ข้อความต้นฉบับในหน้า
ถ้าภิกษุผู้ไม่อยู่ป่า เป็นผู้ฟุ้งซ่าน ถือตัว เห่อ ปากกล้า
พูดพล่าม สติเลอะเลือน ไม่มีสัมปชัญญะ มีใจไม่ตั้งมั่น มี
จิตพลุ่งพล่าน ไม่สำรวมอินทรีย์ เมื่อเป็นเช่นนี้ภิกษุนั้นพึง
ถูกติเตียน (ไม่สมควรเป็นเนื้อนาบุญ)
ถ้าภิกษุผู้ไม่อยู่ป่า เป็นผู้ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ถือตัว ไม่เห่อ
ไม่ปากกล้า ไม่พูดพล่าม มีสติตั้งมั่น มีสัมปชัญญะ มีใจตั้ง
มั่น จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง สำรวมอินทรีย์ เมื่อเป็นเช่นนี้
ภิกษุนั้นจึงได้รับสรรเสริญ (สมควรเป็นเนื้อนาบุญ)”
พระพุทธองค์ได้ตรัสในทำนองเดียวกันว่า ภิกษุผู้
ถือธุดงค์บิณฑบาตเป็นวัตรหรือผู้ไม่ถือ ภิกษุผู้ถือธุดงค์ใช้
ผ้าบังสุกุลเป็นวัตรหรือผู้ไม่ถือ หากประพฤติตนไม่ดีก็พึ่งถูก
ติเตียน (ไม่สมควรเป็นเนื้อนาบุญ) หากประพฤติตนดีก็พึ่ง
ได้รับคำสรรเสริญ (สมควรเป็นเนื้อนาบุญ) ดังนั้นการเลือก
ให้โดยเจาะจงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจึงไม่สมควร
พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสต่อว่า "ดูก่อนคฤหบดี
เชิญท่านให้สังฆทานเถิด เมื่อท่านให้สังฆทานอยู่ จิตจัก
เลื่อมใส เมื่อจิตเลื่อมใส ตายไป จักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์”
คฤหบดีชื่อ ทารุกัมมิกะ ทูลสนองว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ข้าพระองค์นี้จักให้สังฆทานตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”
ทำน้อยได้ผลมาก
กุฎมพี่คนหนึ่งเป็นอุปัฏฐากพระเรวตเถระ กุฎมพี
ท่านนี้มีธิดาสองคน คนพี่ชื่อ ภัททา คนน้องชื่อสุภัททา
ต่อมานางภัททาแต่งงานไปอยู่กับสามี นางอยากมี
ลูกแต่เป็นหมัน จึงอนุญาตให้สามี
น่านางสุภัททามาอยู่ด้วย
นางภัททาเป็นผู้มีความ
เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา
ได้แนะนำน้องสาวให้ทำทานและ
อยู่ในธรรม
ต่อมาทั้งคู่ละโลก ไปเกิด
ในสรวงสวรรค์ ครั้งนั้นสุภัททา
เทพธิดา พิจารณาถึงทิพยสมบัติว่าเรามาเกิดในสวรรค์นี้
ด้วยบุญอะไร จึงเห็นว่าเพราะตั้งอยู่ในโอวาทพี่ภัททา
สุภัททาเทพธิดาจึงไปหาภัททาเทพธิดา ผู้เป็นบริจาริกา
ของท้าวสักกะ ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
“โอ...ท่านเป็นใคร ทำไมรัศมีท่านสว่างไสวกว่า
ชาวสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ทั้งหมด ฉันไม่เคยเห็นท่านเลย ท่าน
มาจากเทวโลกชั้นไหน ทำไมถึงเรียกชื่อเดิมว่าภัททาได้ถูก
ต้อง" ภัททาเทพธิดาถาม
“ข้าแต่พี่ภัททา ฉันชื่อสุภัททา ชาติก่อนที่เป็น
มนุษย์ฉันได้เป็นน้องสาวพี่ ละโลกแล้วได้มาเกิดเป็น
เทพธิดาประจำสวรรค์ชั้นนิมมานรดี” (นิมมานรดี เป็นชื่อ
สวรรค์ชั้นที่ ๕ ซึ่งสูงกว่าดาวดึงส์สวรรค์ชั้นที่ ๒)
นางภัททาเทพธิดา ถามต่อว่า “ดูก่อนแม่สุภัททา
สวรรค์ชั้นนิมมานรดี เป็นที่อยู่ของผู้สั่งสมบุญไว้มาก เธอ
ทำบุญอะไรไว้
นางสุภัททาเทพธิดาตอบว่า “เมื่อชาติก่อน ฉันมี
จิตเลื่อมใสถวายบิณฑบาต 4 ที่แก่สงฆ์ผู้เป็นทักขิไณยบุคคล
๘ รูปด้วยมือของตน เพราะบุญนี้ฉันจึงมีวรรณะงามเช่นนี้
มีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ"
“พี่ก็ถวายอาหารแก่ภิกษุทั้งหลายผู้สำรวมดีด้วย
มือมากกว่าเธอ เมื่อให้ทานมากกว่าทำไมได้เกิดเป็นชาว
สวรรค์ชั้นต่ำกว่าเธอ ส่วนเธอได้ถวายทานเพียงเล็กน้อย
ทำไมถึงได้ผลพิเศษไพบูลย์มากเช่นนี้ เพราะเหตุใดช่วย
ตอบฉันด้วย” ภัททาเทพธิดาถามสุภัททาเทพธิดาน้องสาว
ด้วยความกระหายใคร่รู้
“ชาติก่อนน้องนิมนต์พระ ๘
รูป ฉันภัตตาหาร มีพระเรวตเถระ
เป็นประธาน พระเถระมุ่ง
อนุเคราะห์ฉันจึงขอให้ถวายในหมู่
สงฆ์เถิด ฉันทำตามคำของท่าน
ของที่ถวายนั้นจึงเป็นสังฆทาน มี
อานิสงส์มากไม่อาจคำนวณได้
พี่ก็ถวายอาหารแก่ภิกษุทั้งหลายผู้สำรวมดีด้วยมือมากกว่าเธอ เมื่อให้ทานมากกว่าทำไม
ได้เกิดเป็นชาวสวรรค์ชั้นต่ำกว่าเธอ ส่วนเธอได้ถวายทานเพียงเล็กน้อยทำไมถึงได้ผล
พิเศษไพบูลย์มากเช่นนี้ เพราะเหตุใด
กัลยาณมิตร สิงหาคม ๒๕๔๒ ๘๗