ข้อความต้นฉบับในหน้า
สมบูรณ์ด้วยศีล) นั้น
ได้ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ ก็อิ่มใจ
แต่ไม่เต็มปรารถนาด้วยสมาธิสัมปทา (ความ
สมบูรณ์ด้วยสมาธิ) นั้น
ได้ญาณทัสสนะ (หรือปัญญา) ก็อิ่มใจ
แต่ไม่เต็มปรารถนาด้วยญาณทัสสนะนั้น ไม่
ยกตนข่มผู้อื่น เพราะญาณทัสสนะนั้น
คุณธรรมอื่นๆ ที่ยิ่งกว่า ประณีตกว่า
ญาณทัสสนะก็ปลุกความพอใจ พยายามเพื่อ
ทำให้แจ้งซึ่งคุณธรรมนั้นๆ ไม่มีความ
ประพฤติย่อหย่อนหละหลวม
ดูก่อนพราหมณ์ ! ธรรมอะไรบ้าง ที่
ยิ่งกว่า ประณีตกว่าญาณทัสสนะ ดูก่อน
พราหมณ์ ! ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้เข้าปฐม
ฌาน ฌานที่ ๑) เข้าทุติยฌาน (ฌานที่ ๒)
เข้าตติยฌาน (ฌานที่ ๓) เข้าจตุตถฌาน ฌานที่ ความหลุดพ้นแห่ง
๔) เข้าอากาสานัญจายตนะ (อรูปฌาน ใจอันไม่กำเริบด้วย
กำหนดอากาศไม่มีที่สิ้นสุดเป็นอารมณ์) เข้า
กิเลส ที่เกิดขึ้นใน
วิญญาณัญจายตนะ (อรูปฌาน กำหนด
วิญญาณไม่มีที่สิ้นสุดเป็นอารมณ์) เข้าอา พระพุทธศาสนา
กิญจัญญายตนะ อรูปฌาน กำหนดว่าไม่มี เปรียบเหมือน แก่น
อะไรแม้แต่นิดหน่อย) เข้าเนวสัญญานา ไม้ เพราะฉะนั้น
สัญญายตนะ อรูปฌาน ที่มีสัญญาความจำได้
หมายรู้ ก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญา ก็ไม่ใช่) เข้า
สัญญาเวทยิตนิโรธ (สมาบัติชั้นสูงสุด ใน พุทธศาสนา คือ
แก่นแท้ ของพระ
เป็นอานิสงส์ มิใช่มีความสมบูรณ์ด้วยศีลเป็น
อานิสงส์ มิใช่มีความสมบูรณ์ด้วยสมาธิเป็น
อานิสงส์ มิใช่มีญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์ แต่
ความหลุดพ้นแห่งใจ อันไม่กลับกำเริบอันใด
พรหมจรรย์นี้มีความหลุดพ้นแห่งใจ อันไม่
กลับกำเริบนั้นแหละ เป็นที่ต้องการ นั้นเป็น
แก่นสาร นั้นเป็นที่สุดโดยรอบ
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้
ปิงคลโกจฉพราหมณ์กราบทูลสรรเสริญ
พระธรรมเทศนา แสดงตนเป็นอุบาสกถึง
พระรัตนตรัยตลอดชีวิต
โดยสรุปจากพระสูตร
๑. ลาภสักการะ ที่เกิดในพระพุทธ
ศาสนา เปรียบเหมือน กิ่งไม้ใบไม้
๒. ความสมบูรณ์ด้วยศีล ที่เกิดใน
พระพุทธศาสนา เปรียบเหมือน สะเก็ดไม้
๓.
ความสมบูรณ์ด้วยสมาธิ ที่เกิดใน
พระพุทธศาสนา เปรียบเหมือน เปลือกไม้
๔. ญาณทัสสนะ หรือ ปัญญาที่เกิด
จากการเห็น ที่เกิดในพระพุทธศาสนา เปรียบ
เหมือน กระพี้ไม้
๕. ความหลุดพ้นแห่งใจอันไม่กำเริบ
ด้วยกิเลส ที่เกิดขึ้นในพระพุทธศาสนา
เปรียบเหมือน แก่นไม้
พระพุทธศาสนา ซึ่งเมื่อเข้าแล้วทำให้ดับ ความหลุดพ้นแห่ง เพราะฉะนั้น แก่นแท้ของพระพุทธ
สัญญาความจำได้หมายรู้และเวทนาความ ใจอันไม่กำเริบด้วย ศาสนา คือ ความหลุดพ้นแห่งใจอันไม่กำเริบ
เสวยอารมณ์สุขทุกข์หรือไม่ทุกข์ ไม่สุขได้) กิเลส
อาสวะของภิกษุนั้นสิ้นไปแล้ว เพราะเห็นด้วย
ปัญญา คุณธรรมเหล่านี้แล ที่ยิ่งกว่าประณีตกว่า
ญาณทัสสนะ
ดูก่อนพราหมณ์ ! เรากล่าวบุคคลนี้
ว่าเปรียบเหมือนผู้ต้องการแก่นไม้ ก็ตัด
เอาแต่แก่นไม้ไปฉะนั้น”
“ด้วยประการฉะนี้แหละพราหมณ์
พรหมจรรย์นี้มิใช่มีลาภ สักการะ ชื่อเสียง
ด้วยกิเลส
ดังนั้น พระสงฆ์ที่แท้จริงคือผู้ที่ตั้งใจ
ปฏิบัติจนกระทั่งสามารถบรรลุธรรมไปตาม
ลำดับๆ และสามารถสืบทอดแก่นแท้พระ
พุทธศาสนาเอาไว้ ทำหน้าที่เป็นธรรมทายาท
ประกาศแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาแทน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้
(อ่านต่อฉบับหน้า)
กัลยาณมิตร สิงหาคม ๒๕๔๒
๑๙