ความหมายของธรรมกาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 11 หน้า 87
หน้าที่ 87 / 132

สรุปเนื้อหา

อธิบายว่า ธรรมกาย ย่อมเป็นที่สถิตเป็นที่ปรากฏอยู่ แห่งพระรัตนตรัยคือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆ รัตนะอันยอดเยี่ยมจะหารัตนะใดในภพสามเสมอมิได้เลย ดังที่ตรัสไว้ในรัตนสูตรนั้น ถ้าว่า บ่อเกิดแห่งรัตนตรัยคือ ธรรมกาย ธรรมกายก็คือพระพุทธเจ้า เพราะเหตุที่ พระพุทธเจ้าก็ทรงเป็นบ่อเกิดแห่งรัตนะเช่นกัน ดังที่ท่าน พระเสลเถระกล่าวไว้ในอุปทานว่า พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น เป็นที่อาศัยแห่งมนต์คือ ความรู้ เป็นบุญเขตของผู้แสวงหาความสุข เป็นบ่อเกิดแห่ง รัตนะ ฯ แท้จริง เพราะความปรากฏแห่งธรรมกาย จึงทำ พระโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลายให้ถึงความเป็นพระพุทธเจ้า เป็น พุทธรัตนะได้ เพราะความปรากฏแห่งธรรมกาย พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จึงตรัสรู้ธรรมได้คือทั้งรู้ทั้งเห็นธรรม เป็นธรรมรัตนะ เป็นพระธรรมดวงแก้ว สามารถกำจัด มลทินคือกิเลสทั้งหล

หัวข้อประเด็น

- ความหมายของธรรมกาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อธิบายว่า ธรรมกาย ย่อมเป็นที่สถิตเป็นที่ปรากฏอยู่ แห่งพระรัตนตรัยคือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆ รัตนะอันยอดเยี่ยมจะหารัตนะใดในภพสามเสมอมิได้เลย ดังที่ตรัสไว้ในรัตนสูตรนั้น ถ้าว่า บ่อเกิดแห่งรัตนตรัยคือ ธรรมกาย ธรรมกายก็คือพระพุทธเจ้า เพราะเหตุที่ พระพุทธเจ้าก็ทรงเป็นบ่อเกิดแห่งรัตนะเช่นกัน ดังที่ท่าน พระเสลเถระกล่าวไว้ในอุปทานว่า พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น เป็นที่อาศัยแห่งมนต์คือ ความรู้ เป็นบุญเขตของผู้แสวงหาความสุข เป็นบ่อเกิดแห่ง รัตนะ ฯ แท้จริง เพราะความปรากฏแห่งธรรมกาย จึงทำ พระโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลายให้ถึงความเป็นพระพุทธเจ้า เป็น พุทธรัตนะได้ เพราะความปรากฏแห่งธรรมกาย พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จึงตรัสรู้ธรรมได้คือทั้งรู้ทั้งเห็นธรรม เป็นธรรมรัตนะ เป็นพระธรรมดวงแก้ว สามารถกำจัด มลทินคือกิเลสทั้งหลายได้จริง และเพราะความปรากฏแห่ง ธรรมกาย พระสงฆ์จึงเป็นอริยสงฆ์ เป็นสังฆรัตนะอย่างแท้จริง และเป็นเนื้อนาบุญของชาวโลกได้ เพราะฉะนั้นธรรมกายจึง เป็นบ่อเกิดแห่งรัตนตรัยด้วยประการฉะนี้ อีกอย่างหนึ่ง เมื่อธรรมกายคือพระตถาคตเจ้าปรากฏ รัตนะ คือ โพชฌงค์ ๗ จึงปรากฏ ดังที่ตรัสไว้ในจักกวัตติ สูตร ในสังยุตตนิกาย มหาวารวรรคว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะพระตถาคตอรหันต สัมมาสัมพุทธเจ้าปรากฏ รัตนะคือ โพชฌงค์ ๗ จึงปรากฏ" ฯ อนึ่ง ธรรมกายเป็นบ่อเกิดแห่งธรรมวินัยย่อมมีรัตนะ มากมาย คือสติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ รวมเรียกว่า โพธิปักขิยธรรม อันเป็นธรรมฝักฝ่ายแห่งการตรัสรู้ ๓๗ ประการ ย่อมมีในธรรมกายนี้เหมือนกันฯ คำว่า กิเลสทั้งหลายไม่สามารถทำให้ทรงอ่อนกำลังได้ มีอธิบายว่า กิเลสทั้งหลายไม่อาจทำพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งหลายให้พินาศ คือให้พ่ายแพ้ได้อีก ดังที่ตรัสไว้ในขุททก นิกาย ธรรมบทว่า "กิเลสชาตมีราคะเป็นต้น อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ใดทรงชนะแล้ว อันพระองค์ย่อมไม่กลับแพ้อีก” ฯ คำว่า ใครเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใสเล่า มีอธิบายว่า คำ ว่า “ใคร” ในที่นี้หมายเอาบุคคลผู้เป็นสัมมาทิฏฐิ มีบุญ สมภารอันสั่งสมไว้มากมายในพระพุทธศาสนา และไม่เป็น ผู้มากด้วยความริษยา เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วย่อม เกิดความเลื่อมใส ผู้ไม่เลื่อมใสมีประมาณน้อยนัก ด้วยว่าบุคคลผู้ชอบรูป เมื่อเห็นพระสรีระของ พระตถาคต อันประดับด้วยพระมหาปุริสลักษณะและ อนุพยัญชนะมีพระฉวีวรรณดุจทองคำ รุ่งโรจน์ด้วยพระ ฉัพพรรณรังสีมี 5 สี ย่อมเลื่อมใส บุคคลผู้ชอบเสียง ฟังพระสุรเสียงที่ทรงแสดง ธรรมเทศนา ดุจเสียงของนกการเวก หรือดุจเสียงของท้าว มหาพรหม ย่อมเลื่อมใส บุคคลผู้ชอบถือการปฏิบัติเศร้าหมองเรียบง่าย เห็น ความที่พระองค์เป็นผู้เรียบง่ายในการใช้ปัจจัยทั้งหลายมี จีวรเป็นต้นที่ปอนๆ (แต่สะอาด) ย่อมเลื่อมใส บุคคลผู้ชอบถือธรรมเป็นประมาณ ได้ทราบคุณ มีศีล สมาธิ ปัญญา เป็นต้นก็ดี ได้เห็น อิทธิปาฏิหาริย์เป็นต้นก็ดี ของพระตถาคตเจ้าแล้ว ย่อมเลื่อมใส นี้เป็นปริยายเบื้องต่ำ อนึ่ง การเห็นโดยปริยายเบื้องต่ำ ซึ่งเป็นการเห็น ด้วยมังสจักษุ แล้วเกิดความเลื่อมใส ย่อมนำมาซึ่งการเห็น โดยปริยายเบื้องสูง คือการเห็นธรรมกาย อันเป็นองค์พระ ตถาคตเจ้าแท้จริงด้วยปัญญาจักษุ ของพระอริยสาวก ทั้งหลายอันเป็นทัสสนานุตตริยะ (การเห็นอย่างยอดเยี่ยม) ย่อมนำมาซึ่งความเลื่อมใสอย่างแท้จริง และเป็นการเห็นที่ ทำให้พ้นจากทุกข์นำสุขมาให้ เหมือนคนเลี้ยงโคชื่อธนิยะ ได้เห็นธรรมกายของพระตถาคตเจ้าแล้วเลื่อมใสยิ่งขึ้นฉะนั้น ส่วนบุคคลผู้ประกอบด้วยความเห็นผิด (พวกมิจฉา ทิฏฐิ) เช่น ครูทั้ง 5 มีปูรณกัสสปเป็นต้นก็ตาม คนผู้มีบุญ สมภารอันสั่งสมไว้น้อย และเป็นอันธพาลบุคคล ดังเช่น ภรรยาของนายสุมนมาลาการเป็นต้นก็ตาม คนผู้มากไป ด้วยความริษยาในคุณความดีของผู้อื่น ดังเช่นพระเทวทัต เป็นต้นก็ตาม แม้เกิดร่วมสมัยกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ เห็นความงามแห่งพุทธสรีระอันประดับด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการเป็นต้นก็ตาม ได้เห็นอิทธิปาฏิหาริย์อัน มหัศจรรย์ไม่ทั่วไปแก่พระสาวกก็ตาม ได้ยินกิตติศัพท์อัน งามที่ฟุ้งขจรไปก็ตาม ย่อมไม่เลื่อมใส กัลยาณมิตร พฤศจิกายน ๒๕๕๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More