ข้อความต้นฉบับในหน้า
เทวบุตรมารมีตัวจริง ๆ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและนักปฏิบัติ
ธรรมในอดีตได้ถูกมารที่มีตัวให้เห็นได้จริง ๆ
รบกวนคือเทวบุตรมารคอยตามรังควานอยู่
เป็นประจำ เมื่อวันที่เจ้าชายสิทธัตถะจะออก
บวช มันก็มาขวางทางไว้ บอกว่าอย่าเพิ่งออก
ไปเลย พอวันจะตรัสรู้ เจ้าเทวบุตรมารก็ยกทัพ
โยธามาคุกคาม มาขวางการตรัสรู้ แต่พระองค์
ก็สู้ด้วยอำนาจบุญบารมีของท่าน ในวันที่จะ
ตรัสรู้นั้น พญามารยกทัพมาจริง ๆ แต่เป็น
กายละเอียด มนุษย์ทั่วไปมองไม่เห็น แต่ว่า
พระองค์มองเห็น เห็นด้วยทิพยจักษุ เห็นชัด
ทีเดียว พวกเทวดานางฟ้าก็สามารถแลเห็น
มารพวกนี้ได้ เห็นแล้วก็ทั้งเกลียดทั้งกลัว
ทั้งขยะแขยง เลยพากันเหาะหนี ทิ้งให้พระองค์
ทรงผจญกับมารตามลำพัง
แล้วพระองค์ทรงทำอย่างไร พระองค์
ทรงระลึกถึงบุญบารมีทั้ง ๑๐ ทัศ ที่พระองค์
ได้ทรงบำเพ็ญมาแล้วนับด้วยอสงไขย ๆ กับ
ให้มาช่วย ด้วยอำนาจบุญบารมีที่สะสมมา
ดีแล้วเหล่านี้ ทำให้บังเกิดน้ำท่วมพญามาร
ล่าถอยไป แม้น้ำที่ไหลมาท่วมก็เป็นธาตุน้ำ
ละเอียด ๆ ไม่ใช่เป็นน้ำจากแม่น้ำคงคา (แต่ว่า
ตำรับตำราโบราณบางทีก็กล่าวพิสดารเป็นว่า
แม่พระธรณีบิดมวยผมปล่อยน้ำไปช่วย ตาม
ความเป็นจริง บารมีอนาคพระสัมมาสัมพุทธ
เจ้าแล้ว ไม่ต้องอาศัยแม่พระธรณีมาช่วยหรอก)
พญามารได้มารบกวนพระองค์ครั้งนั้นเป็น
ครั้งใหญ่ที่สุด แต่ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงสงบพระทัยของพระองค์ เข้าศูนย์กลางกาย
ตามทางสายกลาง เข้านิพพานที่อยู่ในศูนย์
กลางของธรรมกายได้ เป็นการเข้านิพพานขณะ
เป็น ๆ ที่เรียกว่า สอุปา เสสนิพพาน (อ่านว่า
“สะอุปาทิเสสะนิพพาน) เพราะฉะนั้นมาร
ทั้งหลาย ทั้งกิเลสมารก็ดี เทวบุตรก็ดี จึงทำร้าย
พระองค์ไม่ได้
ผู้ที่ศึกษาพระไตรปิฎกแต่ไม่ได้ฝึกสมาธิ
มักจะเข้าใจผิดเรื่องเทวบุตรมารกันเสมอ ๆ
โดยหลงทึกทักเอาว่าเทวบุตรมารคือกิเลสมาร
มีนาคม ๒๕๐
ชนิดหนึ่ง ถ้าอยากจะรู้จักหรือเห็นเทวบุตร
มารตัวจริง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเหลือวิสัย ขอให้ตั้งใจ
ฝึกสมาธิให้เข้าถึงธรรมกายเสียก่อน แล้วจะ
สามารถเห็นเทวบุตรมารได้ชัดเจน เหมือนเห็น
สิ่งของกลางแจ้งในเวลากลางวัน โดยเห็นเป็น
ตัวกันจริง ๆ ไม่ใช่อุปมาเทียบเคียง
มารแสดงต่อความดี
ทุกรูปแบบ
เมื่อวันที่พระองค์จะตรัสรู้ พญามาร
พรั่งพร้อมด้วยเทวบุตรมารและเสนามารก็ยก
ทัพใหญ่ตามผจญ พยายามที่จะขัดขวางต่าง ๆ
นานา ไม่ยอมให้พระองค์ตรัสรู้ แต่ว่ามัน
เองกลับแพ้ไป ตัวหัวหน้าของมารหนีไปได้
ส่วนลูกน้องน่ะตายเป็นเบือเชียว ด้วยอำนาจ
บารมี ๑๐ ทัศ พระองค์ทรงระลึกถึง ทำไม
บารมีธรรมที่พระองค์ทรงบำเพ็ญ จึงสามารถ
ฆ่าพวกเสนามารทั้งหลายได้ เป็นการฆ่าที่พระ
องค์ไม่ได้ทรงมีเจตนา ถ้าจะอธิบายก็คล้าย ๆ
อย่างนี้ คล้าย ๆ กับบ้านของเรา เวลาเช้าเราก็
ปัดกวาดเช็ดถู เปิดประตูให้ลมโกรกเข้าได้
เปิดหน้าต่างให้แดดส่องแสงเข้ามา เพราะ
ฉะนั้นพวกเชื้อราเชื้อแบคทีเรียที่ชอบเจริญ
เติบโตในที่อับ ที่ชื้น ที่มีด ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่ง
โรคภัยไข้เจ็บย่อมถูกฆ่าถูกทำลายไปโดย
ปริยาย ฉันใด บารมีธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธ
เจ้าได้ทรงบำเพ็ญไว้ดีแล้วนั้น เมื่อมารเข้าใกล้
แล้วมันจะเกิดอาการแพ้ถึงตายได้ฉันนั้น
เวลาร่างกายของเราแข็งแรงดี ในฤดูร้อน
ถ้าได้อาบน้ำเย็น ๆ แหม....มันช่างเย็นชื่นใจ
เสียนี่กระไร แต่เวลาเราป่วย ใช้กำลังขึ้นอยู่
เพียงแค่โดนน้ำเย็น ๆ หกรดนิด ๆ หน่อย ๆ
แหมเย็นเสียดกระดูกกลับจะพาลตายเอา
เพราะอะไร เพราะคนไข้แสดงต่อน้ำเย็น ข้อนี้
ฉันใด มารก็ย่อมแสดงต่อบุญบารมีที่พระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญไว้ดีแล้วฉันนั้น
เพราะฉะนั้นหากมารเข้าใกล้เมื่อไรก็พาลตาย
เอาง่าย ๆ ทั้งที่พระองค์ไม่ได้มีพระประสงค์
จะทรงทำร้ายอะไรพวกมันเลย
Kalyanamitra.org
พวกเราก็เหมือนกัน พอลงมือทําความ
ดี พวกลูกหลานเทวบุตรมารคือ คนพาล
ทั้งหลาย ก็เริ่มแสลงใจ แสลงหู แสลงตา แหม
ยายน แต่งชุดขาวของอุบาสิกาทั้งปี ไม่รู้จัก
เขียนคิ้ว ทาปากกับเขาบ้างเลย เชีย....เชย หรือ
ไม่ก็ แฟชั่นใหม่เขามีตั้งเยอะแยะไม่รู้จักเอามา
แต่งมาใส่กับเขาบ้าง เฮอะ! โบราณ...เห็นเรา
ไม่กินเหล้ามันก็มาค่อนขอด ผู้ชายอะไร โต
ป่านนี้แล้วยังกินเหล้าไม่เป็นอีก เชยชะมัด
มันก็ว่าตามประสามารของมันอย่างนี้แหละ
พวกที่ชอบค่อนขอดคนนั้นทีคนนี้ที่ยัง
ไม่ใช่มารตัวจริง แต่เป็นเพียงลูกหลานของ
เทวบุตรมารอีกทีหนึ่ง สำหรับเทวบุตรมาร
ตัวจริงนั้น เราต้องฝึกสมาธิมาก ๆ จนเข้า
ถึงธรรมกายแล้วจะสามารถเห็นได้ ไม่
อย่างนั้นจะไม่เห็น มันมีตัวจริง ๆ มีฤทธิ์
มากขนาดกล้าเข้าไปถ่วงท้องพระมหา
โมคคัลลานะผู้เป็นอัครสาวกเบื้องซ้าย
ทีเดียว ขนาดบังอาจไปอาราธนาพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าให้เข้าปรินิพพานก็แล้วกัน
ถามว่าขณะนี้เทวบุตรมารยังมีเหลืออยู่อีก
มากไหม มากเหลือคณานับ อยากเจอไหมล่ะ?
ขนาดจอแค่ลูกหลานของมันเรายังจะแย่ เพราะ
ฉะนั้นอย่าเพิ่งไปเจอตัวจริงมันเลยนะ
อ่านต่อฉบับหน้า
๔.๖๙