ข้อความต้นฉบับในหน้า
ของพุทธศาสนา พุทธศาสนาเกิดขึ้นที่อินเดีย
จริง แต่ที่อินเดียเหลือแต่ประวัติเสียมากกว่า
ที่ประเทศอื่นเหลือร่องรอยอยู่บ้าง ก็มีการเมือง
เข้าไปแทรก หรือต้องประสบปัญหาในด้าน
ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการพัฒนาในด้านพุทธ
ศาสนาผมคิดว่าที่รุ่งโรจน์จริง ๆ มีอยู่ใน
ประเทศไทย จริงอยู่คนไทยอาจจะปฏิบัติ
ตามหลักธรรมได้ไม่ครบถ้วนนัก แต่ว่า
พื้นฐานของจิตใจแล้ว มีไมตรีจิต มอง
โลกในแง่ดี คือหมายความว่า เดินสาย
กลางไม่ไปทางไหนโด่งจนเกินไป สิ่ง
เหล่านี้มีส่วนช่วยในการดำรงอยู่ของประ
เทศเรามากขึ้น หรืออย่างอ่อนน้อมถ่อม
ตน การมีสัมมาคารวะ กิริยามารยาท
ที่ดี ผมคิดว่าคนไทยมีสิ่งเหล่านี้หล่อหลอม
เป็นพื้นฐาน นี่แหละคืออิทธิพลของพุทธ
ศาสนาที่หล่อหลอมอยู่ในแนวความคิด เป็นอยู่ที่ขาดแคลน แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นปัญหา
และวิญญาณของคนไทย.....
การศึกษาที่ดีคือ หนทาง
สู่ความสำเร็จ
“ถ้าพูดถึงความเป็นมาตั้งแต่เริ่มต้นของ
ชีวิต เป็นระยะทางที่ยาวไกลสำหรับผม คือ
เกิดอยู่ในชนบท ฐานะก็ไม่ค่อยดี และร่างกาย
ธรรม การเข้ามาอยู่กรุงนั้นอาศัยเขาอยู่
บ้าง ต้องต่อสู้กับชีวิตบ้าง บางครั้งก็มีความ
สำหรับผมตราบใดที่ร่างกายยังทนได้ ส่วน
การไปต่างประเทศนั้น ในตัวของมันเองอาจจะ
ไม่สำคัญมากนัก และไม่ใช่แต่เฉพาะเป็นการ
เปิดหูเปิดตา ที่สำคัญคือ เราอาจจะได้สิ่งที่
เป็นกุญแจในการที่เอามาปฏิบัติงานหรือดำรง
ชีวิตต่อไป...”
การรู้หลายภาษา ความ
ไม่ค่อยสมบูรณ์นัก แต่ก็ได้พยายามที่จะศึกษา ก้าวหน้าจะมีมาก
เล่าเรียน จากชนบทจึงมุ่งสู่กรุง ซึ่งในขณะ
นั้นเป็นแหล่งเดียวที่มีโอกาสได้ศึกษาให้สูง
“ตอนนั้น อยู่ในระยะปลายสงครามโลก
ผมคิดว่า บิดาของผมมีส่วนมากในการชี้ ครั้งที่ ๒ ผมเรียนอยู่ชั้นมัธยม ผมไปเดินเล่นที่
นำว่า การศึกษานั้นเป็นการลงทุนแต่ ริมทะเล มีเรือของอินโดนีเซียเข้ามาซื้อข้าว
น้อย แต่ผลตอบแทนจะเป็นสิ่งที่ยืนยง
ทรัพย์นั้นคนอาจจะมาปล้นเอาไปได้
หรืออาจใช้จ่ายเหลวไหลหรือสูญหาย
ได้ แต่การศึกษานั้นอยู่กับเนื้อกับตัว ไม่มี
ใครช่วงชิงเอาไปได้... สิ่งเหล่านี้แหละเป็น
สิ่งดลใจให้ผมใฝ่ใจในการศึกษา การศึกษานี้
ไม่ใช่เป็นการเรียนรู้เฉย ๆ แต่ผมพยายามคิด
อ่านว่า อะไรเป็นหนทางที่ดีที่สุด อะไรคือสิ่งที่
จะเข้าไปหาความจริง ความถูกต้อง ความยุติ
๕๒
ชาวเรือก็เลยรู้จักกระผม เขาชวนว่าไปเที่ยว
อินโดนีเซียไหม ถ้าทำงานในเรือเขาจะให้
เงินเดือน ๆ ละ ๔ บาท สมัยนั้นบางคนเงิน
เดือนๆ ละ ๑๐ บาทก็มี ๔ บาทก็มีผมเองอายุ
สิบกว่าปีเท่านั้น เพราะตั้งแต่เด็กผมมีความ
ใฝ่ฝันอยู่อย่างหนึ่งว่า อยากจะไปต่างประเทศ
เพราะเมื่อตอนเล็ก ๆ ผมจำได้ว่าคุณแม่มี
เพื่อนเป็นครูสอนโรงเรียนฝรั่งที่จังหวัดตรัง
แกเอาหนังสือนิทานเป็นภาษาฝรั่งมีภาพประ
Kalyanamitra.org
กอบมาให้ดู ผมก็ขอให้แกหาดิคชันนารี่เล็ก ๆ
มาให้เล่มหนึ่ง ผมก็พยายามเกาะแกะอ่านดู
เพราะคุณพ่อบอกว่า ลองอ่านดูซิ เมื่อสมัย
หลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงก็ยัง
ไม่มีดิคชันนารี่ ฝรั่งก็มาช่วยอ่านได้เลย
ผมจึงพยายาม พอพูดอ่านได้บ้าง
เมื่อเลิกสงคราม มีเยอรมันคนหนึ่งหนี
มาจากมาเลย์ แกเข้ามาพูดภาษาฝรั่ง ไม่มี
ใครฟังรู้เรื่อง ผมเข้าไปยืนฟังบ้าง ก็พอรู้นะครับ
ว่าแกถามหาร้านอาหารและที่พัก ผมก็พาแก
ไป แกก็ขอบใจให้ของแก่ผมมาเล็กน้อย ชาว
บ้านรู้เข้าเขาก็นิยมชมชอบ เขาบอกว่า นี่รู้
ภาษาต่างประเทศตั้งแต่อยู่ในท้องกันเลย
หรือไง ซึ่งความจริงเราก็พูดได้ไม่กี่คำ ก็พอจะรู้
มีนาคม ๒๕๓๑