การพูดคุยเกี่ยวกับธรรมะ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 11 หน้า 108
หน้าที่ 108 / 132

สรุปเนื้อหา

ไม่เบื่อ จะเบื่อก็เพราะไม่ได้มองนานมากกว่า แล้วลูกฟัง เขาคุยต่อ แต่พูดกันไปก็ได้ตรึกนะคะ พี่เขาบอกว่า เวลาที่ เราพูดแล้วเบิกบาน เราเอาใจมาตรึกธรรมะดีกว่าปล่อยใจ ไปตามเรื่อง ไม่งั้นไม่รู้ใจไปอยู่ไหน ให้คุยไปองค์พระก็ใสไป ด้วย คือให้เราเก็บอารมณ์สบายมาใช้กับธรรมะ แล้วสังเกต เวลาพูดเรื่องนี้ใจใสไหม ถ้าพูดแล้วยังดีอยู่ก็ทำไป แต่ถ้า ทำให้ใจไม่ใสก็ตัดทิ้ง ต้องคอยดึงใจเข้ามาด้วย มีอยู่ช่วงหนึ่งลูกฟังแล้วสงสัยเลยถามว่า ถ้าเราจะ ทำอะไรที่ไม่คุ้ม กับการเกิดมาบ้างจะได้ไหม เพราะบางที มันมีอะไรที่นอกเหนือคุ้มกับไม่คุ้ม พี่เขาบอกว่า เราจะค่อยๆ ห่างไป ถ้าหากชาติหน้าเราเกิดมารวย แต่ไม่มีใครสอนว่า อะไรเป็นบุญอะไรเป็นบาป เราก็ไม่รู้อะไร แล้วไม่แน่ว่าชาติ ต่อไปจะได้เกิดมาเป็นคนอีกรึเปล่า ลูกเลยถามต่อ แล้วถ้า ค

หัวข้อประเด็น

- การพูดคุยเกี่ยวกับธรรมะ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

00 ไม่เบื่อ จะเบื่อก็เพราะไม่ได้มองนานมากกว่า แล้วลูกฟัง เขาคุยต่อ แต่พูดกันไปก็ได้ตรึกนะคะ พี่เขาบอกว่า เวลาที่ เราพูดแล้วเบิกบาน เราเอาใจมาตรึกธรรมะดีกว่าปล่อยใจ ไปตามเรื่อง ไม่งั้นไม่รู้ใจไปอยู่ไหน ให้คุยไปองค์พระก็ใสไป ด้วย คือให้เราเก็บอารมณ์สบายมาใช้กับธรรมะ แล้วสังเกต เวลาพูดเรื่องนี้ใจใสไหม ถ้าพูดแล้วยังดีอยู่ก็ทำไป แต่ถ้า ทำให้ใจไม่ใสก็ตัดทิ้ง ต้องคอยดึงใจเข้ามาด้วย มีอยู่ช่วงหนึ่งลูกฟังแล้วสงสัยเลยถามว่า ถ้าเราจะ ทำอะไรที่ไม่คุ้ม กับการเกิดมาบ้างจะได้ไหม เพราะบางที มันมีอะไรที่นอกเหนือคุ้มกับไม่คุ้ม พี่เขาบอกว่า เราจะค่อยๆ ห่างไป ถ้าหากชาติหน้าเราเกิดมารวย แต่ไม่มีใครสอนว่า อะไรเป็นบุญอะไรเป็นบาป เราก็ไม่รู้อะไร แล้วไม่แน่ว่าชาติ ต่อไปจะได้เกิดมาเป็นคนอีกรึเปล่า ลูกเลยถามต่อ แล้วถ้า คนที่ไปเที่ยวด้วย ทำบุญนั่งสมาธิด้วยล่ะ น่าจะได้นะ พี่บอกว่า พี่ถึงต้องใช้คำว่าคุ้มไงล่ะ คนที่ทุ่มเททั้งชีวิตจิตใจมันก็ ต่างกัน..... ลูกเห็นว่าตอนแรกพี่เขานิ่งไปแป๊ปนึง คงกำลัง นึกว่าจะใช้คำอะไรแทนคำว่าคุ้มดี เพราะลูกเคยพูดไปแล้วว่า บางทีไม่อยากนึกถึงคำว่าคุ้มหรือมีประโยชน์ ลูกรู้สึกว่าต้อง เอาใจจดจ่อกับธรรมะให้มากกว่านี้หน่อย จะได้ get ได้ มากกว่านี้ ไม่อย่างนั้น ลูกก็คิดอะไรที่มีปัญญาน้อยไปหน่อย อย่างเรื่องนี้แหละค่ะ ที่ลูกรู้สึกว่า บางทีอยากทำอะไรที่ ถูกใจมากกว่านึกว่าทำแล้วคุ้มหรือไม่คุ้ม ไม่ได้หมายถึงใน เรื่องจุกจิกนะคะ ลูกไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อยู่ แล้ว แต่อย่างไรก็ตามลูกว่า ลูกประมาทละคะ เพราะเวลา เรามีไม่มาก ต้องสร้างบารมีให้เต็มที่ สงสัยต้องรอให้ตาย ก่อนถึงจะรู้ว่าทำบุญไปยังไม่เยอะเลย แต่นึกอีกทีอย่าไปรอ ให้ตายก่อนดีกว่า เรารู้เสียตั้งแต่ตอนนี้จะได้ไม่ไปเสียดาย หรือเสียใจทีหลัง จริงไหมคะ เราได้มาถึงจุดที่รู้เป้าหมาย ชีวิตแล้ว จะทำเหมือนคนไม่รู้ก็กระไรอยู่ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ลูกเคยเสียดายว่า ถ้าย้อนเวลากลับ ไปได้เราจะตั้งใจมากกว่านี้ ก็คือเรื่องเปียโน ลูกมาเสียดาย ในวันหนึ่งที่ฟังเพลงบรรเลงเปียโน แล้วรู้สึกขึ้นมาว่า ถ้า เราเอาใจใส่มากกว่านี้ เราจะเล่นได้เพราะเหมือนอย่างนี้ เพราะลูกเรียนก็หลายปี 5 ปีได้ แต่เรียนแบบไม่ตั้งใจเลยค่ะ ครูบอกให้ซ้อมก็ไม่ซ้อม ลูกคิดว่าคนที่เรียนอย่างตั้งใจ ๒ ปี น่าจะดีดได้เพราะกว่าลูกเสียอีก เพราะเปียโนสำคัญที่การ ๒ ซ้อมเล่น แม้คนที่มีพรสวรรค์ก็ต้องซ้อมอยู่ดี คือมันไม่ใช่ เรื่องง่ายๆ อย่างที่เห็นน่ะค่ะลูกเคยอ่านประวัตินักเปียโนอาชีพ เขาบอกว่า ต้องซ้อมวันหนึ่ง ๒ - ๓ ชั่วโมง และซ้อมทุกวัน ถึงจะได้ขนาดนี้ ลูกมาเสียดายช้าไปคือเสียดายตอนเลิก เรียนเสียแล้ว และพึ่งมาเห็นว่า เราน่าจะเอาใจใส่ ก็ต่อเมื่อ เวลาผ่านมาหลายปีแล้ว พอเขียนมาถึงตอนนี้ เริ่มเข้าใจแล้ว ที่พี่เขาบอกว่า ถ้าเราเสียเวลาทำอะไรสักอย่าง แล้วอยาก จะให้มีผลที่คุ้มค่านั้นเป็นอย่างไร แต่ลูกไม่ได้เสียดายมาก หรอกนะคะ เพราะถึงอย่างไรตอนนี้ก็เล่นไม่ได้อยู่ดีค่ะ แล้วช่วงนี้คุณแม่ได้นั่งสมาธิบ้างไหมคะ หรือว่า ตรึกธรรมะมากกว่า ลูกว่าตอนรถติดก็น่าจะทำสมาธิได้บ้าง นะคะ ลูกเคยถามพี่อุบาสิกาคนหนึ่งว่าได้นั่งธรรมะบ้างไหม พี่เขาบอกว่าส่วนมากจะตรึก ๆ จนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของ ร่างกาย แต่ไม่ค่อยมีเวลานั่งสมาธิ ลูกว่าให้ใจอยู่ในกลางมากๆ ก็ดีแล้วนะคะ สำหรับคนที่มีเวลาไม่มาก เวลานั่งสมาธิก็ ทำใจให้อินโนเซนต์เหมือนเด็กๆ ลูกชอบเด็ก ชอบเด็กทารก เป็นอะไรที่ดูบริสุทธิ์เห็นแล้วเอ็นดู เด็กเล็กๆ แสดงออกตรงๆ ชอบ ไม่ชอบ ความรู้สึกออกมาให้เห็นชัด ถ้าเป็นผู้ใหญ่จะ ต้องซับซ้อนกว่า ลูกเองยังไม่เป็นผู้ใหญ่ แล้วก็ยังไม่อยาก เป็นสักเท่าไหร่ เพราะยังไม่ถึงวัยค่ะ แต่คิดว่าต้องเรียนรู้อีก มากถึงจะโตพอ และต้องพัฒนาคุณธรรมอีกเยอะนะคะ มีคนบอกว่า หากตอนนี้เราไม่ฝึกตัวเอง โตขึ้นจะ ลำบาก เมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้วจะไม่มีใครมาเตือน เพราะถือว่า น่าจะรู้หรือน่าจะคิดเองได้ ลูกรู้สึกในตัวเด็กบางทีก็มีความ เป็นผู้ใหญ่ และในความเป็นผู้ใหญ่ก็มีความเป็นเด็กอยู่ บางทีลูกมีความเชื่อว่า ในตัวทุกคนต้องมีความดีแฝงอยู่ แม้ในคนที่ไม่ยอมแสดงออกถึงความดีงามในหัวใจก็ตาม แต่ทุกคนน่าจะมีเมล็ดพันธุ์แห่งความดีอยู่ในส่วนลึกของใจ ซึ่งบางคนเมล็ดอาจจะกลายเป็นลำต้นแตกกิ่งก้านสาขา ของบางคนอาจจะเป็นดอกไม้ที่กำลังผลิบาน หรือของบาง คนต้องรอให้อีกคนหนึ่งไปรดน้ำพรวนดินให้ แม้อาจมีทีท่า ว่าไม่ได้อยากรอหรือไม่ได้รออยู่เลยนะ แต่ถ้าเมื่อไรที่เมล็ด ได้เติบโตเป็นดอกไม้ เขาจะรู้ถึงความแตกต่างของภาวะ และต้องนึกถึงมือที่รดน้ำพรวนดินให้ ว่าได้ให้โอกาสในการ เติบโตขึ้นมา และถ้ามีการส่งต่อการให้โอกาสกันต่อไป สัก วันหนึ่งดอกไม้จะบานทุกดอกในที่สุด แต่ลูกไม่แน่ใจในบาง
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More