ข้อความต้นฉบับในหน้า
ครั้งนี้เป็นการนิมนต์โดยไม่มีการบอกกัน
ล่วงหน้า
อาตมาจําศาสตราจารย์พอลได้เพราะ
ว่าเห็นติดตามการพูดของอาตมามาทั้ง ๒ วัน
แต่ไม่ได้ไปร่วมประชุมในวันนี้ด้วย
นิมนต์แบบจู่โจมครั้งนี้คงมีเหตุผลอะไรเป็น
การ
พิเศษแอบแฝงอยู่ และก็เป็นจริงดังคาด
ทันทีที่อาตมานั่งลง ลูกสาวคนโตก็เริ่มถาม
ปัญหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา อาตมาจึงเริ่ม
อธิบายช้า ๆ (สาเหตุที่ช้า เพราะว่ารู้สึก
อ่อนเพลียมาจากการสอนตลอดช่วงบ่าย) พูด
ยังไม่ทันจบ คำถามก็ทยอยกันมาเรื่อย ๆ
คล้าย ๆ การสอบสวนผู้ต้องหาของตำรวจ
มากกว่าการสนทนาธรรม
อาตมาตอบข้อซักถามเหล่านั้นไปจน
เชื่อว่าได้ให้ความกระจ่างพอสมควรเกี่ยวกับ
หลักการในพระพุทธศาสนา ลูกเขยชาว
อิหร่านก็พูดออกมาว่า เขาเห็นด้วยกับ
หลักการที่อาตมาว่ามาทั้งหมด เว้นอยู่
ข้อเดียว ที่พุทธศาสนาไม่มีพระเจ้า ซึ่งขัด
กับสัจธรรมของศาสนาทั้งปวง เขาแนะนำ
ตัวเองว่าเป็นผู้ที่เชื่อในศาสนาบาไฮ ซึ่ง
เชื่อว่าศาสนาทุกศาสนานั้นเชื่อในพระเจ้า
องค์เดียวกันหมด และการรวมศาสนา
ทั้งมวลเข้าด้วยกันจะสร้างสันติสุขให้กับ
โลกได้
จากที่อาตมาทราบมา บาโฮนั้นเป็น
ศาสนาใหม่ มีต้นกำเนิดในอิหร่าน ก่อนยุค
ของผู้นำคนปัจจุบัน โดยมีอุดมการณ์เพื่อรวม
ศาสนาเข้าด้วยกัน บาไฮนั้นได้แพร่กระจาย
ไปหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยด้วย
ปัจจุบันมีศูนย์กลางใหญ่อยู่ในประเทศอินเดีย
แต่มีเครือข่ายการประสานงานครอบคลุม
ไปทั่วโลก เนื่องจากบาไฮเป็นศาสนาซึ่งเกิด
จากความหวังดีในการประสานความร้าวฉาน
ของศาสนาที่เชื่อในพระเจ้าทั้งหลายเข้า
ด้วยกัน โดยลืมไปว่าในโลกนี้ก็มีศาสนาบาง
ศาสนาที่ไม่เชื่อว่าพระผู้เป็นเจ้านั้นมีจริง
พุทธศาสนาจึงตกสำรวจไปด้วย
no
อาตมาจึงต้องเริ่มอธิบายให้เขาฟังว่า
ทำไม ชาวพุทธจึงไม่เชื่อว่าพระผู้เป็นเจ้านั้น
มีจริง เหตุผลซึ่งอาตมาอธิบายบ่อย ๆ ใน
อ๊อกซฟอร์ด บัดนี้ประสบการณ์ในการปะทะ
คารมกับพวกคริสเตียนหัวรุนแรงนั้น เริ่ม
มีประโยชน์กับอาตมาในครั้งนี้เอง และด้วย
เหตุบังเอิญที่ขณะนี้อาตมากำลังแปลคัมภีร์
สันสกฤตของพราหมณ์ ซึ่งเขียนไว้เพื่อปะทะ
คารมกับชาวพุทธเมื่อประมาณ ๑๕๐๐ ปีมา
แล้ว เรื่องที่ถกเถียงกันในครั้งนี้ มิได้อยู่
นอกขอบเขตของคัมภีร์สันสกฤตเล่มนี้เลย
ต่างกันแต่ว่าบทสรุปของวาทะนั้น แทนที่จะ
เอาพราหมณ์เป็นฝ่ายชนะ อาดมากลับใช้เป็น
ข้อลบล้างความเชื่อในเรื่องว่าพระเจ้ามีจริง
เลือดอิหร่านนั้นค่อนข้างจะร้อนแรง
เมื่อประสบกับแง่คิดที่ตนเองไม่เคยพบมาก่อน
เหล่านี้เขาก็โกรธขัดใจ พอเกิดอาการขัดใจ
ปัญญาในการคิดก็ขัดไปด้วย จนในที่สุดจึง
ได้แต่นั่งก้มหน้าจนด้วยเหตุผล การต้อนคน
ให้จนด้วยเหตุผลนั้นไม่ใช่เป็นสิ่งที่อาด
อาดมา
ชอบท่า แต่จะเปิดช่องให้เขาได้ออกโดย
ไม่เสียหน้าไว้เสมอ แต่ในครั้งนี้เมื่อผู้ถาม
แรงมาก็จําเป็นต้องใช้การตอบโต้ที่เฉียบขาด
กลับไป หลักการเดียวกันนี้พระพุทธองค์ก็
ได้กล่าวไว้ในพระไตรปิฎกเช่นเดียวกัน
ตลอดเวลาที่มีการปะทะคารมกันนี้
ศ.พอลนั่งเงียบตลอดเวลา ครุ่นคิดและตริตรอง
เหตุผลต่าง ๆ โดยไม่แสดงความรู้สึกอย่าง
หนึ่งอย่างใดให้ปรากฏเลย ส่วนกัสสปะนั้นดี
ใจ ยิ้มอย่างเบิกบาน รู้สึกภูมิใจในสติปัญญา
ของพ่อของเขา แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นอาตมา
ทราบอยู่แก่ใจว่า วาทะ ทั้งหมดที่ตัวเอง
น่ามากล่าวนั้นมาจากคัมภีร์ของพราหมณ์ ซึ่ง
ปะทะคารมอย่างนี้กับนักบวชในพุทธศาสนา
เมื่อนานแสนนานมาแล้วในอินเดีย ข้อโต้แย้ง
เหล่านี้ นักปรัชญาและนักเทววิทยาชาวตะวันตก
นั้นรู้น้อยเต็มที
เมื่อถึงเวลากลับ ศ.พอลขออาสาเป็น
ผู้ขับรถพาอาตมากับกัสสปะกลับบ้าน ระหว่าง
ทางก็ซักไซ้ไล่เรียงเกี่ยวกับการฝึกสมาธิวิธี
นี้มาตลอดทาง อาตมาจึงอธิบายให้ทราบ
Kalyanamitra.org
โดยย่อ แต่ให้สามารถไปคิดต่อเองได้ พอมา
ถึงบ้านของกัลลปะ เขาขอเวลาพูดกับอาตมา
ตามลำพังสัก ๑๐ นาที
พออยู่กันตามลำพัง เขาก็บอกว่า รู้สึก
ประทับใจมากเกี่ยวกับหลักการในพุทธศาสนา
และการฝึกสมาธิวิธีนี้ ไม่เคยคิดมาก่อน
เลยว่าในโลกนี้จะมีการฝึกสมาธิที่ดีถึง
ขนาดนี้ เพราะหลักการฝึกสมาธิแบบนี้
สามารถตอบปัญหาทางวิชาการที่เขาได้
ศึกษาค้นคว้ามาได้หมด และเขาจะนำวิธี
นี้ไปปฏิบัติอย่างจริงจัง
ศ.พอลเล่าต่อไปว่าตัวเขาเองเคยเป็น
ตัวจักรสำคัญของบาโฮมาแล้ว แต่ได้วางมือ
จากศาสนานี้มาหลายปี ปล่อยให้ลูกสาวและ
ลูกเขยทำงานต่อไป เขารู้สึกเสียดายที่มาเจอ
การทําสมาธิวิธีนี้สายไปหน่อย พูดเสร็จแล้ว
ก็ลากลับไป
กัสสปะกลับเข้ามาเล่าให้อาตมาฟัง
หลังจากที่ออกไปส่งเขาข้างนอกว่า ศ.พอล
ดีใจอย่างมากที่ได้มาพบอาตมาในครั้งนี้
และดีใจที่สุดที่ได้มาพบการทำสมาธิแนว
วิชชาธรรมกาย
อ่านต่อฉบับหน้า
นาง -