ข้อความต้นฉบับในหน้า
นะครับว่า เขาต้องการสิ่งนั้น ทำให้ผมมี
ความรู้สึกว่า เอ๊ะ! การรู้ภาษาฝรั่งนี่คงจะดี...
การศึกษาต่อไปข้างหน้าก็คงจะดี
เมื่อผมลงเรือไปกับเขา ก็ไม่บอกทาง
บ้าน ผมมีหน้าที่ตักน้ำล้างเรือ การตักน้ำบนเรือ
ต้องตกเป็นนะครับ ถ้าตักสวนกับทางน้ำ มัน
จะกระตุกตัวเราตกน้ำ ใหม่ ๆ ก็ต้องมัดตัวเอง
กับเรือไว้เพื่อไม่ให้ตกทะเล ผมไปขึ้นเรือที่เมือง
หลักการดำรงชีวิต
ให้มีคุณค่า
“ในการดำรงชีวิตของผมเองนั้น ผม
คิดว่า ความจริง ความถูกต้องดีงาม ความ
ยุติธรรม เป็นสิ่งที่ต้องยึดถือ นอกนั้นเป็นสิ่ง
ที่ต้องเรียนรู้ และโดยที่การเรียนของผมตั้งแต่
เล็กจนโต ก็ไม่ค่อยจะเสียค่าเล่าเรียนเลย
สุราฯของประเทศอินโดนีเซียใช้ชีวิตอยู่ในเรือ ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นหนี้สังคมอยู่เยอะ
เกือบสองเดือนก็เดินทางกลับ ขากลับซื้อลิงมา
ตัวหนึ่ง อุ้มลิงมาด้วย ในชีวิตผมก็แปลกนะครับ
มักมีเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง เช่น
ผมไปอินโดนีเซียในฐานะกะลาสีเรือเมื่ออายุ
๑๓ ขวบ ต่อมาผมกลับไปในฐานะเอกอัคร
ราชทูตไทย ผมได้ทุนไปเรียนหนังสือที่ฝรั่งเศส
ผมไปเป็นที่ปรึกษาสถานทูตที่สหรัฐฯ ก็กลับ
ไปเป็นทูตที่สหรัฐฯ เรียนหนังสือที่ธรรมศาสตร์
ก็ต้องกลับไปเป็นอาจารย์สอนที่ธรรมศาสตร์
เคยไปอยู่ที่สหภาพโซเวียตก็ต้องเดินทาง
กลับไปโซเวียตอีกหลายครั้ง เคยไปอยู่เขมร
ผลสุดท้ายก็ต้องมานั่งปวดหัวกับปัญหาเขมร
อยู่หลายปี...”
มีนาคม ๒๕๓๒
ที่ได้เกื้อหนุนให้ผมได้ศึกษาเล่าเรียน
ได้มีอาชีพหน้าที่การงาน ได้สร้างตัวเอง
เพราะฉะนั้น สิ่งไหนที่ผมจะช่วยสังคมได้
ผมก็จะทำ และด้วยการทำงานที่ยึดหลักว่า
เราตรงต่อหน้าที่ พยายามมอบสิ่งที่เรารู้
ให้กับงานให้มากที่สุด ผมคิดว่าจะทำอะไร
ก็ทำให้ดีที่สุด ในทัศนะส่วนตัวของผมเห็นว่า
การเจริญเติบโตของชีวิตหน้าที่การงาน มิใช่
อาศัยเฉพาะความพากเพียรหรือความแน่วแน่
ที่จะเดินไปข้างหน้าเท่านั้น แต่จะต้องอาศัย
โชคหนุนบุญเก่าช่วย ต้องอาศัยช่วงจังหวะ
เวลาประกอบด้วย"
ชีวิตที่เดินทางอยู่บนความถูกต้อง ยุติ
Kalyanamitra.org
ธรรม ซื่อสัตย์และซื่อตรง ย่อมรุ่งโรจน์ได้ยืน
นาน เป็นเส้นทางเกียรติยศที่ใคร ๆ ปรารถนา
แต่จะมีใครสักกี่คนที่สามารถยืนหยัดอยู่บน
ความถูกต้อง รักษาความดีงามของตนไว้ได้
ตลอดรอดฝั่ง โดยไม่หวั่นไหวต่อมรสุมชีวิต
ต่อคำสรรเสริญและนินทา หรือต่อผลประโยชน์
มากมายมหาศาลที่มีอิทธิพลเข้าครอบงำจิตใจ
ให้เห็นผิดเป็นชอบ บุคคลผู้นั้นจะต้องมีมโน
ธรรม รักอุดมคติยิ่งกว่าสิ่งใดในชีวิต....
ดร.อรุณ ภานุพงศ์ ได้จบประโยคลง
ด้วยคำคมอันน่าประทับใจว่า
“สำหรับความสำเร็จนั้น มันขึ้นอยู่กับ
ว่าเราตั้งเป้าหมายไว้อย่างไร ถ้าคุณไปถึง
เป้าหมายก็ถือว่าสำเร็จ สำหรับผมนี่ มี
เป้าหมายอยู่อย่างเดียวว่า จะทำสิ่งที่ตัวเอง
เห็นว่าดีที่สุด เต็มความสามารถมากที่สุด
ซื่อตรงที่สุด ซื่อตรงต่อตัวเอง ซื่อตรงต่อ
เพื่อน ซื่อตรงต่อสังคม สำหรับผู้ใต้บังคับ
บัญชา ก็ให้ความยุติธรรมแก่เขา ให้ความ
เมตตาแก่เขา ผมคิดว่า คนเราควรต้องมี
ทั้งคุณสมบัติและต้องมีทั้งคุณธรรม”
๔๓