การเข้าพรรษาในพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 7 หน้า 16
หน้าที่ 16 / 116

สรุปเนื้อหา

“เมื่อถึงเดือน ๘ จะมีพระราชพิธีอาษาฒ- มาศ พระภิกษุสงฆ์ทุกรูป จะได้เข้าว่า พรรษาใน พระอารามต่างๆ พระ มาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมี รับสั่งให้จัดแจงเสนาสนะ ถวาย พร้อมทั้งบริขาร อันควรแก่สมณะบริโภค เช่น เตียง ตั่ง เสื่อสาด ผ้าจํานํา พรรษา อาหาร คาวหวาน ยารักษาโรค และธูปเทียนจำนำพรรษา เพื่อบูชาพระรัตนตรัย ในพระอารามหลวงทั่ว ราชอาณาจักร แม้ชาว สุโขทัยเองก็บำเพ็ญกุศลเช่นนี้เนวัดประจำ ตระกูลของตน” จากหลักฐานข้างต้นแสดงให้เห็นว่า พระพุทธ ศาสนาได้เจริญรุ่งเรืองในดินแดนแห่งนี้มาช้านาน โดยมี องค์พระมหากษัตริย์คอยอุปถัมภ์ค้ำชู จนกระทั่งสืบทอดมา เป็นพระราชประเพณีจนถึงปัจจุบันว่า “พระมหากษัตริย์ของ ไทยทุกๆ พระองค์ จะต้องทรงเป็นพุทธมามกะ” ด้วยเหตุนี้ “พระพุทธศาสนา” จึงเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ของชาวไทย ทั้งในแง่ของ

หัวข้อประเด็น

- การเข้าพรรษาในพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

“เมื่อถึงเดือน ๘ จะมีพระราชพิธีอาษาฒ- มาศ พระภิกษุสงฆ์ทุกรูป จะได้เข้าว่า พรรษาใน พระอารามต่างๆ พระ มาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมี รับสั่งให้จัดแจงเสนาสนะ ถวาย พร้อมทั้งบริขาร อันควรแก่สมณะบริโภค เช่น เตียง ตั่ง เสื่อสาด ผ้าจํานํา พรรษา อาหาร คาวหวาน ยารักษาโรค และธูปเทียนจำนำพรรษา เพื่อบูชาพระรัตนตรัย ในพระอารามหลวงทั่ว ราชอาณาจักร แม้ชาว สุโขทัยเองก็บำเพ็ญกุศลเช่นนี้เนวัดประจำ ตระกูลของตน” จากหลักฐานข้างต้นแสดงให้เห็นว่า พระพุทธ ศาสนาได้เจริญรุ่งเรืองในดินแดนแห่งนี้มาช้านาน โดยมี องค์พระมหากษัตริย์คอยอุปถัมภ์ค้ำชู จนกระทั่งสืบทอดมา เป็นพระราชประเพณีจนถึงปัจจุบันว่า “พระมหากษัตริย์ของ ไทยทุกๆ พระองค์ จะต้องทรงเป็นพุทธมามกะ” ด้วยเหตุนี้ “พระพุทธศาสนา” จึงเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ของชาวไทย ทั้งในแง่ของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ประเพณี วัฒนธรรม กฎหมาย ตลอดไปจนถึงการเมือง การปกครอง ส่งผลให้แผ่นดินไทยสงบร่มเย็นด้วยอำนาจแห่งพุทธธรรม ซึ่งยากจะหาได้จากดินแดนแห่งใดในโลก... การเข้าพรรษาที่แท้จริง ปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการเข้าพรรษา แต่ละคนก็อาจจะ มีความรู้ความเข้าใจ ที่แตกต่างกันออกไป เช่น บางคน อาจจะนึกถึงภาพของขบวนแห่เทียนพรรษาขนาดใหญ่ ที่ สลักเสลาอย่างวิจิตรงดงาม บางคนก็บอกว่า เข้าพรรษา เป็นเทศกาลที่คนไทยมักเข้าวัดทำบุญกันมากกว่าปกติ หรือแม้แต่บอกว่า เป็นพุทธบัญญัติที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงกำหนดให้พระสงฆ์อยู่ ประจำที่ใดที่หนึ่ง ตลอด ช่วงฤดูฝน เพื่อจะได้ไม่ สร้างความเสียหายแก่พืช ผลของชาวไร่ชาวนา ฯลฯ จากความเห็นที่ หลากหลายดังกล่าว ทำ ให้อดคิดไม่ได้ว่า ปัจจุบันจะมีชาวพุทธสักกี่ คน ที่เข้าใจถึงความหมาย ของการเข้าพรรษาที่แท้ จริง... หากใครเคยได้ อ่านพระไตรปิฎก โดย เฉพาะอย่างยิ่งในพระสูตร จะพบว่า มีเนื้อหาหลาย ตอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้พระภิกษุใช้เวลา ในช่วงเช้าพรรษา ปรารภความเพียรด้วยการเจริญภาวนา เพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน ส่วนพระภิกษุผู้บรรลุ ธรรมแล้ว ก็จะคอยทำ หน้าที่แสดงธรรมสงเคราะห์แก่ พุทธบริษัททั้งหลาย กล่าวโดยสรุปก็คือ การ พรรรษาในทางพระ พุทธศาสนานั้น มีความหมายซ่อนอยู่ถึง ๒ ชั้นด้วยกัน คือในชั้นแรก หมายถึงการที่พระภิกษุทุกรูปจะต้องอธิษฐาน อยู่ประจำวัด หรือเสนาสนะที่คุ้มแดดคุ้มฝนได้แห่งใดแห่ง หนึ่ง ไม่เที่ยวจาริกไปค้างแรมที่อื่น ตลอด ๓ เดือน ใน ฤดูฝน คือ ตั้งแต่ แรม ๑ คา เดือน ๘ ถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี เว้นไว้แต่มีกิจจำ เป็นเท่านั้น ส่วนความหมายในชั้นที่สองหมายถึง การที่พระ ภิกษุได้ใช้เวลาในช่วงนี้ ประพฤติตนเยี่ยง "พระโยคาวจร ประกอบความเพียร โดยการนำ ใจมาตั้งไว้ ณ ศูนย์กลาง- กายฐานที่ ๗ ซึ่งอยู่ในกลางท้องเหนือสะดือขึ้นมา ๒ นิ้วมือ โดยหมั่นประดับประคองใจให้หยุดนิ่ง ณ ตำแหน่งดังกล่าว ในทุกๆ อิริยาบถ ไม่ว่าจะนั่ง นอน ยืน เดิน ซึ่งเป็น “การ จำ พรรษา ณ กลางวงกาย” เพื่อผลแห่งการเข้าถึงพระ ๑๔ | 11; ขาณแห่ง กรกฎาคม พ.ค. …. ๒๕๔๔
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More