ข้อความต้นฉบับในหน้า
เสร็จจากการถวายพุ่มแล้วทรงแจกเทียนชนวนสำหรับจุดเทียนพรรษา
แก่พระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อไปจุดเทียนพรรษาตามพระอารามต่างๆ ในเขต
พระนครและธนบุรี เป็นอันเสร็จพระราชพิธีในเวลาเช้า
ในพระราชพิธีจุดเทียนพรรษานี้ มีสิ่งที่น่าสนใจมากคือ ไฟที่ใช้จุด
เทียนจะต้องเป็น “ไฟบริสุทธิ์” ไฟบริสุทธิ์นี้อาจจะได้จากพระแว่นสุริยกานต์ ซึ่ง
เป็นเลนส์รับแสงจากดวงอาทิตย์ ไฟที่เกิดจากพระแว่นแก้วนี้ ถือว่าเป็นไฟ
บริสุทธิ์ที่มาจากดวงอาทิตย์ แต่สำหรับวันที่ไม่มีแสงอาทิตย์ก็ต้องใช้ศิลาและ
เหล็กไฟ หรือที่เรียกว่าตีหินเหล็กไฟ แทน
๕
เวลาบ่าย ในสมัยรัชกาลที่ ๔ เสด็จพระราชดำเนินจุดเทียนพรรษา
วัดพระเชตุพนฯ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับทางพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย
เพื่อทรงจุดเทียนสวดมนต์ที่พระที่นั่งดุสิดาภิรมย์ แต่ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ทรงมี
พระราชกิจเพิ่มเติม คือต้องเสด็จพระราชดำเนินพระพุทธมนเทียร และ
พระพุทธรัตนสถาน พระที่นั่งบรมพิมานก่อน แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินวัด
พระเชตุพนฯ เพื่อทรงจุดเทียนพรรษาและถวายเครื่องสักการะในพระอุโบสถ
พระวิหาร พระเจดีย์ทั้ง ๔ องค์ พระพุทธไสยาสน์ ทรงถวายเครื่องสักการะพระอัฐิ
ณ ตำหนักกรมสมเด็จพระปรมานุชิต และทรงถวายพุ่มแก่พระพิมลธรรมซึ่ง
เป็นผู้รักษาพระอัฐิ
ครั้นวันแรม ๑ ค่ำ เวลาเช้า เสด็จพระราชดำเนินออกสดับปกรณ์
กาลานุกาล (พิธีสวดมาติกาบังสุกุล) เหมือนอย่างเดือนอื่น ๆ ทุกคราว แต่มี
เพิ่มเติมตรงเครื่องสักการะสำหรับเข้าพรรษา ทรงประเคนองค์ละ
ตะลุ่ม
(ภาชนะมีเชิงคล้ายพาน สำหรับใส่ของแทนถาดหรือพาน) เมื่อพระสงฆ์กลับแล้ว
เสด็จพระราชดำเนินออกเปลื้องเครื่องทรงพระมหามณีรัตนปฏิมากร จากที่
ทรงเครื่องต้น ในฤดูร้อน มาเป็น ทรงเครื่องห่มดอง สำหรับฤดูฝน
การสวดมหาชาติคำหลวง
การสวดมหาชาติคำหลวง เป็นธรรมเนียมมีมาตั้งแต่สมัยพระเจ้า
ทรงธรรมแล้ว และยังมีสืบทอดมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ แต่เนื่องจากไม่ใคร่
มีผู้ใดชอบฟัง เพราะฟังไม่เข้าใจ สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดให้จัด
นักเรียนโรงทานอ่านหนังสือสวดตามที่ได้เล่าเรียนมา แล้วมาสวดที่ศาลาราย
ศาลาละ ๒ คน ถ้าชุดใดสวดดี อาจารย์ก็พามาสวดที่ศาลา ริมทางเสด็จ
พระราชดำเนิน พระราชทานเงินคนละ ๑ สลึง ต่อวัน เป็นรางวัล
ส่วนการสวดมหาชาติคำหลวงชุดใหญ่นั้น คงสวดอยู่ในพระอุโบสถตาม
อย่างครั้งโบราณ โดยเริ่มตั้งแต่วันขึ้น ๑๔ ค่ำไปจนถึงวันแรม ๑ ค่ำ รวม ๓ วัน
ผู้สวดเป็นขุนนางระดับขุนในบรรณาการ ขุนธารกำนัน เป็นต้น มี ๔ คน ด้วย
จากภาพ : ออกพรรษาแล้ว ทอดกฐิน ถวายกฐิน รับกฐิน ตัด เย็บ ย้อมผ้าและ
กรานกฐิน
ครั้นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เวลาเช้า
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสด็จลงทรงบาตรในการ
นักขัตฤกษ์เข้าพรรษา พระสงฆ์
สามเณรบวชใหม่ ซึ่งเป็นเชื้อ
พระวงศ์ จะได้เข้ารับบาตรใน
พระบรมมหาราชวังตั้งแต่วันขึ้น
๑๕ ค่า การทรงบาตรพระใหม่นี้
มีของไทยทานพิเศษเพิ่มเติม
คือ ผ้าเช็ดปาก ผ้าเช็ดหน้า
ใบชา และของเล็ก ๆ น้อย ๆ
เปลี่ยนไปทุกวัน
กัลยาณมิตร สิงหาคม ๒๕๔๒ | ๖๓