ข้อความต้นฉบับในหน้า
เมื่อแสงสว่างของมนุษย์หายไปแล้ว พระจันทร์ พระอาทิตย์ ดวงดาวก็เกิดขึ้นมา ทำให้
มีกลางวัน มีกลางคืน เกิดเป็นเดือน ฤดู และปีขึ้น มนุษย์เริ่มมีอวัยวะภายใน มีการขับถ่าย
ร่างกายเริ่มแบ่งเป็นเพศหญิง เพศชาย มี
การสร้างบ้านเรือนเกิดขึ้นมาตามลำดับ
โลกก็เริ่มเจริญขึ้นนับตั้งแต่นั้น
เป็นต้นไป
หากเราไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงและไม่
ป้องกันแก้ไขอย่างถูกต้อง เราก็จะเป็น
ผู้หนึ่งที่มีส่วนร่วมในการทำลายโลก
อย่างเลือดเย็นที่สุด
เมื่อย้อนกลับสู่อดีต ครั้งที่โลก
เกิดขึ้นใหม่ๆ เรามีอาหารรสเลิศ เรียกว่า
ง้วนดิน มีลักษณะคล้ายฝ้านม น่าลิ้มลอง
อย่างยิ่ง ต่อมามีพรหมจำพวกหนึ่ง ที่มี
แสงสว่างในตัวเอง มีปีติเป็นอาหาร ท่องเที่ยว
ไปได้ในอากาศ เมื่อเห็นง้วนดินแล้วอดใจไม่อยู่ จึง
ตักง้วนดินชิม ปรากฏว่าง้วนดินก็เข้าไปเจือปนในธาตุ
ละเอียดของมนุษย์เหล่านั้น ทำให้รัศมีที่มีในตนเองก็หายไป
ทั้งยังทำให้กายหยาบมากขึ้นใครกินมากผิวพรรณก็หยาบมาก
ใครกินน้อยผิวพรรณก็หยาบน้อย กระแสกิเลสตัณหาในใจก็
เริ่มพอกพูนมากขึ้น ดังที่พระศาสดาตรัสเล่าให้สามเณร
วาเสฏฐะและภารทวาชะในอัคคัญญสูตรว่า
“ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ มีสมัยอีกบางครั้ง
โดยอันล่วงไปแห่งกาลยืดยาวนาน โลกนี้ย่อมเจริญขึ้น เมื่อ
โลกกำลังเจริญขึ้นโดยมากเหล่าสัตว์ก็จะพากันเคลื่อนจากพวก
อาภัสสรพรหมมาสู่ความเป็นอย่างนี้อีก.... (กลับมาเกิดเป็น
มนุษย์อีก)”
ที่นั่นแล
“ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ
มีสัตว์(มนุษย์) บางตนมีชาติโลเลกล่าวว่า ท่านผู้เจริญ สิ่งที่
ลอยอยู่นี้ จะเป็นอะไรดังนี้ แล้วเอานิ้วมือ ช้อนเอาง้วนดิน
ขึ้นมาลิ้ม เมื่อเขากำลังเอานิ้วมือซ้อนง้วนดินขึ้นมาลิ้มอยู่
ง้วนดินก็ได้แผ่ซ่านไปทั่วความอยาก (ตัณหา) จึงเกิดขึ้นแก่เขา”
“ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ สัตว์เหล่าอื่นแล ก็
๔๔ | กัลยาณมิตร พฤศจิกายน ๒๕๔๒
ถึงทิฏฐานุคติ (ทำตามอย่าง)ของสัตว์นั้นก็จะพากันเอานิ้วมือ
ช้อนง้วนดินนั้นขึ้นมาลิ้มดู เมื่อสัตว์เหล่านั้นเอานิ้วมือช้อน
เอาง้วนดินนั้นขึ้นมาชิม ง้วนดินก็แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์
และตัณหาก็เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น”
“ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ เมื่อใดแลที่สัตว์
เหล่านั้นพยายามที่จะเอามือปั้นง้วนดินทำเป็นคำ เพื่อที่จะ
บริโภค เมื่อนั้นรัศมีเฉพาะตัวของสัตว์เหล่านั้นก็จะหายไป...”
เมื่อแสงสว่างของมนุษย์หายไปแล้ว พระจันทร์
พระอาทิตย์ ดวงดาวก็เกิดขึ้นมา ทำให้มีกลางวัน มีกลางคืน
เกิดเป็นเดือน ฤดู และปีขึ้น มนุษย์เริ่มมีอวัยวะภายใน มี
การขับถ่าย ร่างกายเริ่มแบ่งเป็นเพศหญิง เพศชาย มีการ
สร้างบ้านเรือนเกิดขึ้นมาตามลำดับ โลกก็เริ่มเจริญขึ้นนับ
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นไป ขณะเดียวกับที่ความเจริญบังเกิดขึ้น
มนุษย์กลับหารู้ไม่ว่าความเสื่อมได้ย่างก้าวติดตามมาทุกฝีก้าว
เหมือนดังเงาร้ายเช่นเดียวกัน ดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า