การเลือกคนที่จะให้ทาน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 7 หน้า 95
หน้าที่ 95 / 116

สรุปเนื้อหา

คนที่ควรให้ คือคนที่มีพระคุณแก่ตน เช่น บิดามารดา คนที่คยอปการะตนมา คนที่มีศีลมียรรม เป็นคนดี มีความหี่อสัตย์ ยึดมั่นอยู่ในกตัญญู รู้สึกบุญคุณคน แต่การให้นั้น พระท่านว่า “ควรเลือกให้” คือก่อนจะให้ควร เลือกของที่จะให้ว่าสมควรให้หรือไม่สมควรให้อย่างไร หากให้ของที่ ไม่เหมาะสม หรือให้โดยไม่พิถีพิถันเช้า อาจเกิดโทษในภายหลังได้ และคนที่เราจะให้นั้นก็ต้องเลือกด้วยว่าควรให้หรือไม่ควรให้ เพราะ ถ้าไม่เลือกอาจเสียใจในภายหลังหรืออาจเป็นการส่งเสริมให้คนทำผิดก็ได้ คนที่ควรให้ คือคนที่มีพระคุณแก่ตน เช่น บิดามารดา คนที่ เคยอุปการะตนมา เป็นต้น คนที่มีศีลมีธรรม เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ ยึดมั่นอยู่ในกตัญญูรู้จักบุญคุณคน ล้วนเป้นคนน่าให้ทั้งสิ้น ให้แก่คน เหล่านี้ย่อมไม่เสียเปล่า เป็นบุญเป็นกุศลด้วย คนที่ไม่ควรให

หัวข้อประเด็น

- การเลือกคนที่จะให้ทาน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

66 คนที่ควรให้ คือคนที่มีพระคุณแก่ตน เช่น บิดามารดา คนที่คยอปการะตนมา คนที่มีศีลมียรรม เป็นคนดี มีความหี่อสัตย์ ยึดมั่นอยู่ในกตัญญู รู้สึกบุญคุณคน 99 แต่การให้นั้น พระท่านว่า “ควรเลือกให้” คือก่อนจะให้ควร เลือกของที่จะให้ว่าสมควรให้หรือไม่สมควรให้อย่างไร หากให้ของที่ ไม่เหมาะสม หรือให้โดยไม่พิถีพิถันเช้า อาจเกิดโทษในภายหลังได้ และคนที่เราจะให้นั้นก็ต้องเลือกด้วยว่าควรให้หรือไม่ควรให้ เพราะ ถ้าไม่เลือกอาจเสียใจในภายหลังหรืออาจเป็นการส่งเสริมให้คนทำผิดก็ได้ คนที่ควรให้ คือคนที่มีพระคุณแก่ตน เช่น บิดามารดา คนที่ เคยอุปการะตนมา เป็นต้น คนที่มีศีลมีธรรม เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ ยึดมั่นอยู่ในกตัญญูรู้จักบุญคุณคน ล้วนเป้นคนน่าให้ทั้งสิ้น ให้แก่คน เหล่านี้ย่อมไม่เสียเปล่า เป็นบุญเป็นกุศลด้วย คนที่ไม่ควรให้ คือคนที่แล้งน้ำใจ คนที่ชอบเอารัดเอาเปรียบ คนอื่น คนที่ไม่เคยเห็นความดีของใคร คนที่ชอบรับอย่างเดียวแต่ไม่ ชอบให้อะไรแก่ใคร คนที่เห็นแก่ตัว เป็นต้น คนเหล่านี้ถึงให้อะไรไป เขาก็จะไม่สำนึกในบุญคุณ บางทีด่าคนให้เสียอีกว่าให้น้อยไปบ้าง ให้ ของไม่ดีบ้าง เมื่อให้แก่คนที่ควรให้ เขาก็จะสำนึกในบุญคุณอยู่เสมอ ภายหลังเมื่อเราเดือดร้อนอะไรเขาก็จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือตามกำลัง แต่คนแล้งน้ำใจนั้น เมื่อเราเดือดร้อน ก็จะหายหน้าไปหมด คนที่ชอบให้ทานแต่ไม่เข้าใจเรื่องอย่างนี้ดี มักจะถือเอาความ ชอบใจของตนเป็นประมาณ หากว่าตนชอบใจหรือนับถือแล้ว ก็ยินดี ให้โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ไม่พิจารณาให้ถ่องแท้เสียก่อนว่าควรให้ หรือไม่ควรให้อย่างไร จึงมักจะให้แก่คนที่ไม่ควรให้ แต่คนที่ควรให้ กลับเสียดาย ไม่ยอมให้ อย่างนี้แหละมักจะเดือดร้อนในภายหลัง เช่นพ่อแม่ที่ยกสมบัติให้แก่ลูกๆ โดยไม่เลือกไม่คิดให้ดีเสียก่อน ถือ เอาความรักเป็นเกณฑ์ จึงมักจะเสียใจและเดือดร้อนในภายหลัง เพราะถูกลูกทอดทิ้งไม่ดูด่าลูดี ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอ้างว้าง ไม่มี ใครมาเป็นเพื่อนแก้เหงายามแก่เฒ่า ต้นโพธิ์ต้นไทรยามที่มีลูกดก นกกาก็แวะเรียนไปมามิได้ขาด ยามหมดลูกแล้ว นกกาเหล่านั้นก็ดีจากไป จนกว่าจะมีลูกใหม่อีก ฉันใด คนที่มีสมบิตสิ่งของก็เช่นกัน ย่อมมีผู้เรียนไปมาหาสู่อยู่เสมอ หากให้ จนหมดตัวแล้ว เขาก็มักจะดีจากไป แต่หากเลือกให้เฉพาะคนดี คน กตัญญู มีคุณธรรม มีน้ำใจ ก็จะไม่ผิดหวังเหมือนต้นโพธิ์ต้นไทร กัลยาณมิตร กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ๙๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More