้งใดในการสงคราม ที่ก่อความ ถึงตน สามารถกล่าวโอวาทต่อพระราชา ประดุจมัจฉาชาติเกลื่อนกล่นบนพื้นปฐพี สะเทือนใจแก่เราถึง

หัวข้อประเด็น

- การเปลี่ยนแปลงของอโศก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

“ศิขริน! ในชีวิตนี้ ข้าพเจ้าจะ ทั่วทุ่งยุทธสงคราม หามิตรอย่างท่านคงหาไม่ได้อีกแล้ว ข้าพ จอมจักรพรรดิทรงม้าขาว ผูก ไม่เคยเป็นมาก่อนเลย” จอมราชัน เหลียวรอบพระองค์ เจ้าปลื้มใจยิ่งนักที่ท่านพูดอย่างมิตร สอดธนู แกว่งพระแสงดาบนำหน้าทหาร แล้วตรัสว่า “ท่านทั้งหลายจงดูเถิด ดูทะเล แท้ต่อข้าพเจ้า ท่านมิได้หวั่นเกรงต่อภัยที่ อโศกเบี่ยงพระพักตร์ไปทางใด คลื่น เลือดซึ่งแวดล้อมพวกเราอยู่ ณ บัดนี้สิ่ง จะมีแก่ตัวท่านเลย ความเป็นห่วงข้าพเจ้า ทหารแห่งมคธก็ทุ่มกำลังหลั่งไหลไปทางนั้น เหล่านี้ทำให้เราสลดใจอย่างใหญ่หลวง ไม่ ทำให้ท่านยอมเสี่ยงต่อราชภัยอันจะตก เหล่าทหารแห่งกาลิงค์ล้มตายระเนระนาด เคยมีครั้งใดในการสงคราม ที่ก่อความ ถึงตน สามารถกล่าวโอวาทต่อพระราชา ประดุจมัจฉาชาติเกลื่อนกล่นบนพื้นปฐพี สะเทือนใจแก่เราถึงปานนี้ เลือดจมกีบม้า เช่นข้าพเจ้าได้อย่างตรงไปตรงมา ศีขริน! เมื่อชาวประมงยกจากห้วงวารี แล้วทุบ เสียงครวญครางจากคนและสัตว์ที่บาดเจ็บ ข้าพเจ้าขอปฏิญาณต่อหน้าแสงเดือนนี้ว่า ให้ดาวดิ้นก็ปานกัน ข้าพเจ้าจะไม่ให้เหตุการณ์ทำนองนี้เกิด เมื่อพระราชาแห่งอาณาจักรกา ขึ้นในชีวิตของข้าพเจ้าอีก ข้าพเจ้าให้พร ลิงค์ถูกจับได้ ถูกสำเร็จโทษในสนามรบ ที่ท่านขอด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง และเหล่าทหารฝ่ายกาลิงค์ที่ยังเหลืออยู่น้อย ศีขรินทรุดกายลงกอดพระบาท แตกทัพหนีกระเจิงไปแล้ว จอมจักรพรรดิ แห่งพระราชาอันเป็นที่รักยิ่งของตน นิ่งอยู่ ทอดพระเนตรไปทั่ว ทิศ แห่งท้องทุ่ง ในความนิ่งนั้นมีความหมายทางจิตใจพ้น พรรณนา ต กลับพระทัย ศพระเนระนาดหลากหลาย" แล้วพระองค์ ทรงยกพระหัตถ์ทั้งสองประนมเหนือพระ เศียรชูขึ้นสู่ท้องฟ้า ประกาศก้องท่ามกลาง สมรภูมินั่นเองว่า "ตั้งแต่นี้ต่อไป เราผู้มีนามว่า "อโศก” ขอวางธนูและดาบ จะไม่ยอม ยุทธสงคราม มองลงสู่แผ่นพื้นเมทนีตรง ขึ้นรถและม้าศึกอีกเลย มนุษย์ทั้งหลาย ที่พระองค์ยืนมาอยู่ ทรงเห็นเลือดท่วมกับม้า ต้องตายลงคราวนี้เป็นจำนวนแสน บาด ทรงทอดทัศนาการไปเบื้องพระพักตร์และ เจ็บอีกจำนวนมาก เราผู้รักชีวิตของตน ราค โดยรอบพระองค์ ทรงเห็นเลือดแดง ได้ทำลายชีวิตอื่นมาเหลือคุณนาแล้ว” ฉานกระทบแสงสุริยาเมื่อจวนอัสดง พร้อมกับดวงสุริยาลับเหลี่ยมเขา ประหนึ่งทะเลเพลิง ทั้งศพคนและสัตว์ แสงระวีสิ้นสุดลง ทัพแห่งอโศกก็เดินเข้า นอนตายเกลื่อนกล่น แผ่เป็นบริเวณกว้าง สู่ราชธานีแห่งแคว้นกาลิงคะ แต่เป็นการ ทางลุ่มแม่น้ำมหานที ตอนใต้ ใหญ่สุดสายตา ในขณะที่ทหารทุกเหล่า เดินอย่างสงบเงียบ ก่อความประหลาดใจ อาณาจักรมคธลงมา มีอาณาจักรหนึ่ง กำลังชโยโห่ร้องก้องศึก เพราะระลึกถึง แก่ชาวแคว้นกาลิงคะที่เหลือสุดจะกล่าวได้ อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร ชัยชนะของพวกตนนั่นเอง จอมเสนาแห่ง พร้อมด้วยขบวนทัพที่ย่างเข้าสู่ราชธานี ประชากรขยันขันแข็งในการประกอบ แคว้นมคธทรงทอดถอนพระทัย ปลดธนู นั่นเองมีประกาศไปตลอดทางว่า สัมมาชีพ ร่างกายกำยำใหญ่ ผิวดำ มี และพระแสงดาบทิ้งลงสู่พื้นปฐพี อันกลาย กาลิงค์ทั้งหลายอย่าได้ตกใจกลัวเลย อาชีพทางเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ ดิน เป็นวารีเลือดไปแล้วนั้น กองทัพแห่งจอมจักรพรรดิผู้เป็นที่รักของ แดนส่วนนี้รู้จักกันในนามว่า "อาณาจักร ขณะนั้นเอง เหตุอัศจรรย์ทั้ง ทวยเทพ จะไม่ทำร้ายพี่น้องชาวกาลิงค์ เบื้องบนและเบื้องล่างก็กึกก้องกัมปนาท เป็นอันขาด ขอให้ท่านทั้งหลายตั้งอยู่ใน เมื่อจอมจักรพรรดิอโศก ทรง ขึ้นพร้อมกัน ท้องฟ้าโดยรอบแดงฉาน ความสงบ" แผ่เดชานุภาพสู่แคว้นต่าง ๆ เป็นเวลาถึง เสมือนได้ด้วยเลือดสด เสียงฟ้าคำรามมา ราตรีนั้น จอมจักรพรรดิเข้าสู่ ๔ ปี หลังจากปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์ ทั้ง ๔ ทิศพื้นภูมิภาคสั่นสะเทือนหวั่นไหว พระแท่นบรรทมตั้งแต่ล่วงปฐมยามแห่ง อย่างสมบูรณ์แล้ว ลุถึงปีที่ ๔ พุทธศักราช เป็นสัญลักษณ์แห่งความเปลี่ยนแปลงครั้ง ราตรีเพียงเล็กน้อย พระองค์มิอาจก้าวสู่ ๒๔๖ ทรงกรีธาทัพสู่อาณาจักรกาลิงค์ ณ ใหญ่ในโลกมนุษย์ที่จะมีมา ณ เบื้องหน้า นิทรารมณ์ได้ ภาพแห่งอดีตปรากฏแก่ ที่นั่นกองทัพแห่งอโศกหลั่งไหลเข้าประดุจ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ และศีขริน พระองค์เสมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อก่อนพระ สายน้ำจากเหนือสู่ใต้ ชาวกาลิงค์ต่อสู้ เห็นพระอาการของพระเจ้าอยู่หัวเป็นเช่น องค์เข้าสู่แท่นบรรทมเพียงเล็กน้อยนี้เอง สุดสามารถ เสียงกลอง กลั่นสะเทือน นั้นก็ประหลาดใจ ซักม้าเข้ามาล้อมรอบ ประหนึ่งถล่มพสุธา เสียงม้า ช้าง และ ทหารหาญที่ถูกลูกศรและดาบร้องครวญ กาลิงคะ” หรือ “กาลิงค์” ครางเสียงระงมเคล้าด้วยเสียงกลองศึก พระองค์ พลางถามว่า "เทวะ! พระองค์ทรงท้อพระทัย พระองค์ทรงคำนึงถึงพระสนม จำนวนร้อย ที่ถูกไฟเผาทั้งเป็นโดยพระ กระแสรับสั่งแห่งพระองค์เอง เขาเหล่านั้น ในสงครามหรือ จึงมีพระอาการเช่นนี้ซึ่ง มีความผิดอะไรหรือ? ความผิดของเขา มกราคม ๒๕cesso Kayanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More