การพัฒนาเกษตร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 11 หน้า 22
หน้าที่ 22 / 132

สรุปเนื้อหา

มาทุกยุคทุกสมัย ปัญหาหลักของการพัฒนาเกษตร คือ ประสิทธิภาพ การผลิตต่ำ ขาดแหล่งน้ำ เกษตรกรขาดการรวมกลุ่ม และ ขาดความรู้เชิงพาณิชย์ ทำให้เสียเปรียบในด้านการตลาด ส่งผลให้มีรายได้ต่ำ เป็นหนี้สินและยากจนลงไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะทรงหาทางแก้ไขปัญหาทุกข์ยากเหล่านี้ให้ ราษฎรกลับมาช่วยเหลือตนเองได้ พระองค์ทรงทำการ ศึกษาค้นคว้าทดลองอย่างหนัก ทรงใช้สถานที่บนดาดฟ้า ของพระตำหนักจิตรลดารโหฐานและในบริเวณพระบรมราชวัง ปลูกพืชเพื่อทรงศึกษาข้อมูลประกอบการแก้ไขปัญหาการ ทำกินของราษฎรอย่างจริงจัง ในที่สุด ด้วยผลการทดลองที่ประสบความสำเร็จ ของพระองค์นั้น ได้นำมาสู่จุดเริ่มต้นของโครงการ พัฒนาการเกษตรอย่างหลากหลายที่ช่วยเหลือราษฎรของ พระองค์ให้สามารถกลับมาพึ่งตนเองได้ในเวลาต่อมา คนไทยโชคดีที่มีพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงมีสายพร

หัวข้อประเด็น

- การพัฒนาเกษตร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มาทุกยุคทุกสมัย ปัญหาหลักของการพัฒนาเกษตร คือ ประสิทธิภาพ การผลิตต่ำ ขาดแหล่งน้ำ เกษตรกรขาดการรวมกลุ่ม และ ขาดความรู้เชิงพาณิชย์ ทำให้เสียเปรียบในด้านการตลาด ส่งผลให้มีรายได้ต่ำ เป็นหนี้สินและยากจนลงไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะทรงหาทางแก้ไขปัญหาทุกข์ยากเหล่านี้ให้ ราษฎรกลับมาช่วยเหลือตนเองได้ พระองค์ทรงทำการ ศึกษาค้นคว้าทดลองอย่างหนัก ทรงใช้สถานที่บนดาดฟ้า ของพระตำหนักจิตรลดารโหฐานและในบริเวณพระบรมราชวัง ปลูกพืชเพื่อทรงศึกษาข้อมูลประกอบการแก้ไขปัญหาการ ทำกินของราษฎรอย่างจริงจัง ในที่สุด ด้วยผลการทดลองที่ประสบความสำเร็จ ของพระองค์นั้น ได้นำมาสู่จุดเริ่มต้นของโครงการ พัฒนาการเกษตรอย่างหลากหลายที่ช่วยเหลือราษฎรของ พระองค์ให้สามารถกลับมาพึ่งตนเองได้ในเวลาต่อมา คนไทยโชคดีที่มีพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงมีสายพระ เนตรอันยาวไกล และทรงเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์แห่งการ พัฒนาประเทศชาติอย่างแท้จริง ทำให้ประเทศชาติแม้ตก อยู่ในภาวะวิกฤตหลายครั้งหลายหน แต่ก็ยังอยู่รอดมาได้ ให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการ สัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดย สอดคล้องด้วย ก็จะไม่เกิดความสมดุลในเรื่องต่างๆ ขึ้น ซึ่ง อาจกลายเป็นความยุ่งยากและล้มเหลวได้ในที่สุด....” แม้ว่าสถานการณ์ของประเทศไทยในปัจจุบัน จะ ล้มละลายทางเศรษฐกิจไปแล้วก็ตาม แต่ด้วยพระบารมีปก เกล้าปกกระหม่อมของปวงชนชาวไทย ทรงได้ช่วยผ่อน หนักเป็นเบาให้กับราษฎรไทยเอาไว้อย่างทันท่วงที ด้วย “ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง” ทั้งนี้อย่างน้อยเพื่อช่วยบรรเทา ความบอบช้ำจากผลกระทบทางเศรษฐกิจให้แก่ราษฎรของ พระองค์ลงบ้างนั่นเอง ...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ในหลวง ยังทรงงานหนัก เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของราษฎรไทยเสมอ ทำอย่างไรสังคมจึงจะดีตามพระราชมโนปณิธาน ตามธรรมดาบ้านเมืองที่ดีนั้น ราษฎรจะต้องมี จิตสำนึกที่ดีร่วมกันอย่างน้อย ๓ ประการเป็นขั้นพื้นฐาน ๑. สำนึกของความเป็นคนดี คือ คนดีต้องมีสำนึก ที่จะไม่ฆ่าใคร ไม่ลักของใคร ไม่ประพฤติผิดลูกผิดเมียใคร และมีสัจจะ ไม่หลอกลวงใคร เพราะถ้าราษฎรขาดสำนึก เพราะในหลวงของประชาชนทรงช่วยผ่อนหนักเป็นเบาให้ ราษฎรเรื่อยมา ดังปรากฏในแนวทางการพัฒนาที่พระองค์ ทรงให้ว่า “การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐานคือ ความพอมี พอกิน พอใช้ของ ประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและ อุปกรณ์ที่ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เมื่อได้ พื้นฐานที่มั่นคงพอสมควร และปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้าง ค่อยเสริมความเจริญ และฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดย ลำดับต่อไป หากจะมุ่งทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจ ของความเป็นคนดีเมื่อใด บ้านเมืองนั้น จะเกิดปัญหา อาชญากรรม ปัญหาคอรัปชั่น ปัญหาการขายบริการทางเพศ และปัญหาโกงกินเต็มบ้านเต็มเมือง ๒. สำนึกของการอยู่ร่วมกัน คือ มีความสามัคคี ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกในสังคม เริ่มตั้งแต่ไม่ลำเอียง เพราะรัก ไม่ลำเอียงเพราะโกรธ ไม่ลำเอียงเพราะหลง ไม่ ลำเอียงเพราะกลัว เพราะถ้าราษฎรขาดสำนึกของการอยู่ ร่วมกันเมื่อไร ความอยุติธรรมจะเกิดขึ้นในสังคมทันที ผิด จะกลายเป็นถูก ถูกจะกลายเป็นผิด เพราะความถูกหรือผิด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความยุติธรรม แต่ขึ้นอยู่กับว่าเป็นคนของ bo กัลยาณมิตร พฤศจิกายน ๒๕๕๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More