ข้อความต้นฉบับในหน้า
งานฝีมือ และ จินตนาการของ
ประติมากรเป็นผลงานชิ้นเอกที่ฝาก
ไว้ในโลก ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม ได้
เล่าขานถึงเรื่องราวของมหาบุรุษไป
อีกตราบนานเท่านาน
ยังมีงานแกะสลักหินที่เห็น
แล้วชื่นใจอีกอย่างหนึ่งคือ พระพุทธ
รูปปางปฐมเทศนา เป็นศิลปะสมัย
คุปตะ พระพุทธรูปองค์นี้กลายเป็น
สัญลักษณ์ของเมืองสารนาถไปแล้ว
เพราะความงดงามละเอียดอ่อนของ
ศิลปะที่ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติ-
ศาสตร์ล้ำค่าของมนุษยชาติไว้บน
แผ่นหิน พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา
นี้นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานน่าจะสร้างชิ้นในสมัยพระเจ้า
อโศกมหาราช เป็นพระพุทธรูปแบบประทับขัดสมาธิเพชร
ส่วนใต้ฐานที่ประดับเป็นรูปสลักพระสาวกปัญจวัคคีย์ ถัด
ลงมาเป็นรูปอุปัฏฐากประนมมืออยู่ ด้านหลังของ
พระพุทธรูปเป็นรูปวงกลมคล้ายรัศมีของพระพุทธองค์
ส่วนด้านบนทางซ้ายและขวา แกะเป็นรูปเทวดาเหาะอยู่
เบื้องบนถวายอารักขาพระพุทธองค์อยู่
น่าเสียดายที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีกฎห้ามน่า
กล้องถ่ายรูปเข้าไป ภาพที่ได้มาจึงเป็นภาพจากโปสการ์ด
ที่พ่อค้าเขามาสะกิดๆ ขายให้เสียส่วนใหญ่ (คนขายของที่
นี่ชอบสะกิด แปลกจัง!) สินค้าที่ขายกันด้านหน้าพิพิธภัณฑ์
จะมีหลากหลายละลานตาไปหมด เช่น พระพุทธรูป
จำลองขนาดเล็กของพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาที่มีชื่อเสียง
เสาศิลาจำลอง รูปภาพ ของที่ระลึกต่างๆ ราคาก็ชิ้นอยู่
กับการต่อรอง และอย่าได้ทำที่ทำท่าว่าอยากได้มากนัก
มินะนั้นราคาจะพุ่งกระฉูดชิ้นทันที ต้องท่าท่าว่าซื้อเพราะ
รำคาญ ต่อราคาแบบทิ้งๆ ขว้างๆ ราคาก็จะตกลงอย่าง
กะทันหัน ยิ่งหันไปมองสินค้าของเจ้าอื่นด้วยแล้วราคาก็
จะยิ่งตกลง แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม อย่าได้กระหยิ่มยิ้มย่อง
ว่าซื้อของถูก เพราะกลับมาขึ้นรถทีไร ก็จะได้ยินว่ามีคน
ซื้อของได้ถูกกว่าเราทุกครั้งไป เหนือฟ้ายังมีฟ้าจริงๆ
วิธีการค้าขายของชาวอินเดียที่ผู้เขียนเห็นว่า
๒๒ | ยาเบเร กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕0:37
แปลกอีกอย่างหนึ่งคือ พ่อค้าคนหนึ่ง
เดินเข้ามาสะกิดผู้เขียน ทำท่าลับๆ
ล่อๆ หันซ้ายหันขวาราวกับกลัวใคร
จะเห็น ในมือถือห่อกระเป๋าเก่าๆ
ทำท่าแง้มให้ดู ตอนนั้นไม่หันมอง
ว่าในห่อนั้นเป็นอะไร มัวแต่ตกใจ
ไม่รู้ว่าแขกจะมาไม้ไหน รีบหน
แทบไม่ทัน เขาก็ยังเดินตามไม่ลดละ
พร้อมกับเปิดให้เห็นของในห่อ ที่จริง
คือ พระพุทธรูปขนาดเล็กสูงสัก ๒-๓
นิ้ว เก่าๆ ขะมุกขะมอมชอบกล ปาก
ก็กระซิบว่า “คแy Fifty” หมายถึง
พระองค์นี้ราคา ๕๐ ดอลลาร์ โอ้โฮ
แพงจัง! เป็นเงินไทยตั้ง ๒,๐๐๐ กว่า
บาท แต่อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมจะต้องทำ ท่าลึกสับ
อย่างนั้น มารู้ภายหลังว่าวิธีการนี้ เป็นการเรียกร้อง
ความสนใจจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทั้งยังเป็นการเพิ่ม
คุณค่าให้สินค้าด้วย ทำนองว่าเป็นของเก่านะ หามายาก
มากเลย “นี่จานแอบขายให้นะนาย ราคากันเอง” มีบางคน
ในคณะของเราซื้อมาด้วยราคาเพียง ๕ ดอลลาร์ ที่สำคัญ
ไม่ใช่องค์เดียว ๕ ดอลลาร์ ได้ ๒ องค์ค่ะ
เรื่องซื้อขายสินค้า หรือบริการในอินเดีย ผู้เขียน
มองว่าเป็นเรื่องสนุก มีการชิงไหวชิงพริบกันเล็กน้อย พอ
ให้มีชีวิตชีวา ถึงบางครั้งอาจเรียกได้ว่าถูกโกง แต่เมื่อเรา
จับได้ไล่ทัน เขาก็ยอมรับโดยดุษฎี ยิ้มๆ และยินดีจะคืน
ส่วนที่โกงมาให้ไม่บ่ายเบี่ยงไม่โกรธเคืองแต่อย่างใด ผู้เขียน
ว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของประเทศนี้ ที่สำคัญต้องรักษาใจ
ตัวเองไว้ ถ้ารู้ตัวทีหลังว่าถูกโกง นึกเสียว่าแบ่งกันกินก็
แล้วกัน
ฉบับหน้าพบสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งใน
พระพุทธศาสนา...พุทธคยา