ข้อความต้นฉบับในหน้า
เราลองมาพิจารณาเริ่มต้นจาก ปัญหายาเสพย์ติดของ
เยาวชนไทย ที่ได้เกริ่นไว้ตอนต้นของเรื่อง จากผลงาน
วิจัยหลายๆ ชิ้น เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนที่ติดยาเสพย์ติด
ในประเด็นสาเหตุเบื้องต้นที่ทำให้เด็กติดยา สามารถ
ประมวลสรุปได้ว่ามาจากเหตุ ๓ ประการหลักคือ
๑. ติดยาเสพย์ติดเพราะเพื่อนชวนให้เสพ
คิดเป็น ๗๓ %
๓
๒. ติดยาเสพย์ติดเพราะครอบครัวแตกแยก
คิดเป็น ๒๔ %
๓. ติดยาเสพย์ติดเพราะถูกหลอกให้เสพ
คิดเป็น ๒ %
จากเหตุผลทั้งสามประการข้างต้น หากวิเคราะห์
กันให้ลึกซึ้งลงไปก็จะพบว่า กรณีการเสพยาเพราะเพื่อนชวน
หรือถูกหลอกให้เสพนั้น เป็นผลมาจากเด็กที่มีพื้นฐานจิตใจ
ที่อ่อนแอ เนื่องจากไม่ได้รับการปลูกฝังที่ดีพอมาจาก
ครอบครัว และที่แย่กว่านั้นคือเป็นเด็กขาดความอบอุ่น ไม่
ได้รับการยอมรับจากครอบครัว ถึงได้ยอมรับการชักชวน
จากเพื่อนให้เสพยาเสพย์ติดได้ง่าย และเสพจนกระทั่งติด
และเลิกไม่ได้ในที่สุด
ฉะนั้นประเด็นหลักของสาเหตุการติดยาจึงมา
ลงเอยที่ “การเลี้ยงดูและบรรยากาศในครอบครัว” ซึ่งมีส่วน
อย่างสำคัญยิ่งต่อพฤติกรรมของเด็ก ตั้งแต่การเลือกคบเพื่อน
การเลือกสถานที่ไป รวมทั้งการแยกแยะว่าสิ่งใดดี - ชั่ว ถูกผิด
ควรไม่ควรอย่างไร ตลอดถึงความยับยั้งชั่งใจไม่ให้ถลำไป
ในทางที่ผิด
หากพ่อแม่ได้ให้ความอบอุ่นอย่างเพียงพอแก่เด็กๆ
ให้การอบรมสั่งสอนที่ดีพอ รวมทั้งได้เห็นตัวอย่างที่ดีๆ
จากในบ้าน ย่อมจะมีผลให้เด็กมีจิตใจและอารมณ์ที่มั่นคง
ตลอดจนสามารถแยกแยะวินิจฉัยได้อย่างถูกต้องจนไม่หลง
ไปเสพยาเสพย์ติด หรือทำผิดในกรณีอื่นๆ
ปัญหาของคนเริ่มต้นที่บ้าน
ศาสตราจารย์นายแพทย์ชิเงโมริ คิวโทกุ
ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ของญี่ปุ่น หลังจากที่ได้
ทำงานและวิจัยเกี่ยวกับโรคจิตสรีระ โรคหืดรุนแรง และ
การเลี้ยงดูเด็กมาตลอดจนเกษียณอายุ ก็ได้ข้อสรุปจากงาน
๓๐ กัลยาณมิตร พฤษจิกายน ๒๕๕๒
ที่ทำมาตลอดชีวิตว่า
“โรคภัยไข้เจ็บหรือความผิดปกติใดๆ ที่เกิดกับเด็ก
ในสมัยปัจจุบันนี้ ตั้งแต่ในกรณีที่รุนแรงเช่น โรคหืดรุนแรง
การฆ่าตัวตายของเด็ก การก่อการอาละวาดในครัวเรือน ฯลฯ
จนถึงกรณีที่เบาบางลง เช่น การที่เด็กเอาแต่ใจตนเอง
การที่เด็กเป็นหวัดเป็นประจำและอื่นๆ ด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้มี
สาเหตุมาจากการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมของพ่อแม่นั่นเอง
จากข้อมูลทั้งหมดที่ยกมาให้ดู ก็คงจะไม่ผิดนักหาก
จะสรุปว่า ผู้ใหญ่ที่สร้างปัญหาในวันนี้คือ เด็กที่มีปัญหาจาก
การเลี้ยงดูที่ผิดพลาดในอดีต และเช่นกัน ผู้ใหญ่ที่
สร้างสรรค์คุณประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติในวันนี้
น่าจะเป็นผู้ที่ได้รับการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนอย่างดีในวัยเด็ก
ฉะนั้นสถาบันครอบครัวจึงเป็นหน่วยของสังคมที่
เล็กที่สุด แต่สำคัญที่สุดต่อการกำหนดชะตากรรมของชาติ
บ้านเมือง ตลอดจนถึงทั้งโลกอีกด้วย
แม่แบบของสังคมอุดมคติ
หากบางท่านเห็นว่า ผู้เขียนออกจะด่วนสรุปเกิน
ไปด้วยข้อมูลเพียงเท่านี้ เราจะไปดูกันต่อ ซึ่งต้องขอย้อน
กลับไปกล่าวถึงที่ผู้เขียนได้บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า สังคมบ้าน
กัลยาณมิตร คือรูปแบบของสังคมพุทธไทยในอดีต ที่เรา
ฟื้นฟูมาปรับใช้ใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน สิ่งที่จะถามต่อ
ไปคือ แล้วบรรพบุรุษไทยนำต้นแบบจากไหน มาสร้างเป็น
สังคมไทยที่สงบสุขในอดีต คำตอบก็คือ นำมาจากคำสอน
ในพระพุทธศาสนาส่วนที่เรียกว่า สิงคาลกสูตร
สิงคาลกสูตร เป็นพระสูตรสำคัญในพระไตรปิฎก ที่
คนไทยเลือกมาใช้สอนลูกสอนหลานสืบทอดต่อกันมานับพันปี
แต่เด็กไทยยุคใหม่คงไม่มีโอกาสรู้ เพราะหลักสูตรพระพุทธ
ศาสนาถูกขว้างทิ้งออกนอกโรงเรียนไปเสียแล้ว น่าเศร้าใจ
กับชะตากรรมของชาติ
สำหรับผู้ใหญ่ยุคเก่า หากพูดถึง กรรมกิเลส ๔ อคติ
๔ อบายมุข 5 มิตรแท้ มิตรเทียม ทิศ 5 คงต้องร้องอ๋อ
เพราะทั้งหมดนี้คือชื่อหัวข้อธรรมในสิงคาลกสูตรที่เคยร่ำเรียน
ผ่านกันมาแล้วทั้งสิ้น แต่ส่วนใหญ่คงไม่เข้าใจนักหรอก ก็
จะขอย้อนอธิบายให้ฟังอีกที
พระสูตรนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงชี้ให้เห็น