ข้อความต้นฉบับในหน้า
มีนาคม ๒๕๓๑
- ครั้งหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ที่พระ เขตบ้าง ครอบประเทศ ๑ บ้าง ๒-๓ ประเทศบ้าง
เชตวนารามเมืองสาวัตถี และมีพระภิกษุทั้งหลายตาม
เสด็จมาพักอยู่ด้วย
ครั้งนั้น มีคฤหบดีผู้เป็นหัวหน้าช่างไม้คนหนึ่ง
ชื่อว่า “ปัญจังคะ” ใช้ให้คนไปนิมนต์พระอนุรุทธเถระ
กับพระภิกษุอีก ๓ รูป รวมเป็น ๔ รูปด้วยกัน (นิยมว่า
เป็นมงคลมิใช่กลัวกันอย่างปัจจุบันนี้) เข้าไปฉันที่บ้าน
ของตน เวลาพระฉันเสร็จแล้ว ปัญจังคะกราบเรียนถาม
ว่า
“ท่านขอรับ พระภิกษุทั้งหลายผู้เป็นพระเถระมา
หาข้าพเจ้าแล้วกล่าวว่า “คฤหบดีท่านจงอบรม “เจโตวิ
มุตติ” อันไม่มีประมาณเถิด”
บางหมู่ก็บอกว่า จงอบรมเจโตวิมุตติอันมีอารมณ์
ใหญ่เถิด ดังนี้
ข้าพเจ้าถามว่า เจโตวิมุตติ อันไม่มีประมาณ
และอันมีอารมณ์ใหญ่ทั้ง ๒ นี้ มีอรรถและพยัญชนะต่าง
กันหรือ หรือว่ามีอรรถอย่างเดียวกัน แต่มีพยัญชนะ
ต่างกัน”
“ดูก่อนคฤหบดี ถ้าอย่างนั้นท่านจงแสดงเอง
เถิด ความไม่ผิดพลาดจักปรากฏแก่ท่านเอง” พระอนุรุทธ
เถระกล่าวแนะนำ
“ข้าแต่ท่านพระอนุรุทธะ ข้าพเจ้าเห็นว่า เจ
โตวิมุตติ อันไม่มีประมาณและมีอารมณ์ใหญ่ มีอรรถ
(ความหมาย) อย่างเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะ (ตัว
หนังสือ)เท่านั้น”
“คฤหบดี เจโตวิมุตติทั้ง ๒ ประเภทนี้ ต่างกันทั้ง
อรรถทั้งพยัญชนะ “เจโตวิมุตติ” อันไม่มีประมาณ
นั้น ได้แก่ ภิกษุแผ่เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
(พรหมวิหาร ๔) ไปตลอดโลก แล้วอยู่ด้วยใจอัน
ประกอบด้วยพรหมวิหารธรรมทั้ง
๔ เป็นใจ
ไพบูลย์เป็นใจใหญ่ เป็นใจไม่มีประมาณ เป็นใจ
ไม่มีเวร ไม่มีพยาบาท
“เจโตวิมุตติ” อันมีอารมณ์ใหญ่นั้น ได้แก่
ภิกษุแผ่นิมิตกสิณ ไปครอบโคนต้นไม้ ๑ ต้นบ้าง
๒ ต้น ๓ ต้นบ้าง ครอบเขต ๑ บ้าง ๒ เขต ๓
ครอบแผ่นดินมีมหาสมุทรเป็นที่สุดบ้าง แล้วนึกว่า
เป็นของใหญ่ ๆ ดังนี้
โดยปริยายนี้ ธรรมะทั้ง ๒ นี้ มีนัยต่างกัน ทั้ง
อรรถและพยัญชนะ”
ปัญจังคคฤหบดี ฟังคำอธิบายจากพระอนุรุทธเถระ
แล้วก็หมดความสงสัยและเกิดความเข้าใจในเรื่องของเจ
โตวิมุตติ (คือสมาธิ) ที่มีความหมายทั้ง ๒ นัยเป็นอย่างดี
พระอนุรุทธเถระท่านดำรงอายุสังขารมาหลัง
จากพระบรมศาสดาเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว
ดังมีเรื่องในมหาปรินิพพานสูตร คัมภีร์ทีฆนิกาย มหา
วรรคว่า
ในวันที่พระผู้มีพระภาคเจ้าจะเสด็จดับขันธ์เข้า
สู่พระนิพพานนั้น มีเรื่องเล่าถึงการทรงเข้าฌานสมาบัติ
ว่า ก่อนที่พระพุทธองค์จะปรินิพพาน ทรงเข้าอนุปุพพ
วิหารสมาบัติอยู่โดยลำดับฌาน พระอานนทเถระ
มองดูไม่เห็นมีลมหายใจของพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงถาม
พระอนุรุทธเถระว่า
“พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
หรือขอรับ”
“อานนท์ พระผู้มีพระภาคเจ้ายังไม่เสด็จดับขันธ
ปรินิพพาน"
ได้”
มีคำถามว่า “เพราะเหตุไร พระอนุรุทธเถระจึงรู้
แก้ว่า “เพราะอนุรุทธเถระได้เข้าสมาบัตินั้น ๆ
ไปพร้อมกับพระบรมศาสดาจนกระทั่งถึงออกจาก
เนวสัญญานาสัญญายตนะ จึงรู้ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า
เวลานี้เข้านิโรธสมาบัติ อันการตายย่อมไม่มีในภายใน
นิโรธสมาบัติ”
ครั้นเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงออกจากฌาน
แล้วข้ามลงสู่ภวังคปรินิพพานในภวังค์นั้นแล้ว เกิด
แผ่นดินไหว น่าสะพรึงกลัว
พระภิกษุทั้งหลายผู้เป็นปุถุชน ยังไม่ปราศจาก
Kalyanamitra.org
๘๓