ข้อความต้นฉบับในหน้า
อย่างเอาใจใส่ แม้อาตมาเริ่มนำให้นั่ง
สมาธิ กำหนดดวงแก้ว ให้ทุกคนนึกตาม
ก็ไม่ปรากฏแม้แต่เสียงไอ จามหรือ เสียง
การขยับตัวจากที่นั่งให้ได้ยินแต่ประการใด
คงเป็นพลังของความสงบแห่งจิตของคน
นับเป็นร้อย ๆ ในห้องประชุมแห่งนั้น ที่
ทำให้ความเผ็ดร้อนของกลุ่มคนที่ประท้วง
อยู่ข้างหน้านั้นต้องพ่ายแพ้ล่าถอยไปใน
ที่สุด
อาตมาจบรายการนี้ด้วยการแผ่เมตตา
ซึ่งกัสสปะถอดออกมาเป็นภาษาโปรตุเกส
แบบคำต่อคำ พอบอกให้ทุกคนค่อย ๆ
ลืมตาขึ้นช้า ๆ อาตมาสังเกตเห็นรอยยิ้มจาก
สีหน้าของผู้ฟังทุกคน เป็นรอยยิ้มที่อาตมา
ถือว่าเป็นรางวัลตอบแทนในการมาพูดใน
ครั้งนี้ เพราะมันหลั่งไหลออกมาจากใจที่
อิ่มเอิบและชุ่มชื่นเอ่อท้นอยู่ภายใน
๒๖.
หลังจากนั้นเป็นการถาม-ตอบปัญหา
ข้อข้องใจ ปัญหาที่หยิบยกขึ้นมาแต่ละข้อนั้น
แสดงถึงความสนใจอยากรู้เรื่องการปฏิบัติ
จริง ๆ ซึ่งทำให้อาตมารู้สึกสนุกในการตอบ
เพราะว่าเป็นคำถามที่น่าตอบ
- ชายหนุ่มคนหนึ่งลุกขึ้นถามว่า ทำไม
อาตมาจึงสอนในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับพุทธศาสนา
เพราะพระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่องความทุกข์
แต่ตลอดเวลาที่อาตมาพูดอยู่นั้นได้ยินแต่
เรื่องของความสุข?
บังเอิญอาตมาเหลือบไปเห็นแก้วน้ำ
ที่ตนเองดื่มเข้าไปประมาณครึ่งแก้ว จึงหยิบ
แก้วน้ำนั้นชูขึ้นให้ดู แล้วถามกลับไปว่า เขา
จะเรียกแก้วนี้ว่ามันมีน้ำพร่องไปครึ่งแก้วหรือ
เต็มอยู่ครึ่งแก้วดี? คำตอบก็คือว่า มันเป็น
ไปได้ทั้งสองทาง เช่นเดียวกัน พุทธศาสนา
เป็นศาสนาที่สอนความจริงของความทุกข์
และการออกจากความทุกข์ หรืออีกนัยหนึ่ง
เป็นเรื่องเกี่ยวกับความสุขและการเข้าสู่
ความสุขก็ได้ ถูกทั้งสองอย่าง แต่อาตมา
หยิบประเด็นหลังขึ้นมาพูด เพราะเห็นว่า
เป็นเรื่องที่สื่อความหมายได้ดีเหมาะกับ
ผู้คนในสังคมตะวันตก ที่ทุกคนต่างก็แย่ง
กันแสวงหาความสุขใส่ตัวด้วยกันทั้งนั้น
แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
เมื่อจบรายการ ผู้ฟังอีกหลายคนเข้ามา
ยืนล้อมกัสสปะกับอาตมาที่โต๊ะบรรยาย
ซักถามเรื่องราวต่าง ๆ อยู่อีกนาน เป็นเครื่อง
แสดงความสำเร็จอย่างหนึ่งในการพูดครั้งนี้
กัสสปะยิ้มแย้มอย่างเบิกบาน เขาเชื่อมั่นว่า
การพูดครั้งนี้จะสร้างความสนใจให้คนใน
มหาวิทยาลัยอีกเป็นจำนวนมาก นับเป็น
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของบราซิลที่มี
พระภิกษุมาบรรยายธรรม
มีนาคม ๒๔๓๑
Kalyanamitra.org