บาปกรรมและการทำลายโลก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 11 หน้า 47
หน้าที่ 47 / 132

สรุปเนื้อหา

“สัตว์ทั้งหลายได้พากันจับสัตว์นั้นแล้ว ครั้นจับ แล้วกล่าวคำนี้ว่า สัตว์ผู้เจริญ ท่านทำกรรมชั่วช้าที่รักษา ส่วนตนแล้วถือเอาส่วนอื่นที่เขาไม่ได้ให้ กลืนกิน สัตว์ผู้เจริญ ท่านอย่าทำอย่างนี้อีก ดังนี้ สัตว์เหล่าอื่นเอามือทุบ เอา ก้อนหินขว้าง เอาท่อนไม้ตี ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ ในเพราะเรื่องนั้นเป็นสำคัญแล อทินนาทาน การลักขโมย) จึงปรากฏ การครหา การติเตียนว่าร้าย) จึงปรากฏ มุสาวาทปรากฏ การจับท่อนไม้จึงปรากฏ... บาปกรรมที่มนุษย์ร่วมกันก่อขึ้นนี้จึงเปรียบเหมือน ท่อนฟืนที่ลุกไหม้ ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง ใน คัมภีร์พระวิสุทธิมรรค อภิญญานิเทศ ได้แสดงถึงเหตุให้ โลกฉิบหาย หรือถูกทำลายว่ามีที่มาจากกิเลสแต่ละประเภท ดังต่อไปนี้ “โลกฉิบหายอย่างนี้เพราะเหตุไร เพราะเหตุอกุศลมูล คือเมื่ออกุศลมูลหนาแน่นแล้ว

หัวข้อประเด็น

- บาปกรรมและการทำลายโลก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

“สัตว์ทั้งหลายได้พากันจับสัตว์นั้นแล้ว ครั้นจับ แล้วกล่าวคำนี้ว่า สัตว์ผู้เจริญ ท่านทำกรรมชั่วช้าที่รักษา ส่วนตนแล้วถือเอาส่วนอื่นที่เขาไม่ได้ให้ กลืนกิน สัตว์ผู้เจริญ ท่านอย่าทำอย่างนี้อีก ดังนี้ สัตว์เหล่าอื่นเอามือทุบ เอา ก้อนหินขว้าง เอาท่อนไม้ตี ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ ในเพราะเรื่องนั้นเป็นสำคัญแล อทินนาทาน การลักขโมย) จึงปรากฏ การครหา การติเตียนว่าร้าย) จึงปรากฏ มุสาวาทปรากฏ การจับท่อนไม้จึงปรากฏ... บาปกรรมที่มนุษย์ร่วมกันก่อขึ้นนี้จึงเปรียบเหมือน ท่อนฟืนที่ลุกไหม้ ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง ใน คัมภีร์พระวิสุทธิมรรค อภิญญานิเทศ ได้แสดงถึงเหตุให้ โลกฉิบหาย หรือถูกทำลายว่ามีที่มาจากกิเลสแต่ละประเภท ดังต่อไปนี้ “โลกฉิบหายอย่างนี้เพราะเหตุไร เพราะเหตุอกุศลมูล คือเมื่ออกุศลมูลหนาแน่นแล้ว โลกย่อมฉิบหายอย่างนี้ ก็ โลกนั้นแล เมื่อราคะหนาแน่นกว่าเขา ย่อมฉิบหายด้วยไฟ เมื่อโทสะหนาแน่นกว่าเขา ย่อมฉิบหายด้วยน้ำ อาจารย์ บางพวกกล่าวว่า เมื่อโทสะหนาแน่นกว่า (โลกฉิบหาย) ด้วยไฟ เมื่อราคะหนาแน่นกว่า (โลกฉิบหาย) ด้วยน้ำ เมื่อโมหะ หนาแน่นกว่า โลกฉิบหายด้วยลม” ทําอย่างไร จะป้องกันแก้ไขวิกฤตโลก แม้โลกของเราใบนี้จะกำลังก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เรา สามารถติดต่อสื่อสารกับเพื่อนร่วม โลกได้แม้อยู่ไกลกันถึงต่างทวีป เรา มียานอวกาศที่สามารถท่องไปได้ถึง สงสัยก็ควรรีบหาสาเหตุและแก้ไข ไม่ใช่รีรอกันไป จนกว่า ถั่วจะสุกงาก็ไหม้ ทุกสิ่งทุกอย่างอาจเป็นจุณไปหมด เช่น เมื่อกว่า ๗๐ ปีมาแล้ว มีนักวิทยาศาสตร์สงสัยว่าพิษของ บุหรี่อาจทำให้เป็นมะเร็งที่ปอด แม้จะมีหลักฐานจากการ ทดลองบ้าง แต่ก็ไม่ชัดเจน มีทั้งผู้เชื่อ ไม่เชื่อ และไม่แน่ใจ จึงรีรอข้อมูลหลักฐานจนกระทั่งไม่นานมานี้ การแพทย์ทั่ว โลกยอมรับเป็นเอกฉันท์ว่า บุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญของโรค มะเร็งที่ปอด แต่นั่นย่อมหมายถึง ชีวิตและงบประมาณ จำนวนมหาศาลที่สูญเปล่าไปอย่างน่าเสียดาย เอ็ดการ์ เคซี หมอดูเทวดาเจ้าเก่าได้เคยกล่าวไว้ว่า อย่ามัวสงสัยเลยว่าคำเตือนเหล่านี้จะมาถึงเราได้อย่างไร พวกเรากำลังอยู่ท่ามกลางสัญญาณเตือนเหล่านี้ ความ เปลี่ยนแปลงกำลังจะเกิดขึ้น ดินแดนบางแห่งบนโลกอาจจะ ถูกลบหายไป ผู้คนคงจะสงสัยว่าดินแดนที่จะถูกลบหายไปนั้น คือ ที่ที่ตัวเองอยู่หรือไม่ ขอบอกว่า จงอย่าวิตกไปเลย ตราบใดที่พวกเราใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง เตรียมตัวให้พร้อม ไม่ว่าหายนะอันนี้จะเกิดขึ้นที่ใดก็ตาม จะไม่มีความแตกต่าง อันใดเลย เพราะความไม่รู้ จึงประพฤติผิดพลาด เหตุแห่งความผิดพลาด เพราะขาดที่พึ่งที่แท้จริง เราทุกคนล้วนปรารถนาความสุข ความอุ่นใจ และ ความปลอดภัยในชีวิต ดังนั้น ทุกคนจึงพยายาม เสาะแสวงหาที่พึ่งที่แท้จริงให้พบ ดวงดาวอันไกลโพ้น แต่ในเวลา เดียวกัน ท่ามกลางความหลงใหลใน วัตถุนิยมอย่างไม่ลืมหูลืมตา เราอาจ ไม่รู้ตัวว่ากระแสจิตใจของชาวโลก กำลังต้องการเยียวยาอย่างเร่งด่วน ณ วันนี้แล้ว เลสเตอร์ บราวน์ นักนิเวศ วิทยาผู้หนึ่งได้เคยแสดงความเห็นว่า ปัญหาเรื่องการเกิดวิกฤติการณ์โลก ที่มีผลต่อมนุษยชาตินั้น แม้เพียงข้อ แต่เนื่องจากหลายชีวิตยังไม่ทราบ ว่าที่พึ่งที่แท้จริงคือ สิ่งใด ? จึงมัก ยึดสิ่งที่ไม่ใช่ที่พึ่งว่าเป็นที่พึ่งที่แท้จริง ชีวิตจึงวุ่นวาย สับสนเต็มไปด้วย ความทุกข์ยากลำบากใจ และกลัว ภัยต่างๆ นานาสารพัด หากว่าทุกคนในโลกรู้จักที่พึ่ง ที่ระลึกอันสูงสุด คือ พระรัตนตรัย พร้อมทั้งได้มีโอกาสสร้างความดี ด้วยการหมั่นสร้างทานบารมี รักษา ศีลให้สะอาด บริสุทธิ์ พร้อมทั้ง กัลยาณมิตร พฤศจิกายน ๒๕๔๒ ๔๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More