การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 8 หน้า 55
หน้าที่ 55 / 134

สรุปเนื้อหา

เมื่อเราลงมือเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ จำเป็นที่จะต้องไม่ลืมว่า ต่าง ประเทศนั้นไม่เหมือนเมืองไทย สาธุชนชาวต่างชาติต้องเริ่มต้นจากผู้ที่ยังไม่เข้าใจเรื่องบุญ และอาจมองโลกในแง่ของธุรกิจเป็นหลัก การรักษาผลประโยชน์ จากประสบการณ์ที่ไม่ดีในเรื่องของการพบความ ระแวงต่อศาสนาพุทธในประเทศเบลเยี่ยมที่ได้รับมา ก็ต้อง ขอเตือนว่า ชาวตะวันตกมองว่าองค์กรการกุศล และผู้ เผยแผ่ที่มาจากต่างประเทศสมควรจะเป็นเป้านิ่งแห่งการ เอาเปรียบ ในทวีปเอเชีย เราเป็นผู้ได้รับสิ่งที่ดีๆ จากผู้อื่น เสมอ แต่ในโลกตะวันตก เราต้องปรับแนวคิดใหม่ให้เป็นผู้ ที่ให้สิ่งที่ดีๆ กับสาธุชนและสังคมทั่วไปด้วย !! เมื่อเราลงมือเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ จำเป็นที่จะต้องไม่ลืมว่า ต่างประเทศนั้นไม่เหมือนเมืองไทย สาธุชนชาวต่างชาติต้องเริ่มต

หัวข้อประเด็น

- การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เมื่อเราลงมือเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ จำเป็นที่จะต้องไม่ลืมว่า ต่าง ประเทศนั้นไม่เหมือนเมืองไทย สาธุชนชาวต่างชาติต้องเริ่มต้นจากผู้ที่ยังไม่เข้าใจเรื่องบุญ และอาจมองโลกในแง่ของธุรกิจเป็นหลัก การรักษาผลประโยชน์ จากประสบการณ์ที่ไม่ดีในเรื่องของการพบความ ระแวงต่อศาสนาพุทธในประเทศเบลเยี่ยมที่ได้รับมา ก็ต้อง ขอเตือนว่า ชาวตะวันตกมองว่าองค์กรการกุศล และผู้ เผยแผ่ที่มาจากต่างประเทศสมควรจะเป็นเป้านิ่งแห่งการ เอาเปรียบ ในทวีปเอเชีย เราเป็นผู้ได้รับสิ่งที่ดีๆ จากผู้อื่น เสมอ แต่ในโลกตะวันตก เราต้องปรับแนวคิดใหม่ให้เป็นผู้ ที่ให้สิ่งที่ดีๆ กับสาธุชนและสังคมทั่วไปด้วย !! เมื่อเราลงมือเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ จำเป็นที่จะต้องไม่ลืมว่า ต่างประเทศนั้นไม่เหมือนเมืองไทย สาธุชนชาวต่างชาติต้องเริ่มต้นจากผู้ที่ยังไม่เข้าใจเรื่องบุญ และอาจมองโลกในแง่ของธุรกิจเป็นหลัก เรื่องนี้ทำให้เกิด เรื่องที่ตัดสินใจลำบากของพระภิกษุได้หลายเรื่อง เช่น การ ที่พระภิกษุคล้ายจะเป็นเครื่องมือหาเงินเข้าบ้านสาธุชน * เช่นมีการนิมนต์พระภิกษุไปแสดงพระธรรมเทศนาที่บ้าน และมีผู้มาร่วมฟังพระธรรมเทศนา บางท่านก็มามือเปล่า แล้วกลับไปมือเปล่า บางท่านก็แสดงความซาบซึ้งในการฟัง พระธรรมเทศนา โดยการถวายเครื่องไทยธรรม หรือปัจจัย แก่พระภิกษุ แต่ถ้าถามว่าใครคือผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายสำหรับ การแสดงพระธรรมเทศนานี้ แน่นอนคือเจ้าของบ้าน ซึ่ง ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่าอาหารเครื่องดื่มที่ผู้ฟังได้บริโภค จ่ายค่าน้ำมันรถเพื่อไปส่งพระอาจารย์ที่สถานีรถไฟ แม้ กระทั่งค่าไปรษณีย์เพื่อเชิญคนมาฟังธรรม บางครั้งผู้ร่วม ฟังก็อยู่นานกว่าที่ควร ทำให้เจ้าของบ้านไม่สะดวกที่จะทำ อย่างอื่น รวมทั้งไม่เป็นการเคารพความเป็นส่วนตัวของ เจ้าของสถานที่อีกด้วย ถ้าเทียบกับห้องประชุมสาธารณะ ก็ ต้องเสียค่าเช่าหลายพันเพื่อเช่าแค่ ๒ ชั่วโมง ในกรณีของ ชาวเอเชียนั้น ถือว่าเป็นบุญของเจ้าของบ้านและเป็นมงคล แก่บ้าน แต่สำหรับชาวตะวันตกที่ไม่มีความสำนึกในแง่ของ น้ำใจ บางครั้งเขาก็จะโกรธพระอาจารย์ที่ไม่จ่ายเงินบริจาค ให้กับเขา เขาจะมองตัวเองว่า เป็นผู้จัดที่ไม่ได้รับการตอบแทน ความจริงแล้วพระอาจารย์อาจช่วยทำบุญค่าใช้จ่ายของ เจ้าของบ้านก็ได้ แต่ผลเสียคือ ครั้งต่อไปเขาก็จะหวังเช่นนั้น เขาจะเรียกร้องค่าใช้จ่ายแม้กระทั่งผู้เข้าร่วมฟังธรรมนั้นไม่ ได้บริจาคอะไรเลย เพราะฉะนั้น จะเป็นการดีกว่าที่เรามี สถานที่เพื่อจัดกิจกรรมธรรมะ หรือติดต่อเช่าด้วยตนเอง เพื่อเป็นการรักษาน้ำใจ และไม่เกิดความเข้าใจผิดจากผู้ สนับสนุนที่มีความหวังดี บางครั้งเป็นแค่การสำคัญผิด แต่ บางครั้งดูราวกับว่า มีแผนการซ่อนเร้นซึ่งจะต้อง ระมัดระวังเอาไว้บ้าง การละเมิดลิขสิทธิ์ บางครั้งชาวตะวันตกบางคนที่ไม่ เคารพลิขสิทธิ์ฉวยโอกาสที่ชาวเอเชียไม่ค่อยสนใจเรื่องลิขสิทธิ์ เช่นอย่างวัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี มีสื่อต่างๆ มากมายที่สวยงาม และมีประโยชน์ เช่น วีดีโอ ซีดี รูปภาพ เป็นต้น ซึ่งการเผยแผ่สิ่งเหล่านี้ออกไปเป็นสิ่งที่ดีและมี ประโยชน์ แต่จากประสบการณ์แล้ว พบว่ามีแนวโน้มของ ชาวตะวันตกที่จะนำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไปใช้ในการระดมทุน ส่วนตัว ดังนั้นต้องมีความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนังสือของวัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี ที่แปลและ พิมพ์ใหม่ หากว่าผู้แปลเหล่านั้นไม่ได้อ้างอิงที่มาของต้นฉบับ มูลนิธิธรรมกายก็จะเสียผลประโยชน์ในด้านของค่าลิขสิทธิ์ กัลยาณมิตร สิงหาคม ๒๔๔๒ ๕๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More