พระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 3 หน้า 61
หน้าที่ 61 / 120

สรุปเนื้อหา

ภารกิจ ขบวนเสด็จแบ่งออกเป็นสองขบวน คือขบวนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ ขบวนของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ซึ่งเสด็จฯแทน พระองค์ไปทรงเปิดอนุสาวรีย์วีรชนเขาค้อ เมื่อ เวลาประมาณบ่ายสองโมงแล้ว พระเจ้าอยู่หัว รับสั่งว่า “กลับบ้านดีกว่า กลับไปเติมน้ำ มัน” คือจะเสด็จฯกลับไปเสวยพระกระยา หาร กลับมาถึงพระตำหนัก ปรากฏว่าไม่ได้ เตรียมพระกระยาหารไว้ เพราะผู้จัดเตรียม นึกว่าทั้งสองพระองค์เสด็จฯ ไปด้วยกัน คง เสวยข้างนอก ที่พระตำหนักไม่มีอะไรนอก จากของง่าย ๆ ที่จัดทำไว้สำหรับทหารยาม สําหรับพวกเราด้วยคือข้าวผัดไข่ดาว พระองค์ ก็เสวยข้าวผัดไข่ดาวเหมือนทุกคน ซึ่งอันนี้ก็ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าไม่ทรงถือ พระองค์ ไม่ต้องมีพิธีรีตอง ผมเองมีโอกาสร่วมโต๊ะเสวยหลายครั้ง ก็ไม่เห็นเลยที่พระองค์จะทรงเรียกหาเครื่องปรุ

หัวข้อประเด็น

- พระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ภารกิจ ขบวนเสด็จแบ่งออกเป็นสองขบวน คือขบวนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ ขบวนของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ซึ่งเสด็จฯแทน พระองค์ไปทรงเปิดอนุสาวรีย์วีรชนเขาค้อ เมื่อ เวลาประมาณบ่ายสองโมงแล้ว พระเจ้าอยู่หัว รับสั่งว่า “กลับบ้านดีกว่า กลับไปเติมน้ำ มัน” คือจะเสด็จฯกลับไปเสวยพระกระยา หาร กลับมาถึงพระตำหนัก ปรากฏว่าไม่ได้ เตรียมพระกระยาหารไว้ เพราะผู้จัดเตรียม นึกว่าทั้งสองพระองค์เสด็จฯ ไปด้วยกัน คง เสวยข้างนอก ที่พระตำหนักไม่มีอะไรนอก จากของง่าย ๆ ที่จัดทำไว้สำหรับทหารยาม สําหรับพวกเราด้วยคือข้าวผัดไข่ดาว พระองค์ ก็เสวยข้าวผัดไข่ดาวเหมือนทุกคน ซึ่งอันนี้ก็ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าไม่ทรงถือ พระองค์ ไม่ต้องมีพิธีรีตอง ผมเองมีโอกาสร่วมโต๊ะเสวยหลายครั้ง ก็ไม่เห็นเลยที่พระองค์จะทรงเรียกหาเครื่องปรุง โน่นปรุงนี้ แทบจะไม่ทอดพระเนตรดูด้วยซ้ำ ว่า สิ่งที่พระองค์เสวยอยู่นั้นคืออะไร พวกเรา เสียอีกที่ต้องมองโน้นมองนี้ ยังเติมโน่นเต็มนี่ ทรงทำตัวธรรมดาเหมือนพระ เหมือนพระ จริง ๆ คือมีความสมถะไม่ติดในเรื่องรสชาติ อะไรทั้งสิ้น มีหลายคนที่ทราบเรื่องนี้ดี เขา เคยเล่าให้ฟังว่าพระองค์จะไม่ทรงเรียกร้อง หรือรับสั่งว่าจะเสวยอะไรเป็นพิเศษ จัดอะไรก็ เสวยอย่างนั้น ในระหว่างเสวยพระกระยาหาร ถ้ามีเจ้าพนักงานหรือพวกเราที่ตามเสด็จรับใช้ ในเรื่องงานพัฒนา ก็ทรงสนทนาด้วยในเรื่อง งาน รับสั่งเรื่องงาน ทรงถามถึงคนนั้นคนนี้ พระองค์เสวยไปชนิดที่ไม่เคยทรงถามหรือ สนทนาถึงเรื่องอาหารอะไรอร่อย อะไรไม่ อร่อย ไม่เคยเลยแม้ครั้งเดียว เรียกว่าทรง ไม่สนพระทัยเลย นี่ก็เป็นลักษณะหนึ่งของ ท่านที่เหมือนพระ เป็นบุคคลที่ได้มีปรัชญาใน การใช้ชีวิตเต็มสมบูรณ์แล้ว เรียบง่าย พระองค์เสวยธรรมดา เมื่อเสด็จฯ ไปทรงงานข้างนอกตกเย็นก็อาจจะมีของว่าง เสวย บางครั้งก็ทรงเป็นเหมือนประชาชน มีนาคม ๒๕๓๑ ธรรมดามาก บางทีก็ทรงพระราชดำเนิน ไปมา ทรงหยิบข้าวเหนียวปั้นเสวยกับไส้ กรอกเหมือนชาวบ้าน เสวยไอศกรีมใส่ถ้วย กระดาษ ไม่มีพิธีรีตองอะไร อันนี้พวกเราคน ไทยปลื้มกันมาก ๆ เลย ก็มีท่านพระองค์ เดียวเป็นที่หล่อหลอมรวมน้ำใจของงานทุก อย่าง ผมไม่ทราบว่าประเทศชาติจะไปยังไง ถ้าพระองค์ไม่อยู่เป็นหลักยึดเหนี่ยว พระราช จริยวัตรของพระองค์ท่านสมกับที่พวกเราเทิด ทูนบูชา..." ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอัน ยิ่งใหญ่คงตรึงตราอยู่ในหัวใจประชาชนชาว ไทยตลอดไป เป็นความสำนึกด้วยความภูมิใจ ยิ่ง ที่ได้องค์พระประมุข ผู้ทรงเป็นยิ่งกว่า กษัตริย์ ทรงเป็นพ่อของลูกคือพสกนิกร และ ทรงเป็นพระผู้ประเสริฐของประชาชาวไทยทุก เชื้อชาติศาสนาในขณะเดียวกัน คุณมนูญ มุกข์ประดิษฐ์ ได้กล่าวถึงการทรงงานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงงาน หนักมาก ขณะเดียวกับทรงมีความเชี่ยวชาญ ยากที่จักหาผู้ใดเสมอเหมือน ทุกเวลานาที แห่งพระชนม์ชีพทรงอุทิศแล้วเพื่ออาณาประ ชาราษฎร์” คุณมนูญ กล่าวว่า เคยเขียน เรื่องราวของพระองค์ท่านลงหนังสือพิมพ์ ระหว่างเขียน น้ำตาก็ไหลไปด้วย เกิดความประ ทับใจ เกิดความสะเทือนใจด้วย ซึ่งท่านได้ พูดถึงความรู้สึกว่า "เกิดจากความรู้สึกจริง ๆ ผมนึก สงสารพระองค์ท่าน ทรงงานหนักดึกดื่น ทรง ศึกษาภูมิประเทศพื้นที่ต่าง ๆ ที่จะพัฒนา ทรงดูละเอียดมาก ทรงทราบดีทุกกระเบียดนิ้ว เลยว่าตรงไหนเป็นอย่างไร เวลาเสด็จฯไม่มี ใครทราบล่วงหน้าว่าจะเสด็จฯไปที่ไหน พวก เราที่ตามเสด็จจะต้องทำตัวให้พร้อมไว้ ทุกวัน เมื่อเวลาเสด็จออกไปเป็นขบวน ทรง ขับรถยนต์พระที่นั่งด้วยพระองค์เอง บางครั้งก็ ไปไกลบ้าง บางทีก็ใกล้ พอไปถึงที่หมาย พระองค์จะรับสั่งมาในวิทยุว่า “ตรงไปอีก หนึ่งกิโลเมตรจะมีทางเลี้ยวซ้าย” หรือ “เลี้ยว Kalyanamitra.org ซ้ายไปประมาณ ๕๐๐ เมตร ก็เลี้ยวขวา” ก็ เป็นที่น่าแปลกประหลาดใจว่า ที่เหล่านั้น ไม่เคยเสด็จฯมาก่อน แต่ทรงทราบอย่างดี แสดงให้เห็นเลยว่าทรงได้ทำการบ้าน มีการเตรียมงานปูทางอย่างละเอียด ทรง กำหนดเส้นทางได้แม่นมาก น้อยครั้งนะ ครับที่พลาด เช่นบอกว่ามีทางไป พอไปถึง แล้วไม่มี ก็เนื่องจากเคยเป็นทางอยู่แล้ว แต่บัด นี้ได้กลายเป็นทางเกวียนไปแล้ว แต่บางทีก็ฝ่า เข้าไปเหมือนกัน แม่นมาก ไม่พลาด เมื่อเข้าไปถึงพื้นที่ที่เป็นชัยภูมิ เหมาะที่ จะสร้างเป็นอ่างเก็บน้ำ หรือสร้างเขื่อน ทุกคน นี่มึนงงไปหมดเลย....โอ้โฮ...เหมาะสมจริง ๆ ทำไมสถานที่อย่างนี้ยังไม่มีใครเข้าไปเจาะ เข้าไปศึกษา แต่พระองค์ท่านล่ะ ทรงศึกษา มาจากที่ไหน นี่แหละวิธีทรงงานของพระองค์ ท่าน จากนั้นก็ทรงปรึกษาสนทนากับผู้ที่ตาม เสด็จในเรื่องงานต่าง ๆ... แล้วยังจะมีแผ่นดินไหนอีก ที่องค์พระ มหากษัตริย์ทรงรักห่วงใยราษฎรยิ่งกว่าห่วง พระวรกาย ห่วงประโยชน์สุขส่วนพระองค์ ยังมีพระมหากษัตริย์พระองค์ไหนในโลกอีก ไหม ที่ค่ำคืนดึกดื่นแล้วยังเสด็จพระราช ดำเนินทรงงานอยู่กลางป่าทึบ เต็มไปด้วยภัย อันตรายรอบด้าน บางครั้งเมื่อเสด็จกลับถึง พระตำหนักก็ยังทรงงานต่อ มิได้ทรงพักผ่อน บรรทมหลับจนใกล้เวลารุ่งสาง ที่ทรงทำไป เพื่อใครหนอ... เพื่อพระองค์เองหรือ หา มิได้เลย....เพื่อประโยชน์สุขของมหาชน ต่างหาก คงเป็นคำตอบที่กระจ่างชัดอยู่ใน ในทุกดวง เป็นการให้ความรักที่ยิ่งใหญ่ จริง ๆ เพราะเป็นการให้จากดวงพระราช หฤทัยทั้งหมดในชีวิตของพระองค์ ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายชีวิตแด่... “พระผู้เป็นพระเจ้าอยู่หัวของประชาชน...”
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More