ข้อควรปฏิบัติในการสนทนาธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 3 หน้า 75
หน้าที่ 75 / 120

สรุปเนื้อหา

๒. ไม่พูดวาจาที่ทำให้เกิดความ แตกร้าว ไม่ใช้คำพูดก้าวร้าวรุนแรง แต่ใช้ วาจาที่ก่อให้เกิดความสามัคคี ประสานน้ำใจ ๔. ไม่แสดงอาการโกรธเมื่อถูก ขัดแย้ง เราพูดอะไรไปถ้าเขาเข้ามา อย่าเพิ่ง โกรธ ให้พิจารณาไตร่ตรองดูโดยแยบคาย เพราะบางทีเราอาจมองข้ามอะไรบางอย่างไป เรื่องบางเรื่องอาจถูกในที่หนึ่ง แต่ผิดในอีก ที่หนึ่ง ขึ้นอยู่กับเวลาและสถานที่ ถ้าเราด่วน โกรธเสียก่อนแล้ว ความคิดที่จะไตร่ตรองตาม ก็ไม่มี ปัญญาของเราจะถูกความโกรธปิดบัง หมด ๔. ไม่ปรารถนาลามก คิดที่จะให้ ตนมีชื่อเสียง อยากเด่นอยากดัง ตั้งใจจะฉีก หน้าผู้อื่นเพื่อให้ตนดัง ถ้าวันไหนจะไปสนทนา ธรรม แล้วเกิดมีความรู้สึกอยากจะไปฉีกหน้า ใคร วันนั้นนอนอยู่บ้านดีกว่า มันไม่เป็นธรรม ตั้งแต่ต้นแล้ว อย่าไปแกว่งปากหานรกเลย ๑๐. ตั้งจิตไว้ว่าจะสนทนาธรรมเพื

หัวข้อประเด็น

- ข้อควรปฏิบัติในการสนทนาธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๒. ไม่พูดวาจาที่ทำให้เกิดความ แตกร้าว ไม่ใช้คำพูดก้าวร้าวรุนแรง แต่ใช้ วาจาที่ก่อให้เกิดความสามัคคี ประสานน้ำใจ ๔. ไม่แสดงอาการโกรธเมื่อถูก ขัดแย้ง เราพูดอะไรไปถ้าเขาเข้ามา อย่าเพิ่ง โกรธ ให้พิจารณาไตร่ตรองดูโดยแยบคาย เพราะบางทีเราอาจมองข้ามอะไรบางอย่างไป เรื่องบางเรื่องอาจถูกในที่หนึ่ง แต่ผิดในอีก ที่หนึ่ง ขึ้นอยู่กับเวลาและสถานที่ ถ้าเราด่วน โกรธเสียก่อนแล้ว ความคิดที่จะไตร่ตรองตาม ก็ไม่มี ปัญญาของเราจะถูกความโกรธปิดบัง หมด ๔. ไม่ปรารถนาลามก คิดที่จะให้ ตนมีชื่อเสียง อยากเด่นอยากดัง ตั้งใจจะฉีก หน้าผู้อื่นเพื่อให้ตนดัง ถ้าวันไหนจะไปสนทนา ธรรม แล้วเกิดมีความรู้สึกอยากจะไปฉีกหน้า ใคร วันนั้นนอนอยู่บ้านดีกว่า มันไม่เป็นธรรม ตั้งแต่ต้นแล้ว อย่าไปแกว่งปากหานรกเลย ๑๐. ตั้งจิตไว้ว่าจะสนทนาธรรมเพื่อ ให้เกิดปัญญา จะเอาความรู้เราไปต่อเอา ความรู้คนอื่นเขามา ไม่ใช่ไปเพื่ออวดรู้ แต่จะ ไปแลกเปลี่ยนความรู้กัน ๑๑. ไม่พูดออกนอกเรื่องที่ตั้งประ เด็นไว้ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นอวดดี หรือ นินทาคนอื่นไป เช่นพูดเรื่องบาป พูดไปพูดมา กลายเป็นว่า “ฉันน่ะไปทำทานไว้ที่นั่นที่นี่” กลายเป็นอวดว่าฉันใจบุญนะ หรือพูดเรื่องทาน พูดไปพูดมากลายเป็นว่า “อุ้ย แม่คนนั้นน่ะ ขี้เหนียว อีตาเศรษฐีนั้นก็ขี้เหนียว” ถามว่า ใครดี “ฉัน ฉัน” อย่างนี้ใช้ไม่ได้ ๑๒. ไม่พูดนานไปจนน่าเบื่อ รู้จัก กาลเทศะ วิธีสนทนาธรรม โดยสรุป หลักในการสนทนาธรรม รวมได้เป็น ๓ ประการ คือ ๑. สนทนาในธรรม คือเรื่องที่จะ สนทนากันต้องเป็นเรื่องธรรมะ ให้อยู่ในวง ธรรมะ อย่าออกนอกวง เช่นถ้าพูดถึงการทำ มีนาคม ๒๕๓๑ ความดีก็ให้สุดแค่ทำดี อย่าให้เลยไปถึงอวดดี ถ้าจะพูดถึงเรื่องการป้องกันไม่ให้ทำความชั่ว ก็ให้สุดแค่ป้องกันการทำชั่ว อย่าให้เลยไปถึง นินทาคนอื่น ๒. สนทนาด้วยธรรม คือ ผู้ที่สนทนา กันจะต้องไม่แสดงกิริยาวาจาให้ผิดธรรมะ เช่น ทางกายก็มีการเคารพกันโดยฐานานุรูป ควรไหว้ก็ไหว้ ควรกราบก็กราบ อย่าคิดทะนง ตัวด้วยเหตุคิดว่ามีความรู้มากกว่าเขา ใน ทางวาจาก็ใช้ถ้อยคำสุภาพเรียบร้อย เป็นวาจา สุภาษิต ถ้าฝ่ายหนึ่งถูกก็ชม ถ้าฝ่ายผิดก็ทัก โดยสุภาพ ไม่กล่าววาจาเหน็บแนม ล่วงเกิน และถ้าพลาดพลั้งก็ขอโทษ ไม่ใช่สนทนากัน ด้วยกิเลส หรือปล่อยกิเลสออกมาโต้กันดัง ได้กล่าวมาแล้ว ๓. สนทนาเพื่อธรรม คือ ผู้สนทนา ต้องตั้งจุดมุ่งหมายไว้ในใจของตนให้แน่นอน ว่า เราจะหาความรู้ความเข้าใจในธรรมะให้ ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ไม่ใช่จะอวดรู้หรืออวดธรรมะ แม้บางจังหวะเราเป็นผู้แสดงความรู้ออกไป ก็คิดว่าเราจะเอาความรู้ของเราไปต่อเอาความ รู้ของผู้อื่นเข้ามา มิใช่จะเพื่ออวดรู้ วิธีเลือกคู่สนทนาธรรม หลักในการเลือกคู่สนทนาธรรมมีอยู่ ๒ ประการคือ ๑. คู่สนทนาต้องมีอัธยาศัยใฝ่ธรรม และสงบเสงี่ยมเยี่ยงสมณะ แม้เป็นฆราวาสก็ เป็นคนรักสงบ ไม่เป็นคนชอบอวดภูมิ ชอบ โม้ ๒. เรื่องที่จะสนทนาต้องเหมาะกับ บุคคลนั้น ๆ เช่น คุยเรื่องพระวินัยกับผู้เชี่ยว ชาญพระวินัย คุยเรื่องชาดกกับผู้เชี่ยวชาญ ชาดก จะสนทนาเรื่องสมาธิก็เลือกสนทนากับ ผู้ที่เขาฝึกสมาธิมาแล้วอย่างจริงจัง เป็นต้น การสนทนาธรรมใน ครอบครัว ตั้งแต่โบราณ ในครอบครัวไทยก็มี การสนทนาธรรมกันอยู่เป็นประจำ เช่น กลาง วันพ่อแม่ออกไปทำนา ทำสวน ทำงานอื่น ๆ ผู้ เฒ่าปู่ย่าตายที่อยู่บ้าน ก็ทำงานสานกระบุง ตะกร้าไปบ้าง ทำงานอื่น ๆ บ้าง เด็ก ๆ ก็วิ่ง Kalyanamitra.org_
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More