เมืองมะละแหม่งและความเจริญรุ่งเรือง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 7 หน้า 45
หน้าที่ 45 / 116

สรุปเนื้อหา

เขาลูกหนึ่ง มีถนนใหญ่สามสายแล่นขนานกัน นำไปสู่ แม่น้ำมะละแหม่งอันกว้างใหญ่จนเรือเดินทะเลสามารถแล่น เข้ามาได้ ตรงกลางแม่น้ำ มีเกาะเขียวขจีอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยเรื่องเล่าขานมากมาย เกาะนี้ อยู่ท่ามกลาง สายน้ำที่สะท้อนแสงแดดแวววาวราวเพชร นับตั้งแต่ กองพันทหารตั้งค่ายที่เชิงเขาตะนาวศรีเมื่อเมืองมะละแหม่ง ผนวกดินแดนกับอังกฤษในปี พ.ศ. ๒๓๖๙ มะละแหม่งก็ เจริญรุ่งเรืองมาตามลำดับ เป็นเมืองท่าส่งออกใบชาและข้าว จนกระทั่ง อีก ๗๔ ปีต่อมา คือ พ.ศ. ๒๔๔๓ หรือต้น คริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ พลเมืองมะละแหม่งมีมากกว่า ๕๐,๐๐๐ คน ค้าข้าวและไม้สักส่งออกเป็นหลักจนเมืองกลายเป็น เมืองท่าสำคัญของพม่า เมืองมะละแหม่งสวยงาม เพราะมีสันเขาหลาย ลูกที่ยอดประดับมงกุฎเป็นเจดีย์ ทั้งภูเขาและแม่น้ำลำธาร มีน้ำตกและถ้ำหลายแห่ง แต่ในสายตาเด

หัวข้อประเด็น

- เมืองมะละแหม่งและความเจริญรุ่งเรือง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เขาลูกหนึ่ง มีถนนใหญ่สามสายแล่นขนานกัน นำไปสู่ แม่น้ำมะละแหม่งอันกว้างใหญ่จนเรือเดินทะเลสามารถแล่น เข้ามาได้ ตรงกลางแม่น้ำ มีเกาะเขียวขจีอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยเรื่องเล่าขานมากมาย เกาะนี้ อยู่ท่ามกลาง สายน้ำที่สะท้อนแสงแดดแวววาวราวเพชร นับตั้งแต่ กองพันทหารตั้งค่ายที่เชิงเขาตะนาวศรีเมื่อเมืองมะละแหม่ง ผนวกดินแดนกับอังกฤษในปี พ.ศ. ๒๓๖๙ มะละแหม่งก็ เจริญรุ่งเรืองมาตามลำดับ เป็นเมืองท่าส่งออกใบชาและข้าว จนกระทั่ง อีก ๗๔ ปีต่อมา คือ พ.ศ. ๒๔๔๓ หรือต้น คริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ พลเมืองมะละแหม่งมีมากกว่า ๕๐,๐๐๐ คน ค้าข้าวและไม้สักส่งออกเป็นหลักจนเมืองกลายเป็น เมืองท่าสำคัญของพม่า เมืองมะละแหม่งสวยงาม เพราะมีสันเขาหลาย ลูกที่ยอดประดับมงกุฎเป็นเจดีย์ ทั้งภูเขาและแม่น้ำลำธาร มีน้ำตกและถ้ำหลายแห่ง แต่ในสายตาเด็กผู้หญิงอย่าง เมียะ เมียะแล้ว เมืองนิ้งดงามราวเมืองนางกษัตริย์ที่มีพระ ราชอำนาจเหนืออาณาจักรพม่า พ่อกับแม่ของเมียะ เมียะ มาจากคนละพ่ากฝั่งเมืองของมะละแหม่ง คือ เมืองเย และ เมืองท่าถอน ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองมะละแหม่งกันราวคนละ สองร้อยกิโลเมตร ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายต้องการให้ ลูกของตน มาศึกษาและทดลองอยู่ในเมืองใหญ่ทางใต้ ของพม่าอย่างเมืองมะละแหม่ง บ้านของคหบดีในมะละแหม่งสร้างด้วยไม้สักเนื้อ ดีที่สุดหลังใหญ่ทั้งหลังอย่างบ้านคุณตาของเมียะ เมียะ ตรงกลางบ้านเป็นห้องใหญ่ มีพื้นไม้ทำ ด้วยกระดานไม้สัก อย่างดีกว้างแผ่นละ ๑ ฟุต และมันวับ เป็นที่ออกกำลัง กายของเด็กๆ หน้าต่างไม้กั้นราวเหล็กหนา จากระเบียง มีทางเดินเข้าประตูได้หลายทางมีบานประตูเปิดปิดบานใหญ่ แต่ละบานกว้าง 4 ฟุต สูง ๑๐ ฟุต เสาไม้สักกลมขนาด ใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๒ นิ้ว ด้านหลังเป็นระเบียงกว้าง เป็นที่ทางานของพวกผู้หญิง และเด็กๆ ก็ถือกำเนิดมาดู โลกที่ตรงนี้ ข้างล่าง เป็นที่เก็บรถมา ข้างใต้ห้องโถงใหญ่ กลางบ้านเป็นลานที่คุณตาไว้รับแขกและคนที่มาติดต่อ ลุงๆ และแม่ ก็ได้ใช้เป็นที่สอนหนังสิอลูกๆ ของคนในหมู่บ้าน จากระเบียงหลังบ้านลงบันไดไป เป็นครัวกลางแจ้งขนาด ใหญ่ที่อาศัยร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ด้านหนึ่ง และอีกด้านหนึ่ง เป็นสวนผัก หลังครัว เป็นห้องน้ำและห้องอาบน้ำเล็กๆ ที่ป่าๆ และแม่ใช้อาบส่วนตัว บ้านนี้ ไม่มีคนรับใช้ มีแต่เด็กชาวอินเดียคนหนึ่ง ที่คุณตาเลี้ยงไว้ ชื่อ อัปนา ทํา หน้าที่ดูแลรถม้า และ AIA ดักน้ำจากบ่อริมสวนมาไว้ ใช้บนบ้านและห้องอาบน้ำ สมาชิกในครอบครัวรวม หลานๆ ด้วยมี ๑๐ คน มีป้าๆ ที่ตื่นแต่เช้ามืด ท่า กิจวัตรหุงข้าว ตักข้าว และผ่านผลไม้เป็นชิ้นบางๆ ถวายพระพุทธรูป แล้วสวดมนต์หน้าหิ้งพระ เสร็จแล้วไปทำกับข้าว เก็บผักจากสวนและซื้อ จากแม่ค้าที่ทนกระจาดไว้บนหัว มีปลา เนื้อไก่ และผักนานา ชนิด พระภิกษุสงฆ์เดินเป็นแถวออกบิณฑบาต ไปตาม ถนนสายเล็กๆ ในสวน แล้วคนในบ้านก็จะออกมาเอา อาหารชนิดต่างๆ ใส่ลงไปในชามเล็กๆ ที่อยู่ในบาตร หรือวางลงบนกระจาดแขวนบนคานไม้ที่เด็กวัดสองคนที่ หาบเดินตามหลังขบวนพระสงฆ์ ดักบาตรเสร็จแล้ว ป้าคนหนึ่งวางโต๊ะกลมเตี้ยๆ ที่ระเบียงยาว ปูเสื่อ แล้วดักอาหารให้คุณตารับประทานก่อน ป่าอีกคนหนึ่ง คอยดูแลหลานๆ แต่งตัวไปโรงเรียน คอย กัลยาณมิตร กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ Am
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More