ข้อความต้นฉบับในหน้า
ที่สอง
พูดถึงกายมนุษย์ละเอียด นั่นก็ต้อง
อาศัยกายทิพย์เข้าไป รักษาดวงธรรมที่ทำให้
เป็นกายมนุษย์ละเอียดไว้ ให้กายมนุษย์ละเอียด
อยู่เป็นสุข าราญเบิกบานใจไป ว่า กาย
มนุษย์ละเอียดน่าเลื่อมใส กายทิพย์น่าเลื่อมใส ความเลื่อมใสใน
กายทิพย์ละเอียดเขารักษาดวงธรรมที่ สงฆ์น่ะเลื่อมใส
ทำให้เป็นกายทิพย์ไว้ กายทิพย์อยู่เบิกบาน อย่างไร? เลื่อมใส
สำราญใจ เพราะกายทิพย์ละเอียดรักษาดวง
ธรรมที่ทำให้เป็นกายทิพย์ไว้
ว่ารักษาดวงธรรมที่
กายอรูปพรหมเบิกบานสำราญใจ น่าเลื่อมใส
ธรรมกายรักษาดวงธรรมที่ทำให้เป็น
อรูปพรหมละเอียดไว้ กายอรูปพรหมละเอียดจึง
เบิกบานสำราญใจอยู่ได้ น่าเลื่อมใส
กายธรรมละเอียดรักษาดวงธรรมที่
ทำให้เป็นธรรมกายไว้นั่นแน่ กายธรรม
ละเอียดนั่นเป็นสังฆรัตนะ เป็นพระสงฆ์แท้ๆ
ต้องแสดงอย่างนี้ถึงจะรู้ชัดว่า
ความเลื่อมใสในสงฆ์น่ะเลื่อมใส
อย่างไร? เลื่อมใสว่ารักษาดวงธรรมที่ทำให้
กายรูปพรหม รักษาดวงธรรมที่ทำให้ ทำให้เป็นธรรมกาย เป็นธรรมกายไว้ ถ้าว่าไม่รักษาไว้แล้ว ดวงธรรม
เป็นกายทิพย์ละเอียดไว้ น่าเลื่อมใส
กายรูปพรหมละเอียด รักษากายดวง
ธรรมที่ทำให้เป็นกายรูปพรหมหยาบนั้นไว้ไม่ให้
แล้ว ดวงธรรมที่
ไว้ ถ้าว่าไม่รักษาไว้ ที่ทำให้เป็นธรรมกายนั้นก็อยู่ไม่ได้ กายธรรม
ก็ไม่มี เพราะฉะนั้นน่าเลื่อมใสพระสงฆ์ รักษา
ดวงธรรมที่ทำให้เป็นธรรมกายไว้
นั้นก็อยู่ไม่ได้ กาย
พระสงฆ์นั้นท่านประพฤติปฏิบัติอย่างนี้แหละ
กายอรูปพรหมรักษาดวงธรรมที่ทำให้
ธรรมก็ไม่มี
หายไป ถ้าหายไปรูปพรหมหยาบก็อยู่ไม่ได้ ทำให้เป็นธรรมกาย นี่แหละพระพุทธเจ้าท่านสรรเสริญนัก
น่าเลื่อมใส
เป็นกายรูปพรหมละเอียดไว้ ไม่ให้หายไป ให้อยู่
เป็นสุขสำราญเบิกบานใจน่าเลื่อมใส
กายอรูปพรหมละเอียด รักษาดวง
ธรรมที่ทำให้เป็นกายอรูปพรหมไว้ ไม่ให้หายไป
เป็นหน้าที่รักษาดวงธรรมนั่นแหละ ท่านถึงได้
ยืนยันตามตำรับตำราว่า สังเฆน ธาริโต
ธรรมอันพระสงฆ์ทรงไว้ ดวงธรรมที่ทำให้เป็น
กายธรรม พระสงฆ์ทรงไว้
ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์