ข้อความต้นฉบับในหน้า
อุบัติขึ้นด้วยพระธรรมกาย แล้ว
ทรงเผยแผ่สั่งสอนชาวโลก
จนกระทั่งเสด็จดับขันธปรินิพพาน
พระสาวกผู้เป็นอริยะทั้งหลายก็ได้
นำมาเผยแผ่สืบต่อกันมา ดังมี
หลักฐานปรากฏเกี่ยวกับเรื่อง
“ธรรมกาย” ทั้งในพระไตรปิฎก และ
คัมภีร์สำคัญๆ ในพระพุทธศาสนา
ทั้งฝ่ายเถรวาทของเราก็หลายแห่ง
กล่าวคือ ในพระไตรปิฎก ๔ แห่ง ในอรรถกถา ๒๘ แห่ง
เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นโดยคุณธรรมนิรมิตให้
เป็นสัจฉิกาบัญญัติ คือแจ่มชัดแก่
บุคคลผู้เป็นธรรมกายเอง ไม่ต้องมี
ใครบอกหรือตั้งชื่อให้เพราะมีอยู่จริง
กล่าวคือเป็นกายที่เกิดจาก
คุณธรรมคือโลกุตรธรรม เพราะคำ
ว่า “กาย” แปลว่า เป็นที่รวม เป็น
ที่ประชุม บอกถึงลักษณะของสิ่งที่
ประกอบ รวมกันเข้าเป็นอันหนึ่ง
อันเดียวกันจนเป็นรูปลักษณ์ไม่แยกกัน เหมือนดังเช่นกาย
ในฎีกา ๗ แห่ง และคัมภีร์นอกจากนี้มีวิสุทธิมรรคเป็นต้น มนุษย์ เป็นที่รวมของมหาภูตรูป ๔ เป็นต้น ผสมผสานกัน
อีกหลายแห่ง อีกทั้งของฝ่ายมหายานก็ปรากฏหลักฐาน จนเป็นรูปกายที่เราเห็นกันได้ด้วยตาเนื้อ แต่ว่าเป็นกายเกิด
“ธรรมกาย” เป็นอันมาก ซึ่งจะได้นำเสนอเป็นลำดับไป
คำว่า “ธรรมกาย” ที่มีปรากฏในพระไตรปิฎก มี
อยู่ ๔ แห่ง ทั้งหมดอยู่ในพระสูตร
ครั้งแรกที่ปรากฏคือ อยู่ในพระสูตรทีฆนิกาย ปา
ฏิกวรรค ในอัคคัญญสูตร (บาลี ฉบับสยามรัฐ เล่ม ๑๑ ข้อ
๕๕ หน้า ๘๑-๙๒ ความว่า
ยสส
โข ปนสฺส วาเสฏฐา ตถาคเต สทฺธา นิวิฏฐา
มูลชาตา ปติฏฐิตา ทฬหา อาหารยา สมเณน วา พราหมเป็น
วา เทเวน วา มาเป็น วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺม
ตสเสต์ กลล์ วาจาย ภควโตมหิ ปุตโต โอรโส มุขโต ชาโต
ธมฺมโช ธมฺมนิมฺมิโต ธมฺมทายาโทติ ฯ ต์ กิสฺส เหตุ ฯ ตถาคตสุส
เหตุ วาเสฏฐา อธิวจนํ ธมฺมกาโย อิติปิ พรหมกาโย อิติปิ
ธมฺมภูโต อิติปิ พฺรหฺมภูโต อิติปิ ฯ
ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ ก็ผู้ใดแล มีศรัทธา
ตั้งมั่น ในตถาคต เกิดขึ้นแล้ว แต่รากแก้ว คืออริยมรรค
ประดิษฐานมั่นคง อันสมณพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม
หรือผู้หนึ่งผู้ใดในโลก ไม่พรากไปได้ ควรเรียกผู้นั้นว่าเป็นบุตร
เป็นผู้เกิดแต่พระอุระ เกิดแต่พระโอษฐ์ของพระผู้มีพระ
ภาคเจ้า เป็นผู้เกิดแต่พระธรรม เป็นผู้ที่พระธรรมเนรมิตขึ้น
เป็นผู้รับมรดกพระธรรม ข้อนั้นเพราะเหตุใด ? เพราะคำว่า
ธรรมกาย ก็ดี พรหมกาย ก็ดี ธรรมภูต ก็ดี ว่า พรหมภูต
ก็ดี เป็นชื่อของตถาคต ฯ
คำว่า “ธรรมกาย” ในพระสูตรนี้ พระพุทธองค์ตรัส
ว่าเป็นชื่อของตถาคต เป็นชื่อที่เรียกว่า “เนมิตกนาม” คือ
๗๘ กัลยาณมิตร สิงหาคม ๒๕๕๖
จากโลกิยธรรม คือมีมนุษยธรรมเป็นประธาน
คำว่า พรหมกาย แปลว่า เป็นผู้มีกายอันประเสริฐ
บริสุทธิ์ มิใช่หมายถึงกายของพระพรหม เพราะมุ่งหมาย
เฉพาะพระตถาคต
คำว่า ธรรมภูต แปลว่า ผู้มีธรรม หรือ เป็นธรรม
เป็นๆ มิใช่เป็นธรรม (ตาย) ที่อยู่ในคัมภีร์ แต่ก็มิใช่เป็น
ธรรมที่มีชีวะ ตามความเข้าใจของวิสัยปุถุชน เพราะเป็น
วิสัยของพระอริยเจ้าทั้งหลาย เป็นสิ่งที่ละเอียดไม่สามารถ
จับต้องด้วยมือหรือมองเห็นด้วยตาเนื้อได้
คำว่า พรหมภูต บอกถึงลักษณะสภาวะอันประ
เสริฐบริสุทธิ์
นอกจากนี้ยังได้บอกถึงปฏิปทาของผู้ที่จะได้ชื่อว่า
เป็นบุตร ฯลฯ เป็นผู้รับมรดกพระธรรม ของพระตถาคตที่
ทรงพระนามว่าธรรมกาย แล้วจะต้องเป็นผู้มีศรัทธาตั้งมั่น
เกิดขึ้นแล้วแต่รากแก้ว คืออริยมรรค กล่าวคือ ดำเนินตาม
อริยมรรคมีองค์ ๘ แล้ว อันใครๆ ก็ตามไม่สามารถให้
หวั่นไหวได้ ตามหลักพระพุทธศาสนาผู้ที่มีศรัทธาไม่
หวั่นไหวที่เรียกว่า อจลศรัทธา อย่างต่ำก็ต้องเป็นพระ
โสดาบันขึ้นไปจึงจะรู้ชัดว่าธรรมกาย มิใช่เป็นเพียงชื่อดัง
อันธปุถุชนเข้าใจกัน แต่เป็นกายแท้จริงที่เกิดจาก
โลกุตรธรรม ฯ