จุดประสงค์ของการทำบุญให้ทาน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 11 หน้า 95
หน้าที่ 95 / 132

สรุปเนื้อหา

รวมทั้งการบริจาคทานให้กับพระพุทธศาสนาก็ขาดไม่ได้ เช่นกัน จุดประสงค์ของการทำบุญให้ทาน ทางพระพุทธศาสนาของเราแบ่งตามจุดประสงค์ ปรากฏในพระไตรปิฎกมี ๔ อย่าง คือ ๑. บริจาคทาน คือ การให้เพื่อลดกิเลสของเราให้เบาบางลง ๒. ปฏิการทาน คือ การให้เพื่อตอบแทนคุณ เช่น ให้การ เลี้ยงดูพ่อแม่เป็นต้น ๓. สังคหทาน คือ การให้เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี เช่น เป็น เพื่อนกันก็ปรารภเหตุวันคล้ายวันเกิดของเพื่อนซื้อของที่ ระลึกให้เป็นต้น ๔. อนุคคหทาน คือ การให้เพื่ออนุเคราะห์ เช่น ให้ทานแก่ คนขอทาน บรรดาจุดมุ่งหมายของทานแม้ทั้ง ๔ อย่างนี้ การ ให้แต่ละอย่างล้วนมีความสำคัญแตกต่างกัน แต่การให้ที่ ประเสริฐสูงสุด คือ บริจาคทาน เพราะเป็นการให้โดยไม่ หวังผลตอบแทน ทำให้เกิดแต่ความบริสุทธิ์ขึ้นในจิตใจ ของผู้ให้ ยังผลให้เกิดความสุขตาม

หัวข้อประเด็น

- จุดประสงค์ของการทำบุญให้ทาน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

รวมทั้งการบริจาคทานให้กับพระพุทธศาสนาก็ขาดไม่ได้ เช่นกัน จุดประสงค์ของการทำบุญให้ทาน ทางพระพุทธศาสนาของเราแบ่งตามจุดประสงค์ ปรากฏในพระไตรปิฎกมี ๔ อย่าง คือ ๑. บริจาคทาน คือ การให้เพื่อลดกิเลสของเราให้เบาบางลง ๒. ปฏิการทาน คือ การให้เพื่อตอบแทนคุณ เช่น ให้การ เลี้ยงดูพ่อแม่เป็นต้น ๓. สังคหทาน คือ การให้เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี เช่น เป็น เพื่อนกันก็ปรารภเหตุวันคล้ายวันเกิดของเพื่อนซื้อของที่ ระลึกให้เป็นต้น ๔. อนุคคหทาน คือ การให้เพื่ออนุเคราะห์ เช่น ให้ทานแก่ คนขอทาน บรรดาจุดมุ่งหมายของทานแม้ทั้ง ๔ อย่างนี้ การ ให้แต่ละอย่างล้วนมีความสำคัญแตกต่างกัน แต่การให้ที่ ประเสริฐสูงสุด คือ บริจาคทาน เพราะเป็นการให้โดยไม่ หวังผลตอบแทน ทำให้เกิดแต่ความบริสุทธิ์ขึ้นในจิตใจ ของผู้ให้ ยังผลให้เกิดความสุขตามมา ประเภทของทาน จัดตามวัตถุมี ๒ อย่างคือ ๑. อามิสทาน คือ การให้สิ่งของ ๒. ธรรมทาน คือ การให้ความรู้ที่เป็นไปเพื่อการเข้าถึง พระนิพพาน เจ้าตรัสว่า บรรดาการให้ทั้ง ๒ อย่างนี้ พระสัมมาสัมพุทธ สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ การให้ธรรมะ ชนะการให้ทั้งปวง เพราะเป็นไปเพื่อการมีชีวิตที่สุขสมบูรณ์ตลอดกาล คือ การเข้าสู่พระนิพพาน การให้สิ่งของเป็นทาน แบ่งตามเจตนามี ๒ อย่างคือ ๑. ปาฏิบุคคลิกทาน คือ การให้เจาะจงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ๒. สังฆทาน คือ การให้แก่หมู่คณะ บรรดาเจตนาทั้ง ๒ อย่าง การให้เป็นสังฆทานมี อานิสงส์มากกว่า ตัวอย่างคือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง แนะนำให้พระนางปชาบดี ผู้ประสงค์จะถวายผ้าจีวรเจาะจง พระองค์รูปเดียว แต่พระองค์ไม่ทรงรับ กลับให้พระนาง ถวายแก่สงฆ์ เพราะทรงรู้ว่าการทำทานด้วยการถวายหมู่ สงฆ์ย่อมมีอานิสงส์มาก นี้เองคือการให้ทานที่สมบูรณ์แบบ ที่สุด ระดับ การให้สิ่งของแบ่งตามความประณีตของทานมี ๓ ๑. ทานทาส คือ การให้ของที่ไม่ดีเท่าตัวเองใช้ ๒. ทานสหาย คือ การให้ของที่ดีเท่าตัวเองใช้ ๓. ทานสามี คือ การให้ของที่ดีกว่าตัวเองใช้ บรรดาระดับของที่ให้ทั้ง ๓ อย่าง การให้ระดับ ทานสามี เป็นการให้ที่ประเสริฐที่สุด คนที่ไม่ได้ศึกษา ธรรมะทางพระพุทธศาสนา ย่อมทำได้ยาก หรือไม่มีความ คิดที่จะทำเลย เพราะการทำทานล้วนเป็นวิสัยของพระ โพธิสัตว์เจ้าทั้งหลายและเหล่าพุทธบริษัทสี่ ธรรมทาน แบ่งออกเป็น ๒ อย่างคือ ๑. วิทยาทาน คือ การให้ความรู้เป็นทาน ซึ่งแบ่งเป็น ๒ อย่าง ๑.๑ - ให้ความรู้การใช้ชีวิตในโลก ๑.๒ ให้ความรู้ในการเดินทางไปนิพพาน ๒. อภัยทาน คือ การให้อภัยเป็นทาน หมายถึงเป็นคนไม่ผูกโกรธ ไม่ถือสาหาเรื่องใคร แม้แต่กับคนที่มุ่งประสงค์ร้ายต่อตนเอง เป็นทานของผู้ที่ฝึก ใจด้วยการปฏิบัติธรรมเป็นประจำ เพราะทานชนิดนี้ต้องทำ ด้วยใจ จากหลักฐานที่ปรากฏในพระไตรปิฎกมีมากมาย ตั้งแต่ให้ทานเล็กๆ น้อยๆ แต่ความตั้งใจนั้นยิ่งใหญ่ โดย เอาชีวิตเป็นเดิมพันทีเดียว ทานของท่านก็ได้ชื่อว่ามหาทาน เพราะยิ่งใหญ่ด้วยความตั้งใจกว่าคนอื่น อย่างเช่น พระ โพธิสัตว์ของเรามีบางชาติที่พระองค์ไปเกิดเป็นกระต่าย เมื่อพระอินทร์ซึ่งปลอมตัวมาในเพศของพราหมณ์มาขอ อาหาร เมื่อไม่เห็นสิ่งอื่นพอที่จะให้เป็นอาหารแก่พราหมณ์ได้ ด้วยจิตใจที่มุ่งจะให้ทานเป็นใหญ่เลยสละชีวิตตนเอง กระโดดเข้ากองไฟ เพื่อย่างตนเองให้เป็นอาหารของพราหมณ์ แม้แต่ประวัติการสร้างบารมีที่ชาวพุทธล้วนได้ยิน ได้ฟังบ่อยที่สุด คือชาติที่พระองค์เสวยพระชาติเป็น พระเวสสันดร การเกิดในชาตินั้นเป็นการเกิดมาเพื่อสร้าง บารมีจริงๆ เพราะแค่ขณะลงมาจุติที่พระครรภ์ของพระ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More