ข้อความต้นฉบับในหน้า
โดยเฉพาะพระพุทธ พระธรรม ส่วนพระสงฆ์ อยู่ที่ว่า
เจดีย์องค์นั้นใหญ่พอที่จะมีการประกอบพิธีทางพระพุทธ
ศาสนาได้หรือไม่ ถ้าได้ ผู้คนก็จะได้สักการะพร้อมกันทั้ง
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อันเป็นเหตุแห่งความดี
เป็นสถานที่ เป็นสัจธรรม เป็นบุคคล ที่มีไว้ให้ใจเกาะ
เกี่ยวเหนี่ยวเนื่องอยู่กับความสว่างไสว ต่อมาการบูชา
พุทธเจดีย์ถูกทำให้รุ่งโรจน์ขึ้นจริง และดำเนินต่อเนื่องมา
โดยพระเจ้าอโศกมหาธรรมราชา (/X50^3 D กลโลโญ่เ^ล)
ผู้ทรงทำให้เกิดพุทธเจดีย์ขึ้นมากมายจนได้สมญานามว่าเป็น
/ธOLO แาธ รเบเวล ธบแข©1 หรืออโศกผู้สร้างพุทธเจดีย์
การบูชาเจดีย์อันเป็นพุทธประเพณีคงจะมีเรื่อยมา
ดังที่ท่าน John เฟลโรกลแ เขียนไว้ในหนังสือ 106 Monu-
กาธกเธ 01 โลกchi ว่าแม้เจดีย์จะสร้างมานมนาน แต่การ
ลักการะเจดีย์เริ่มรุ่งเรืองในสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราชา
แต่ที่ประทับใจผู้เขียนนั้นเป็นการบูชาเจดีย์ ณ ประเทศ
ศรีลังกา ย้อนสมัยไปประมาณปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ผู้เขียนได้ไปที่
นั่น ณ บริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ ต่อเนื่องกับบริเวณ
โลหะปราสาทในเวลาพลบ ความประทับใจคือเสียงที่ฟัง
แล้วไม่แตกต่างจากเสียงดุริยางคลังคีตนั้น คือเสียงเท้า
กระทบผืนดิน เลียงกำไลข้อเท้ากระทบกันเบาๆ เสียง
ส่าหรีสีขาวเสียดสีกัน ทั้งหมดของเสียงเหล่านั้นถูกห่อหุ้ม
ให้หุ้มและนุ่มนวลด้วยเสียงสวดมนต์บทพาหุงในแบบของ
ชาวศรีลังกา
นั่นคือเสียงดนตรีที่ไพเราะยิ่งกว่าเสียงเพลงที่ว่า
เพราะใดๆ แต่ที่ประทับใจจำได้ไม่รู้ลืม คือ สิ่งที่อยู่ในมือ
ของพุทธศาสนิกชนชาวสิงหล ที่บ้างก็เป็นดอกลั่นทมสีขาว
บ้างก็เป็นดอกพุดห้ากลีบที่ชาวศรีลังกาเรียกว่าดอกเทมเปิล
บ้างก็เป็นประทีปที่สว่างจากเส้นสายแช่น้ำมันหอมใน
ตะคันใบน้อย และบ้างก็เป็นดอกบัวหลวงเปิดกลีบให้แย้ม
เห็นกลุ่มเกสรช้างใน ผู้คนล้วนแต่งกายด้วยสีขาวเดิน
บ่ายหน้าผ่านต้นศรีมหาโพธิเข้าหาบริเวณโลหะปราสาท
คนน่า ทางเล่าว่าชาวพุทธสิงหลจะพากันมาที่นี่ ทำอย่างนี้
ทุกๆ พลบค่ำ โดยเฉพาะวันพระคนจะยิ่งมาก สำหรับที่นี่
เขาพากันมาบูชาพระศรีมหาโพธ โลหะปราสาท ส่วนที่อื่นๆ
เขาจะพากันไปบูชาเจดีย์
นี่คือเสน่ห์ของศรีดังกา เสน่ห์ของพระพุทธศาสนา
ที่คนทั่วไปพากันลืมเลียสิ้น การทำเช่นนี้ทำให้ใจเกาะเกี่ยว
อยู่กับความดีงาม อยู่กับความสงบ เพราะในยามพลบคือ
ยามก่อนการพักผ่อนนอนหลับ หากเขาเหล่านั้นสามารถ
เก็บรักษาความสงบงามนี้ไว้ได้นับจากพลบไปจนคา
เข้านอน ความสงบจะตกตะกอนตอนหลับไหลพาใจให้
หลับลึก ครั้นเมื่อตื่นขึ้น ความสงบจะผุดพรายสว่างไสว
ขึ้นในใจ พร้อมแสงตะวันของวันใหม่ในทุกวันของชีวิต
เมื่อเป็นเช่นนี้ ชีวิตของผู้บูชาพุทธเจดีย์เป็น
กิจวัตรทุกเช้า ทุกพลบ จึงเท่ากับชีวิตทุกวันเริ่มต้นและ
จบลงด้วยความสว่างไสว ถูกห่อหุ้มด้วยความสว่างไสว
ใจของเขาเหล่านั้นย่อมผูกพันอยู่กับความสงบ ความสว่าง
ที่นานเข้าๆ ความสงบความสว่างก็จะรวมตัวกันเป็นดวง
ดวงสว่างกลางใจเป็นความสว่างอำไพที่พกพาติดตัวไปได้ทุก
หนแห่ง เป็นอัญมณีแห่งชีวิต เป็นรัตนชาติกลางใจสว่าง
ทั้งกลางวันกลางคืน เป็นความแช่มชื่นงดงามของการใช้
ชีวิตบนความถูกต้องตามทำนองตามครรลองของธรรม
และในเมื่อ “ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว" ใจที่นับ
วันแต่จะสุกสกาวขึ้นเรื่อยๆ กายย่อมพัฒนาดีขึ้นไปด้วย
เช่นกัน ใจที่สุกใส่ย่อมดึงดูดความสุกใสมาสู่ ใจที่งดงาม
ย่อมต้องถูกรองรับด้วยความงดงาม ใจที่แช่มชื่นย่อมพบ
๓๘ | 4.เยาณปีน
กรกฎาคม พ.ศ.
lodaca