ข้อความต้นฉบับในหน้า
บทความพิเศษ
กองบรณาธิการ
วันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๙
วันนี้ถึงวันที่เราจะต้องจากไปแล้ว... ตามถนน
ผู้คนช่างมากมายเสียจริงๆ ที่ถนนราชดำเนินกลาง ราษฎร
เข้ามาใกล้ชิดรถที่เรานั่ง กลัวเหลือเกินว่าล้อรถของเราจะ
ไปทับแข้งทับขาใครเข้าบ้าง รถแล่นฝ่าฝูงคนไปได้อย่างช้า
ที่สุด ถึงวัดเบญจมบพิตร รถแล่นเร็วขึ้นได้บ้างตามทางที่
ผ่านมา ได้ยินเสียงใครคนหนึ่งร้องขึ้นมาดังๆ ว่า “อย่า
ละทิ้งประชาชน” อยากร้องบอกเขาลงไปว่า ถ้าประชาชนไม่
“ทิ้ง” ข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะ “ละทิ้ง” อย่างไรได้ แต่รถวิ่ง
เร็วและเลยไปไกลเสียแล้ว.....
ทุกครั้งที่ได้กลับมาอ่านถ้อยคำประวัติศาสตร์อัน
กินใจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นน้ำพระทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระมหา
กรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อ
ราษฎรนั้น ยิ่งทำให้รู้สึกรักและซาบซึ้งในพระมหา
กรุณาธิคุณของพระองค์อย่างมหาศาล และรู้สึกภาคภูมิใจที่
ถือกำเนิดมาเป็นราษฎรไทยคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ใต้ร่มพระ
บรมโพธิสมภารของพระองค์
รำลึกพระราชปณิธานแห่งการปกครองบ้านเมือง
ความสงบสุขร่มเย็นทุกหย่อมหญ้า เว้นขาดจาก
อริราชศัตรู ราษฎรมีชีวิตที่อยู่ดีกินดี มีการศึกษา มีสุข
ภาพพลานัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ และมีหลักศีลธรรมในการ
ดำเนินชีวิต คุณลักษณะเหล่านี้ล้วนเป็นพระราชปณิธานใน
การปกครองบ้านเมืองของพระมหากษัตริย์ ผู้ทรง
ทศพิธราชธรรมนับตั้งแต่โบราณกาล
วันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ หลังจากที่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงรับ
ราชาภิเษกเป็นพระเจ้าแผ่นดินโดยสมบูรณ์แล้ว ทรงมีพระ
ปฐมบรมราชโองการว่า
“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่ง
มหาชนชาวสยาม”
พระบรมราชโองการนี้แม้จะสั้น แต่มีความหมาย
ลึกซึ้งในการปฏิบัติ และพระองค์ได้ทรงแสดงให้เห็นแล้วว่า
ตลอดระยะเวลาที่ทรงเป็นที่พึ่งของมหาชน พระองค์ไม่เคย
ทรงทิ้งพระราชมโนปณิธานที่ทรงให้ไว้แก่ราษฎรของ
พระองค์แม้แต่น้อยเลย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหา
กษัตริย์พระองค์เดียวในโลกที่มิได้ปรากฏพระองค์เฉพาะใน
งานพระราชพิธีเท่านั้น แต่ทรงงานหนักทั้งกลางวันกลางคืน
เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง เวลาส่วนใหญ่
ในชีวิตของพระองค์ ทรงอยู่ท่ามกลางภูเขา ถิ่นทุรกันดาร
มากกว่าประทับอยู่ในพระบรมมหาราชวัง
ทรงงานหนักเพื่อประโยชน์สุข
ของมหาชนชาวสยาม
พระองค์ทรงรับสั่งว่า “ความทุกข์เดือดร้อนของ
ประชาชน ไม่สามารถประเมินค่า ตีราคาเป็นเงินได้ ถึงแม้
ต้องเสียจำนวนเงินหมื่นล้าน เพื่อป้องกันความเดือดร้อนให้
แก่ประชาชนก็ต้องยอมเสีย....”
ด้วยพระราชประสงค์ที่จะช่วยเหลือให้ราษฎรของ
พระองค์ มีความอยู่ดีกินดี มีความสุข สามารถพึ่งตนเองได้
พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทั่วทุกตารางนิ้วของ
ประเทศไทย เพื่อทรงเข้าไปรับรู้ปัญหาและแก้ไขความทุกข์
ยากของราษฎรอย่างเข้าถึงสภาพความเป็นจริงทั่วทุก
ครัวเรือน
ในเบื้องต้น พระองค์ทรงตระหนักดีว่า “ความเจริญ
ของประเทศ ต้องอาศัยความเจริญภาคเกษตรเป็นสำคัญ”
เพราะเกษตรกรรมเป็นอาชีพพื้นฐานของคนในสังคมไทย
ในหลวง พระชนมายุ ๗๒ พรรษา
ตามรอยพระราชปณิธาน
กัลยาณมิตร พฤศจิกายน ๒๕๔๒ | ๑๙