ข้อความต้นฉบับในหน้า
เล่าให้ฟังเป็นตัวอย่างน่ะค่ะ เราต้องอดทนทำกันให้
ทุกคน “ไม่รู้” คือ ไม่ไปทะเลาะทุ่มเถียงด้วย “ไม่หนี” คือ
ไม่ต้องหลบลี้หนีหน้า เคยทำอย่างไรก็ทำอย่างเดิม ไม่ว่าจะ
ถูกกระทบกระเทียบเสียดสี ว่าซึ่งหน้าอย่างไรก็ต้องทน
ขณะเดียวกันทำความดีอะไรให้คนเหล่านี้ได้ ก็ช่วยทำให้
ความดีส่วนตัวเองยิ่งต้องทำเพิ่มให้มากเป็นพิเศษ
ในยามนี้เหมือนเราเข้าสู่สงคราม เป็นสงครามความ
คิด ต้องปลุกปลอบใจให้กล้าหาญ ใจจึงจะมีพลังในการ
สร้างคุณงามความดี ธรรมะที่ทำให้เกิดความกล้าหาญมีอยู่ ๕
ประการ คือ ศรัทธา ศีล พาหุสัจจะ วิริยารัมภะ และปัญญา
ฟังป้าคุยต่อนะคะ
ข้อแรก “ศรัทธา” คุณต้องถามตัวเองว่าหวั่นไหวหรือ
เปล่ากับข่าวที่สุดแสนบิดเบือนพวกนั้นตั้งเรื่องโกหกกันเห็นๆ
ถ้ายังศรัทธาในพระรัตนตรัย ศรัทธาในกฎของกรรม
ศรัทธาในงานของหมู่คณะว่า เกิดมาสร้างบารมี ฯลฯ แล้ว
จิตใจย่อมมีความกล้าหาญที่จะทำงานอะไรๆ ให้บรรลุผล
ตามสิ่งที่เรารักและศรัทธา อย่างไม่มีอะไรมาขวางกั้นให้
เกิดความย่อท้อ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เราไม่ยอมท้อถอย
ต่อการสร้างบารมี
หรืออย่างเรามีศรัทธาในพระเดชพระคุณหลวงพ่อ
เห็นว่าท่านอุทิศชีวิตเพื่องานพระศาสนาอย่างแท้จริง
เพียบพร้อมด้วยศีลาจารวัตรและทรงศีลทรงธรรม ใครจะ
กล่าวร้ายโจมตีท่านด้วยเรื่องร้ายที่ไม่เป็นความจริงขนาดไหน
เราก็ไม่หวั่นไหว เชื่อมั่นว่าท่านจะไม่มีทางคิดร้ายอย่างที่
เขากล่าวหา ท่านอยู่ในเพศสมณะมา ๓๐ ปี อายุใกล้ ๖๐
มีโรคประจำตัวอยู่หลายโรค จะเอาทรัพย์สมบัติไปบำรุง
ความสุขทางเนื้อหนังที่ไหน มีแต่เพื่อใช้ในงานพระศาสนา
ทั้งสิ้น
คนมีศรัทธาอย่างพวกเรา ไม่เคยสงสัย บริจาค
ทรัพย์ถวายแล้ว ไม่เคยคิดจะตรวจสอบ ไว้วางใจให้ใช้จ่าย
ตามที่ท่านเห็นสมควร ไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าท่านทุจริต
ท่านจะใช้จ่ายอย่างใดตามใจท่าน ก็เป็นเรื่องแปลก
เจ้าของเงินไม่สงสัย แต่คนภายนอกมาตั้งข้อสงสัย แล้วก็
ช่วยกันฟ้องร้องแทนเป็นวรรคเป็นเวร เราเต็มใจสละทรัพย์
เพื่อความสุขใจ พวกไม่ได้เสียทรัพย์กลับทุกข์ใจแทน
พยายามฟ้องร้องจะสึกพระดีๆ ให้ได้ ดูเถิดคนยุคนี้จิตใจ
วิปริตกันไปได้ถึงขนาดนี้ คงต้องให้พวกเราร่วมใจกันฟ้อง
พวกเขากระมัง ว่ามาก้าวก่ายศรัทธาของเรา คัดค้านความ
เชื่อของเรา ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทำให้เราเดือดร้อนเสียใจ
ป้าเลื่อมใสในการปฏิบัติตน การปฏิบัติงานของ
พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองของเรา เพราะท่านเป็นท่าน
ไม่ใช่ท่านเป็นเจ้าอาวาสหรือรองเจ้าอาวาส ป้าศรัทธาท่าน
มาตั้งแต่ท่านทั้งสองยังเป็นฆราวาสเมื่อกว่า ๓๐ ปีมา
แล้วด้วยซ้ำ เวลาผ่านมานานแค่ไหน ท่านไม่เคยทำให้ผิดหวัง
มีแต่ผลงานที่ทำให้ศรัทธาเกิดเพิ่มยิ่งๆ ขึ้น คิดว่าคุณก็คง
คิดเหมือนป้า เราไม่ได้ศรัทธาใคร เพราะเห็นแก่ตำแหน่ง
หน้าที่หัวโขนที่เขาดำรงอยู่ แต่เราศรัทธาในคุณงามความดี
ของท่านเหล่านั้น
ดังนั้นสำหรับป้าแล้ว ไม่ว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อ
ทั้งสอง จะเป็นเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาสหรือไม่ จะครอง
จีวรเป็นพระภิกษุหรือไม่ หรือว่าจะเอาผ้าขี้ริ้วที่ไหนมาห่ม
ไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับป้าเลย ขอเพียงมีคุณธรรมอย่างที่
เคยมีเท่านั้นพอใจศรัทธาอย่างไม่เสื่อมคลายเหมือนเดิม หรือ
อาจเพิ่มยิ่งขึ้น ดีใจยิ่งขึ้น เพราะหากท่านไม่ต้องรับผิดชอบ
ภาระบริหารอะไรใหญ่โตตามตำแหน่ง ท่านย่อมมีเวลาว่าง
ฝึกฝนธรรมปฏิบัติให้เชี่ยวชาญ แล้วก็มีเวลาอบรมให้ผู้คน
มากกว่าเก่า พวกเราก็จะได้ประโยชน์ยิ่งกว่าเดิม
นี่ป้าเล่าความศรัทธาของป้าที่มีต่อพระเดชพระคุณ
หลวงพ่อทั้งสองของเรา และก็ขอบอกคุณด้วยว่า ต่อไปนี้
ป้าทำบุญด้วยการบริจาคทรัพย์ครั้งใดก็ตาม จะถวายหลวง
พ่อให้หมดเลย ถวายเป็นส่วนตัวนั่นแหละ แล้วก็ให้ท่านไป
ทำสังฆทาน คือทำประโยชน์ในงานของพระพุทธศาสนาต่อ
ไปตามแต่ที่เห็นสมควร น่าแปลกอยู่เหมือนกันพอเรา
ทำบุญบริจาคให้ในนามวัด พวกหาเรื่
หาเรื่องก็กล่าวหาว่าหลวงพ่อ
ยักยอกทรัพย์วัด ป้องกันถึงโรงถึงศาล ทั้งที่พวกเขาไม่ได้
บริจาคแม้แต่สตางค์เดียว จึงเลยกลายเป็นว่า พวกเราผู้ทำบุญ
บริจาคทรัพย์ให้วัดกลายเป็นโทษเป็นภัย ทำคุณแล้วเกิดโทษ
เพราะพวกคนพาลหาเรื่อง
“ศรัทธา” ทำให้เกิดความกล้าหาญ เพราะป้ามีศรัทธา
ในหลวงพ่อทั้งสอง ป้าจึงขอกล้าชวนคุณทำอย่างป้าไงคะ
เราเลิกทำบุญไม่ได้นะ เพราะจะเป็นการทอดทิ้งพระพุทธ
ศาสนา เพราะเวลานี้มีผู้กำลังจะทำให้การทำบุญเป็นการ
vie
1999 1991 ๒๕๔๒ ๑๑๘