ข้อความต้นฉบับในหน้า
scpeeeeeter
๓๔ นาณมหา กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔
มาหาสู่เพื่อสนทนากัน มีเรื่องอะไรค่อยคุยกันยามเช้า ยกเว้นในวันอุโบสถจึงจะมาสนทนา
ธรรมกัน เมื่อตกลงกันเช่นนั้นแล้ว ต่างองค์ต่างทำสมาธิภาวนากันตามลำพังตลอดคืน
มีอยู่คืนหนึ่ง ขณะที่พระกำลังนั่งสมาธิ บางรูปเกิดอาการโงกหลับ เสือโคร่งได้
โผล่เข้ามาจับพระไปกินทีละรูปๆ แม้ว่าจะถูกเสือคาบ ก็ไม่มีรูปไหนร้องเสียงดังเลย
เพราะเกรงว่าจะเป็นการรบกวนการปฏิบัติธรรมของเพื่อนสหธรรมิก แต่ละรูปมีสัจจะใน
ตัวเอง ยอมตายไม่ยอมทิ้งธรรม สละชีวิตได้เพื่อรักษาธรรมเอาไว้ เสือโคร่งได้แอบมา
คาบพระภิกษุไปกินถึง ๑๔ รูป พอถึงวันอุโบสถ พระภิกษุสงฆ์ได้มารวมกันฟังพระปาฏิโมกข์
นับได้เพียง ๑๔ รูปเท่านั้น จึงไต่ถามกัน เมื่อทราบว่าพระถูกเสือคาบไปกินในเวลากลาง
คืนเสียแล้ว พระเถระในหมู่สงฆ์จึงเปลี่ยนกติกาใหม่ว่า ถ้ารูปไหนเห็นเสือมาหรือถูกเสือ
คาบก็ให้ร้องบอก เพื่อนสหธรรมิกจะได้ช่วยกันขับไล่มันออกไป
ต่อมาเสือแอบเข้ามาตะครุบภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งท่านก็ร้องตะโกนให้พระเพื่อนๆ ช่วย
พวกภิกษุได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ต่างก็ถือไม้และคบเพลิงไล่ตามไปติดๆ เพื่อ
หวังว่าจะให้มันกลัว แล้วจะได้ปล่อยเหยื่อ เสือโคร่งกระโจนขึ้นไปบนเขาขาด ทำให้พวก
ภิกษุตามไปไม่ได้ มันเริ่มกัดกินภิกษุรูปนั้นตั้งแต่นิ้วเท้า ภิกษุหนุ่มได้ร้องโหยหวนด้วย
ความทรมานยิ่งนัก พระเพื่อนๆ สงสารท่านมาก แต่ไม่สามารถช่วยให้รอดจากปากเสือ
ได้ จึงได้แต่ตะโกนดักเดือนให้ได้สติว่า
ท่านสัปบุรุษเอย บัดนี้ กิจที่ท่านต้องทำไม่มีอีกต่อไป ที่พึ่งอื่นของท่านไม่มีอีก
แล้ว ขอให้ท่านตั้งสติมั่น นึกถึงศีลที่บริสุทธิ์ และทำใจให้หยุดนิ่งเถิด เพื่อทำคุณวิเศษให้
บังเกิดขึ้นเถิด ภิกษุหนุ่มซึ่งนอนอยู่ในปากเสือ ข่มทุกขเวทนาเอาไว้ ตั้งสติมั่นว่า “เรามี