ข้อความต้นฉบับในหน้า
(ต่อจากฉบับที่แล้ว)
ตามลักขณ์เที่ยว
เริ่มลงตั้งแต่ฉบับที่ ๕๙ ปีที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๓
วัดราชโอรสา
เบญจ์ที่รักยิ่ง
เ
มื่อวานนี้น้าน้อยว่าง เราปรึกษา
กันว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี พี่นิภา
เสนอว่า ฉันเขียนเรื่องวัดตามที่ปร
เบญจ์อยากรู้อยู่ไม่ใช่รึ ทำไมไม่ไปเที่ยววัดต่อ
ล่ะ ฉันก็เลยคิดขึ้นมาได้ว่า เออ... ถ้างั้น
เราควรไปเที่ยววัดประจำรัชกาลที่
เพราะคราวที่แล้วฉันเล่า
เรื่องวัดอรุณราชวราราม
ซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาลที่
๒ แล้วน้าน้อยก็ตกลง
เราสามคนจึงไปวัดราช
โอรสฯกัน โดยพี่นิภา
อาสาขับรถเฟียตกระ
ป๋องของน้าน้อยให้จ้ะ
ขณะขับรถพี่นิภานึกครึ้ม
ท่องกลอน
"วัดไหนไหนก็ไม่ลือระบือยศ
เหมือนวัดราชโอรสอันสดใส
m
ดีกว่า
เป็นวัดเดิมเริ่มสร้างไม่อย่างใคร
ล้วนอย่างใหม่ทรงคิดประดิษฐ์ทำ
ทรงสร้างด้วยพระมหาวิริยาธิก
โอฬาริกพร้อมพริ้งทุกสิ่งช้า
ส่วนเกลี้ยงเกลาเพราเพริศดูเลิศล้ำ
ฟังข่าวคำลือสุดอยุธยา
จะรำพันสรรเสริญก็เกินสมุด
ขอยกหยุดพองามตามเลขา
คลองด่านหน้า
วัดราชโอรสฯนี้แหละที่พระ
เจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎา-
บดินทร์ ทรงยาตราทัพทาง
เรือเพื่อไปขัดตาทัพพม่าที่เมือง
กาญจนบุรี และต่อมาเคยเป็น
ตลาดนาที อ อ
กำหนดสร้างอาวาสโดยมาตรา
ประมาณช้านับได้สิบสี่ปี
จึงเสร็จการอาวาสราชโอรส
อันลีอยศเฟื่องฟุ้งทั่วกรุงศรี
แล้วสมโภชโปรดปรานการทวี
การที่มีเหลือล้นคุณนา
“โอ้โฮ! พี่นิภาเก่งจัง ขออีกทีซิคะ”
พี่นิภาท่องซ้ำช้า
อีกครั้ง
"อืม จำเก่งนี่” น้า
น้อยชม แล้วถามต่อ
"แล้วรู้รึเปล่าจ๊ะ ว่าใคร
แต่ง”
"นายมี มหาดเล็ก
บุตรพระโหราธิบดีค่ะ
ท่านแต่งเป็นกลอนเพลง
ยาวสรรเสริญพระเกียรติ
รัชกาลที่ ๓ ค่ะ”
"นิภานี่เก่งจริง ๆ นี่ขนาดเรียนเทคโน
นะ” พี่นิภายิ้มแก้มแทบปริเมื่อได้ยินน้าน้อยชม
ซึ่งหน้า ฉันชักอิจฉาความเก่งของพี่นิภาเสียแล้ว
“น้าคะ กรุณาเล่าประวัติย่อ ๆ ของวัดนี้
หน่อยซิคะ ลักขณ์อยากรู้ก่อนได้ชมค่ะ”
"ดีค่ะ ภาก็อยากรู้เหมือนกัน”
น้าน้อยก็เลยเล่าประวัติขณะที่เรานั่ง
รถมาวัดกัน พอสรุปได้ความว่า วัดนี้เดิมชื่อ
วัดจอมทอง เป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าสร้าง
สมัยกรุงศรีอยุธยาโน่นแหละ แต่ไม่รู้ว่าสร้างขึ้น
7
๘๒ มกราคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร