ความดีและความตาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 3 หน้า 70
หน้าที่ 70 / 120

สรุปเนื้อหา

มัจจุมารคือ บางคนได้ทำความดีมาอย่าง มากมายตลอดชีวิต บัดนี้ความดีเหล่านั้นกำลัง จะออกผลแล้ว จะต้องได้รับความสุข ความ สมบูรณ์แห่งชีวิตอย่างแม่นมั่นแล้ว บางรายจะ ได้สำเร็จมรรคผลนิพพานอยู่แค่เอื้อมแล้ว แต่ ถูกความตายมาตัดโอกาสเสียก็มี เช่น อาหาร ดาบสกาลามโคตร และ อุทกดาบสรามบุตร พระอาจารย์สองท่านแรกของเจ้าชายสิทธัตถะ ดังข้อความในพุทธปริวิตกกถาหลังตรัสรู้ ใหม่ ๆ ว่า “ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรง ดำริว่า เราจะพึงแสดงธรรมแก่ใครก่อนหนอ ใครจักรู้ทั่วถึงธรรมนี้ได้ฉับพลันหนอ ครั้นแล้ว ทรงพระดำริต่อไปว่า อาฬารดาบสกาลาม โคตรนี้แล เป็นผู้ฉลาดเฉียบแหลม มีปัญญา มีธุลีคือกิเลสในจักษุน้อยเป็นปรกติมานาน ถ้ากระไร เราจึงแสดงธรรมแก่อาฬารดาบส กาลามโคตรก่อน เธอจักรู้ทั่วถึงธรรมนี้ได้ ฉับพลัน ทีนั้นเทพดาอันตรธ

หัวข้อประเด็น

- ความดีและความตาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มัจจุมารคือ บางคนได้ทำความดีมาอย่าง มากมายตลอดชีวิต บัดนี้ความดีเหล่านั้นกำลัง จะออกผลแล้ว จะต้องได้รับความสุข ความ สมบูรณ์แห่งชีวิตอย่างแม่นมั่นแล้ว บางรายจะ ได้สำเร็จมรรคผลนิพพานอยู่แค่เอื้อมแล้ว แต่ ถูกความตายมาตัดโอกาสเสียก็มี เช่น อาหาร ดาบสกาลามโคตร และ อุทกดาบสรามบุตร พระอาจารย์สองท่านแรกของเจ้าชายสิทธัตถะ ดังข้อความในพุทธปริวิตกกถาหลังตรัสรู้ ใหม่ ๆ ว่า “ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรง ดำริว่า เราจะพึงแสดงธรรมแก่ใครก่อนหนอ ใครจักรู้ทั่วถึงธรรมนี้ได้ฉับพลันหนอ ครั้นแล้ว ทรงพระดำริต่อไปว่า อาฬารดาบสกาลาม โคตรนี้แล เป็นผู้ฉลาดเฉียบแหลม มีปัญญา มีธุลีคือกิเลสในจักษุน้อยเป็นปรกติมานาน ถ้ากระไร เราจึงแสดงธรรมแก่อาฬารดาบส กาลามโคตรก่อน เธอจักรู้ทั่วถึงธรรมนี้ได้ ฉับพลัน ทีนั้นเทพดาอันตรธานมากราบทูล พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “อาฬารดาบสกาลาม โคตรสิ้นชีพได้ ๗ วันแล้ว พระพุทธเจ้าข้า” แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงทราบว่า อาฬาร ดาบสกาลามโคตรสิ้นชีพได้ ๗ วันแล้ว จึง ทรงพระดำริว่า อาฬารดาบสกาลามโคตรเป็น ผู้มีความเสื่อมใหญ่ เพราะถ้าเธอได้ฟังธรรมนี้ จะพึงรู้ทั่วถึงธรรมได้ฉับพลัน (เข้าถึงธรรม กายอรหัตเป็นพระอรหันต์ได้ทันที เพราะ เจริญภาวนามามากเข้าถึงกายอรูปพรหม ได้นานแล้ว อีกเพียงกายเดียวก็เข้าถึง ธรรมกาย) ครั้นแล้วทรงพระดำริต่อไปว่าอุทก ดาบสรามบุตรนี้แล เป็นผู้ฉลาดเฉียบแหลม มีปัญญา มีธุลีคือกิเลสในจักษุน้อยเป็นปรกติ มานาน ถ้ากระไร เราจึงแสดงธรรมแก่อุทก ดาบสรามบุตรก่อน เธอจักรู้ทั่วถึงธรรมนี้ได้ ฉับพลัน ที่นั้นเทพดาอันตรธานมากราบทูล พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “อุทกดาบสสิ้นชีพเสีย วานนี้แล้วพระพุทธเจ้าข้า” แม้พระผู้มีพระ ภาคเจ้าก็ทรงทราบว่า อุทกดาบสรามบุตร สิ้นชีพเสียวานนี้แล้ว จึงทรงพระดำริว่า ๖๘ @ อุทกดาบสรามบุตรนี้ เป็นผู้มีความเสื่อมใหญ่ แม้มัจจุมารก็อยู่ในตัว แต่ยังมีมารที่อยู่ เพราะถ้าเธอได้ฟังธรรมนี้ จะรู้ทั่วถึงธรรมใน นอกตัว เป็นมารฝูงที่ ๕ เรียกว่าเทวบุตรมาร ฉับพลัน” ทั้งสองดาบสเป็นผู้มีคุณความดีมาก มารฝูงที่ บำเพ็ญความดีมาตลอดชีวิต แต่แล้วก็ถูก ความตายมาเป็นมารตัดรอนมรรคผลนิพพาน อย่างน่าเสียดาย และที่นำความเสียหายมาให้ แก่ทั้งสองท่านอย่างมากก็คือ นอกจากจะไม่ บรรลุมรรคผลนิพพาน หมดกิเลสเป็นพระ เทวบุตรมาร อรหันต์ในชาตินั้นแล้ว ยังจะต้องไปเกิดเป็น อรูปพรหมอีกนานแสนนาน เพราะหลงเข้าใจผิด ว่าตนเองหมดกิเลสแล้ว ยึดถืออรูปภพว่าเป็น นิพพาน แม้จะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาตรัสรู้ ในโลกนี้อีกตั้งหลาย ๆ พระองค์ ก็ยังหลงว่า ตนเองหมดกิเลสแล้ว เลยเป็นอรูปพรหมอยู่ นั่นเอง ไม่ขวนขวายเข้าถึงธรรมกายสักที ถ้าว่าไปแล้วมารทั้ง ๔ ฝูงแรกเหล่านี้ อยู่ในตัวเราทั้งนั้นเลย กิเลสมารก็อยู่ในตัว ขันธมารก็อยู่ในตัว อภิสังขารมารก็อยู่ในตัว Kalyanamitra.org เทวบุตรมาร มารคือผู้มีอิทธิพล มารฝูงนี้ร้ายกาจนัก พวกนี้มีตัวตนให้เห็น เป็นตัว ๆ เลยนะ ในบางภาวะออกมายืน ต่อหน้าให้เราเห็นได้ มีทั้งหัวหน้าและลูกน้อง เป็นฝูง ๆ แต่อย่างพวกเราน่ะ ระดับตัวหัวหน้า มันไม่มาให้เห็นหรอก อย่างดีมันใช้ให้ชนิด หางแถวมารบกวนแทน เช่น ส่งขี้เมามาเอะอะ ด่าทอข้างบ้านขณะทำบุญตักบาตร ส่งสุนัขมา กัดกันขณะนั่งสมาธิ ฯลฯ มีนาคม ๒๕๓๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More