ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๐๐
วันพรุ่งนี้ขอเชิญท่านมาพบอาตมาอีก อาตมาจะบอก
ความตกลงใจให้"
“ข้าพเจ้าไม่รีบร้อนแต่อย่างใด เพราะข้าเจ้าได้คอย
โอกาสนี้มาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว การที่จะคอย
ไปอีกวันสองวัน ย่อมไม่ลำบากเลย แต่วันพรุ่งนี้ข้าเจ้า
จะไปเยี่ยมเพื่อนฤาษีอีกองค์หนึ่งที่ดอยเชียงดาว และจะ
กลับในวันรุ่งขึ้น ข้าเจ้าจะมาพบกับท่านอีกในวันมะรืนนี้
ขณะที่พระฤาษีกำลังจะกราบลาไปนั้นเอง อาตมา
ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าทรัพย์สมบัติของพระฤาษีไม่
มากมายนักก็จะตกลงรับเสียเลย จึงถามแกว่า
“ถ้าไม่ขัดข้องอาตมาใคร่จะทราบว่า ทรัพย์สมบัติ
ของท่านมีอะไรบ้างและอยู่แห่งหนตำบลใด?”
“สมบัติของข้าเจ้าส่วนใหญ่ประกอบด้วย
เครื่องเพชรนิลจินดา ที่พระมหากษัตริย์แห่งอาณา
จักรลานนาไทย อาณาจักรพะเยา และอาณาจักร
สุโขทัยในอดีตนำมาสักการบูชา เครื่องเพชรเหล่านี้
มีประมาณ ๕ ไหขนาดกลาง นอกจากนี้ก็มีเทวรูปทองคำ
ขนาดกลาง ๓ องค์ หนังสือตำรายาพร้อมด้วยตัวยาที่ข้า
เจ้าเก็บรวบรวมไว้อีกหลายห่อ มีต้นไม้เงินต้นไม้ทองคำ
อีกประมาณ ๑๐ ต้น ซึ่งกษัตริย์แต่โบราณนำมาบูชา
องค์พระธาตุ แต่ข้าเจ้าเห็นว่าจะไม่ปลอดภัย จึงนำไป
เก็บรวบรวมกันไว้ในที่แห่งเดียวกัน
ข้าเจ้าเก็บสมบัติเหล่านี้ไว้ในถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่
ทรัพย์สมบัติไว้ในห้องนั้น”
อาตมากล่าวขอบคุณสุเทวฤาษี ที่กรุณาบอก
จำนวนทรัพย์ และที่ซ่อนให้อย่างละเอียดลออ แล้ว
ฤาษีชราก็อำลาจากไป
วันรุ่งขึ้น เมื่อฉันภัตตาหารเสร็จเรียบร้อย
แล้ว อาตมาก็ถือเวลาไปสำรวจดูปากทางเข้าขุมมหา
ข้าง ๆ เขา ห่างจากองค์พระธาตุลงไปทางทิศ....ไม่ไกลนัก สมบัติ ตามคำบอกเล่าของฤาษี เดินลงจากองค์พระธาตุ
ตรงปากถ้ำมีก้อนหินขนาดใหญ่สูงเท่าระดับศีรษะคน ไปไม่นาน ก็มาถึงหน้าผาสูงชันพอสมควรแห่งหนึ่ง
ปิดไว้ ก้อนหินดังกล่าวตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างต้น...... ที่ตีนหน้าผาเป็นลานดินราบกว้างขวางมีต้นไม้ขึ้นร่มเย็น
ขนาดใหญ่เท่ากับกอไผ่กอหนึ่ง ก้อนหินนั้นแม้จะดูใหญ่โต ติด ๆ กับหน้าผามีก้อนหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ระหว่าง
แต่ถ้าขึ้นไปยืนบนลานหินข้างบน แล้วใช้ท่อนไม้ขนาด ต้นไม้ใหญ่กับกอไผ่จริงดังคำบอกเล่าของฤาษี สำรวจ
ใหญ่งัด มันจะล้มลงเปิดให้เห็นทางเข้าถ้ำอย่างชัดเจน ดูบริเวณทั่วไปเห็นว่าถูกต้องตามคำบอกเล่าแล้วก็กลับ
เมื่อก้อนหินเปิดออกแล้ว ท่านจะเห็นปากถ้ำเป็นหลืบหิน กุฏิน้อย พอถึงกุฏิก็เริ่มคิดว่า จะจัดการอย่างไรกับ
ขนาดเล็กพอที่จะคลานเข้าไปได้ ถ้าท่านคลานเข้าไป ทรัพย์สมบัติของฤาษี บางขณะ ความโลภที่ยังฝังจมอยู่
เป็นระยะทางประมาณ ๓ วา ท่านจะพบว่ามีทาง ในส่วนลึกแห่งหัวใจก็ฟังขึ้นมา ทำให้เกิดความอยากได้
สองแพร่งอยู่ข้างหน้า ขอให้ท่านคลานต่อไปตามทางด้าน ทรัพย์เหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว แต่เมื่อได้สติ
ขวามือ อย่าไปทางด้านซ้ายมือเป็นอันขาด เพราะเป็น สัมปชัญญะกลับคืนมา อาตมาก็อยากกำจัดโลภจิตเสีย
ทางอันสลับซับซ้อนลึกเข้าไปมาก อาจทำให้หลงทางออก โดยพิจารณาให้เห็นความจริงที่ว่า จุดมุ่งสูงสุดของ
ได้ ถ้าท่านไปตามทางด้านขวามือ ท่านจะพบว่าทาง มนุษย์ทุกคนก็คือ ความสุขสงบใจ มนุษย์ย่อม
เดินค่อย ๆ กว้างและสูงขึ้นจนสามารถจะเดินได้อย่าง ไม่สามารถจะมีความสุขสงบใจได้ เพราะตัณหา
สบาย เมื่อท่านเดินตามทางนั้นต่อไปประมาณ ๕-๖ วา คือความอยากเข้าครองจิต ทำให้จิตกระเสือกกระสน
ท่านจะพบห้องโถงกว้างใหญ่พอสมควร ข้าเจ้าเก็บ ดิ้นรนอยากได้มาไม่รู้จักสิ้นสุด มนุษย์เห็นว่าทาง
Kalyanamitra.org
มีนาคม ๒๕๓๑