การกำจัดต้นเหตุของความชั่ว วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 11 หน้า 17
หน้าที่ 17 / 132

สรุปเนื้อหา

สำหรับในเทศน์บทนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ท่านชี้ให้เห็นว่า บาป เป็นความเสียของจิตใจ เพราะ ขึ้นชื่อว่า ความเสีย ถ้ามีอยู่ในสิ่งใดแล้ว ย่อมเป็นต้นเหตุให้สิ่งนั้น เสื่อมคุณภาพ ด้อยคุณค่า ด้อยราคาลงไปทันที ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าโต๊ะเก้าอี้ขาหักก็ใช้ประโยชน์ไม่ได้ จานข้าวแตกก็ใส่ อาหารไม่ได้ เพราะถ้า บาป เกิดขึ้นในใจเมื่อไร บาป ย่อมห่อ หุ้ม หมักดอง บีบคั้น บังคับ กัดกร่อนใจให้เสื่อมเสีย คุณภาพไปจากความดีทันทีเหมือนกรดกัดกร่อนโลหะให้เสีย คุณภาพฉะนั้น และทันทีที่จิตใจเสื่อมเสีย เมื่อนั้น ความคิด สติปัญญา คำพูดและการกระทำของคนเราก็จะมุ่งตรงไป บนเส้นทางของความชั่วร้ายไปด้วย ทำให้เกิดการก่อบาป ขึ้นมาใหม่อีกไม่รู้จบ นับเป็นการชักนำเภทภัยมาสู่ตนให้ ต้องทนทุกข์ทรมานทั้งในโลกนี้โลกหน้า ดังนั้น การจะกำจัดต้นเหตุ

หัวข้อประเด็น

- การกำจัดต้นเหตุของความชั่ว

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สำหรับในเทศน์บทนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ท่านชี้ให้เห็นว่า บาป เป็นความเสียของจิตใจ เพราะ ขึ้นชื่อว่า ความเสีย ถ้ามีอยู่ในสิ่งใดแล้ว ย่อมเป็นต้นเหตุให้สิ่งนั้น เสื่อมคุณภาพ ด้อยคุณค่า ด้อยราคาลงไปทันที ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าโต๊ะเก้าอี้ขาหักก็ใช้ประโยชน์ไม่ได้ จานข้าวแตกก็ใส่ อาหารไม่ได้ เพราะถ้า บาป เกิดขึ้นในใจเมื่อไร บาป ย่อมห่อ หุ้ม หมักดอง บีบคั้น บังคับ กัดกร่อนใจให้เสื่อมเสีย คุณภาพไปจากความดีทันทีเหมือนกรดกัดกร่อนโลหะให้เสีย คุณภาพฉะนั้น และทันทีที่จิตใจเสื่อมเสีย เมื่อนั้น ความคิด สติปัญญา คำพูดและการกระทำของคนเราก็จะมุ่งตรงไป บนเส้นทางของความชั่วร้ายไปด้วย ทำให้เกิดการก่อบาป ขึ้นมาใหม่อีกไม่รู้จบ นับเป็นการชักนำเภทภัยมาสู่ตนให้ ต้องทนทุกข์ทรมานทั้งในโลกนี้โลกหน้า ดังนั้น การจะกำจัดต้นเหตุแท้จริงของความชั่วช้า ทั้งหลายในโลกนี้ ย่อมต้องเริ่มต้นด้วยการเว้นขาดจากบาป ในใจให้หมดสิ้นเสียก่อนเป็นสำคัญ อีกว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำยังได้เทศน์ต่อไป พระธรรมเทศนา เมื่อเข้าใจดังนี้ละก็ พึงรู้ว่าเว้นทั่วขาดจากความชั่ว ความลามกเว้นอย่างใด ความชั่วความลามกเมื่อเกิดด้วยกาย ย่อมสามารถทำได้ทั้งสิ้น ๓ ทางเท่านั้น คือ ๑) ทางกาย ๒) ทางวาจา ๓) ทางใจ ซึ่งถ้าเป็นความประพฤติดี เรียกว่า กุศลกรรมบท แต่ถ้าเป็นความประพฤติชั่ว เรียกว่า อกุศลกรรมบท ในที่นี้มีความจําเป็นต้องระบุให้ชัดเจนว่า อกุศลกรรมบท หรือ ความประพฤติชั่วทางกาย วาจา ใจ นั้น มี ๑๐ ประการด้วยกัน โดยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ แจกแจงให้ชาวพุทธสามารถปฏิบัติเว้นขาดจากบาปได้ อย่างถูกต้อง แบ่งได้ดังนี้ ความประพฤติชั่วทางกาย ๓ ประการ ๑. การฆ่า คือ ทำให้ตาย ๒. การลักทรัพย์ คือ ลอบนำสิ่งของที่เจ้าของ เขาไม่ยกให้มาเป็นของตน เช่น ขโมย ปล้น ฉ้อโกง เรียก สินบน ฯลฯ ๓. การผิดประเวณี คือ การประพฤติผิดลูกเมีย ของผู้อื่น เช่น ทำชู้ ฉุดคร่า อนาจาร ความประพฤติชั่วทางวาจา ๔ ประการ ๑. พูดเท็จ คือ พูดไม่จริง เช่น โกหก เสริม ความ บิดพลิ้ว ทำหลักฐานเท็จ ฯลฯ ๒. พูดคำหยาบ คือ พูดไม่สุภาพเรียบร้อย เช่น ด่า ประชด แช่งชัก ดูหมิ่น ๓. ฯลฯ พูดส่อเสียด คือ พูดให้เขาแตกร้าวกัน เช่น กายของเราประพฤติชั่ว ฆ่าสัตว์ ลักฉ้อ ประพฤติผิดในกาม ยุแหย่ ยุยง ใส่ร้าย ป้ายสี ฯลฯ กว้างออกไปนี่ชั่วทั้งนั้น วาจาชั่วเล่า พูดปด ส่อเสียด คำ หยาบ พูดเปล่าประโยชน์ ชั่วทั้งนั้น ใจชั่วเล่า โลภอยาก ได้ของเขา พยาบาทปองร้ายเขา ให้ผิดจากคลองธรรมชั่ว ทั้งนั้น สิบอย่างนี้หมด เว้นทั่วเว้นขาดหมดทีเดียว เรียก กุศลกรรมบทสิบ ทั้งหมดสะอาดสะอ้านบริบูรณ์เป็นอันดี ทีเดียว เรียกว่าเว้นทั่วเว้นขาด ๔. พูดเหลวไหล คือ พูดไม่เป็นสาระ เชื่อถือ ไม่ได้ เช่น พูดเหลาะแหละ พูดพล่าม พูดเพ้อเจ้อ ฯลฯ ความประพฤติชั่วทางใจ ๓ ประการ บทขยายความ ๓. อะไรบ้างที่ต้องเว้นทั่วขาดจากบาป พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้พยายามเทศน์ให้เห็นว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้ชาวพุทธ มีปัญญามอง ออกว่า ไม่ว่ามนุษย์จะเลือกประพฤติดีหรือประพฤติชั่วก็ตาม ๑. คิดโลภมาก คือ คิดอยากได้ในทางไม่ชอบ เช่น อยากได้ด้วยการทุจริต วางแผนปล้น เพ่งเล็งทรัพย์ผู้ อน ฯลฯ ๒. คิดพยาบาท คือ คิดผูกใจเจ็บและอยาก แก้แค้น เช่น คิดฆ่าเขาให้ตาย คิดปองร้ายเขา ฯลฯ ๓. ความเห็นผิด คือ เข้าใจเรื่องไม่ดีว่าเป็นเรื่อง ดี เข้าใจเรื่องดีว่าเป็นเรื่องไม่ดี เช่น เข้าใจว่าบุญบาปไม่มีจริง เข้าใจว่าพ่อแม่ไม่มีพระคุณจริง เข้าใจว่าทำดีไม่ได้ดี ฯลฯ ความประพฤติชั่วทั้ง ๑๐ ประการนี้ คือ สิ่งที่ทำให้ กัลยาณมิตร พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ๑๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More