เจโตวิมุตติและการสอนของพระอนุรุทธเถระ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2531 ฉบับที่ 3 หน้า 85
หน้าที่ 85 / 120

สรุปเนื้อหา

มีนาคม ๒๕๓๑ - ครั้งหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ที่พระ เขตบ้าง ครอบประเทศ ๑ บ้าง ๒-๓ ประเทศบ้าง เชตวนารามเมืองสาวัตถี และมีพระภิกษุทั้งหลายตาม เสด็จมาพักอยู่ด้วย ครั้งนั้น มีคฤหบดีผู้เป็นหัวหน้าช่างไม้คนหนึ่ง ชื่อว่า “ปัญจังคะ” ใช้ให้คนไปนิมนต์พระอนุรุทธเถระ กับพระภิกษุอีก ๓ รูป รวมเป็น ๔ รูปด้วยกัน (นิยมว่า เป็นมงคลมิใช่กลัวกันอย่างปัจจุบันนี้) เข้าไปฉันที่บ้าน ของตน เวลาพระฉันเสร็จแล้ว ปัญจังคะกราบเรียนถาม ว่า “ท่านขอรับ พระภิกษุทั้งหลายผู้เป็นพระเถระมา หาข้าพเจ้าแล้วกล่าวว่า “คฤหบดีท่านจงอบรม “เจโตวิ มุตติ” อันไม่มีประมาณเถิด” บางหมู่ก็บอกว่า จงอบรมเจโตวิมุตติอันมีอารมณ์ ใหญ่เถิด ดังนี้ ข้าพเจ้าถามว่า เจโตวิมุตติ อันไม่มีประมาณ และอันมีอารมณ์ใหญ่ทั้ง ๒ นี้ มีอรรถและพยัญชนะต่าง กันหรื

หัวข้อประเด็น

- เจโตวิมุตติและการสอนของพระอนุรุทธเถระ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มีนาคม ๒๕๓๑ - ครั้งหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ที่พระ เขตบ้าง ครอบประเทศ ๑ บ้าง ๒-๓ ประเทศบ้าง เชตวนารามเมืองสาวัตถี และมีพระภิกษุทั้งหลายตาม เสด็จมาพักอยู่ด้วย ครั้งนั้น มีคฤหบดีผู้เป็นหัวหน้าช่างไม้คนหนึ่ง ชื่อว่า “ปัญจังคะ” ใช้ให้คนไปนิมนต์พระอนุรุทธเถระ กับพระภิกษุอีก ๓ รูป รวมเป็น ๔ รูปด้วยกัน (นิยมว่า เป็นมงคลมิใช่กลัวกันอย่างปัจจุบันนี้) เข้าไปฉันที่บ้าน ของตน เวลาพระฉันเสร็จแล้ว ปัญจังคะกราบเรียนถาม ว่า “ท่านขอรับ พระภิกษุทั้งหลายผู้เป็นพระเถระมา หาข้าพเจ้าแล้วกล่าวว่า “คฤหบดีท่านจงอบรม “เจโตวิ มุตติ” อันไม่มีประมาณเถิด” บางหมู่ก็บอกว่า จงอบรมเจโตวิมุตติอันมีอารมณ์ ใหญ่เถิด ดังนี้ ข้าพเจ้าถามว่า เจโตวิมุตติ อันไม่มีประมาณ และอันมีอารมณ์ใหญ่ทั้ง ๒ นี้ มีอรรถและพยัญชนะต่าง กันหรือ หรือว่ามีอรรถอย่างเดียวกัน แต่มีพยัญชนะ ต่างกัน” “ดูก่อนคฤหบดี ถ้าอย่างนั้นท่านจงแสดงเอง เถิด ความไม่ผิดพลาดจักปรากฏแก่ท่านเอง” พระอนุรุทธ เถระกล่าวแนะนำ “ข้าแต่ท่านพระอนุรุทธะ ข้าพเจ้าเห็นว่า เจ โตวิมุตติ อันไม่มีประมาณและมีอารมณ์ใหญ่ มีอรรถ (ความหมาย) อย่างเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะ (ตัว หนังสือ)เท่านั้น” “คฤหบดี เจโตวิมุตติทั้ง ๒ ประเภทนี้ ต่างกันทั้ง อรรถทั้งพยัญชนะ “เจโตวิมุตติ” อันไม่มีประมาณ นั้น ได้แก่ ภิกษุแผ่เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา (พรหมวิหาร ๔) ไปตลอดโลก แล้วอยู่ด้วยใจอัน ประกอบด้วยพรหมวิหารธรรมทั้ง ๔ เป็นใจ ไพบูลย์เป็นใจใหญ่ เป็นใจไม่มีประมาณ เป็นใจ ไม่มีเวร ไม่มีพยาบาท “เจโตวิมุตติ” อันมีอารมณ์ใหญ่นั้น ได้แก่ ภิกษุแผ่นิมิตกสิณ ไปครอบโคนต้นไม้ ๑ ต้นบ้าง ๒ ต้น ๓ ต้นบ้าง ครอบเขต ๑ บ้าง ๒ เขต ๓ ครอบแผ่นดินมีมหาสมุทรเป็นที่สุดบ้าง แล้วนึกว่า เป็นของใหญ่ ๆ ดังนี้ โดยปริยายนี้ ธรรมะทั้ง ๒ นี้ มีนัยต่างกัน ทั้ง อรรถและพยัญชนะ” ปัญจังคคฤหบดี ฟังคำอธิบายจากพระอนุรุทธเถระ แล้วก็หมดความสงสัยและเกิดความเข้าใจในเรื่องของเจ โตวิมุตติ (คือสมาธิ) ที่มีความหมายทั้ง ๒ นัยเป็นอย่างดี พระอนุรุทธเถระท่านดำรงอายุสังขารมาหลัง จากพระบรมศาสดาเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ดังมีเรื่องในมหาปรินิพพานสูตร คัมภีร์ทีฆนิกาย มหา วรรคว่า ในวันที่พระผู้มีพระภาคเจ้าจะเสด็จดับขันธ์เข้า สู่พระนิพพานนั้น มีเรื่องเล่าถึงการทรงเข้าฌานสมาบัติ ว่า ก่อนที่พระพุทธองค์จะปรินิพพาน ทรงเข้าอนุปุพพ วิหารสมาบัติอยู่โดยลำดับฌาน พระอานนทเถระ มองดูไม่เห็นมีลมหายใจของพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงถาม พระอนุรุทธเถระว่า “พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว หรือขอรับ” “อานนท์ พระผู้มีพระภาคเจ้ายังไม่เสด็จดับขันธ ปรินิพพาน" ได้” มีคำถามว่า “เพราะเหตุไร พระอนุรุทธเถระจึงรู้ แก้ว่า “เพราะอนุรุทธเถระได้เข้าสมาบัตินั้น ๆ ไปพร้อมกับพระบรมศาสดาจนกระทั่งถึงออกจาก เนวสัญญานาสัญญายตนะ จึงรู้ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า เวลานี้เข้านิโรธสมาบัติ อันการตายย่อมไม่มีในภายใน นิโรธสมาบัติ” ครั้นเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงออกจากฌาน แล้วข้ามลงสู่ภวังคปรินิพพานในภวังค์นั้นแล้ว เกิด แผ่นดินไหว น่าสะพรึงกลัว พระภิกษุทั้งหลายผู้เป็นปุถุชน ยังไม่ปราศจาก Kalyanamitra.org ๘๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More