สำนึกทางเศรษฐกิจ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 11 หน้า 23
หน้าที่ 23 / 132

สรุปเนื้อหา

ใครที่มีอำนาจในบ้านเมือง สำนึกทางเศรษฐกิจ คือ มีความขยัน และ ประหยัด รู้จักประเมินความพอดีในการใช้จ่ายทรัพยากร ของประเทศที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างเหมาะสม ไม่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย เพื่อให้เกิดการใช้อย่างเกิดประโยชน์ สูงสุดต่อทุกคนในประเทศ ซึ่งจะเป็นการพัฒนารายได้ของ ประชากรต่อหัวที่สูงขึ้นของประเทศ เนื่องจากการประหยัด ทรัพยากรเป็นการลดต้นทุนการผลิต ทำให้มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ในทางตรงกันข้าม ถ้าราษฎรเกียจคร้านการงาน เมื่อไร หรือใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเมื่อไร ทรัพยากรของ ประเทศชาติก็จะถูกล้างผลาญให้หมดไปก่อนเวลาอันควร รายได้ของประชากรต่อหัวจะลดลง อบายมุขจะเต็มบ้าน เต็มเมือง คนเกียจคร้านจะเต็มบ้านเต็มเมือง ความเป็นอยู่ จะเต็มไปด้วยความฟุ้งเฟ้อ ในที่สุด เศรษฐกิจของประเทศ จะล้มละลาย เพราะรายจ่าย

หัวข้อประเด็น

- สำนึกทางเศรษฐกิจ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ใครที่มีอำนาจในบ้านเมือง 60. สำนึกทางเศรษฐกิจ คือ มีความขยัน และ ประหยัด รู้จักประเมินความพอดีในการใช้จ่ายทรัพยากร ของประเทศที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างเหมาะสม ไม่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย เพื่อให้เกิดการใช้อย่างเกิดประโยชน์ สูงสุดต่อทุกคนในประเทศ ซึ่งจะเป็นการพัฒนารายได้ของ ประชากรต่อหัวที่สูงขึ้นของประเทศ เนื่องจากการประหยัด ทรัพยากรเป็นการลดต้นทุนการผลิต ทำให้มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ในทางตรงกันข้าม ถ้าราษฎรเกียจคร้านการงาน เมื่อไร หรือใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเมื่อไร ทรัพยากรของ ประเทศชาติก็จะถูกล้างผลาญให้หมดไปก่อนเวลาอันควร รายได้ของประชากรต่อหัวจะลดลง อบายมุขจะเต็มบ้าน เต็มเมือง คนเกียจคร้านจะเต็มบ้านเต็มเมือง ความเป็นอยู่ จะเต็มไปด้วยความฟุ้งเฟ้อ ในที่สุด เศรษฐกิจของประเทศ จะล้มละลาย เพราะรายจ่ายเพิ่มขึ้น แต่รายรับลดลง เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่ประเทศชาติพบกับปัญหา ในหลวงจะทรงมีทางออกให้ราษฎรไทยเสมอ และหาก ราษฎรทั้งหลายได้พินิจพิเคราะห์ตามรอยพระราชมโน ปณิธานในการพัฒนาประเทศแล้ว จะพบว่า โครงการพระ ราชดำริต่างๆ ของพระองค์นั้น เริ่มต้นที่ทรงปลูกฝังสำนึกของ ความเป็นคนดี สำนึกของการอยู่ร่วมกัน และสำนึกทาง ราษฎรนำไปปฏิบัติจนประสบผลสำเร็จแล้ว พระองค์ทรง กำหนดให้เป็น “ต้นแบบ” ในการประชาสัมพันธ์วิธีแก้ปัญหา ไปสู่ท้องถิ่นอื่น เป็นผลให้ราษฎรเกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ ในการประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับสภาพท้องถิ่นของตนเอง ด้วยขั้นตอน ๓ ประการนี้ ทำให้ราษฎรที่อยู่ใน โครงการพระราชดำริของพระองค์สามารถพึ่งตนเองได้ ตามพระราชประสงค์ เพราะฉะนั้น การที่ราษฎรจะสนองพระราชมโน ปณิธานของพระองค์ในการทำสังคมให้ดีขึ้นนั้น จึงมีความ จำเป็นจะต้องปลูกฝังสำนึกที่ดีทั้ง ๓ ประการนี้ ให้เกิดขึ้น ในใจของตนเองเป็นอันดับแรก เพื่อตนเองจะได้เป็นต้น แบบของคนดีในสังคม จากนั้นจึงขยายผลไปสู่การปลูกฝัง จิตสำนึกที่ดีทั้ง ประการนี้ที่มีในตนเองแล้ว ให้แก่คน รอบข้างอย่างขยายวงกว้างเรื่อยไป เพื่อให้ได้ต้นแบบของ ๓ ครอบครัวที่ดี ครั้นเมื่อครอบครัวที่ดีหลายครอบครัวมารวม กันเข้าก็จะกลายเป็นหมู่บ้านที่ดี สังคมที่ดี และบ้านเมืองที่ดี แน่นอน หากทำเช่นนี้ได้ ย่อมเป็นการทำให้สังคม เศรษฐกิจเป็นอันดับแรก เพราะนี้คือการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่ง ความขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทนให้แก่ราษฎร ซึ่งจะ ทำให้ราษฎรของพระองค์สามารถยืนหยัดขึ้นมาบนลำแข้ง ของตนเองได้ แม้ในยามที่พระองค์ต้องทรงงานสำคัญด้าน อื่นของประเทศ ขั้นที่สอง ทรงให้ความรู้ทางวิชาการของโครงการ พระราชดำริต่าง ๆ ในรูปแบบที่ราษฎรเข้าใจได้ง่าย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมได้ ทันที ขั้นที่สาม หากโครงการพระราชดำริโครงการใด ดีขึ้นตามพระราชมโนปณิธาน และแสดงความจงรักภักดีต่อ ในหลวงด้วยการเป็นราษฎรที่ดี สามารถพึ่งตนเองได้ ไม่ สร้างปัญหาให้ในหลวงต้องทรงย้อนกลับมาแก้ไข และ เป็นการลดพระราชภาระของพระองค์ ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา บ่อเกิดความ ร่มเย็นของสังคม จากพระบรมราโชวาทว่า “…..การศึกษาและปฏิบัติตามครรลองแห่ง พุทธธรรมนั้นสามารถคุ้มครองรักษาบุคคล รักษาหมู่ชน กัลยาณมิตร พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ๒๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More