ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระพุทธเจ้าเคยตรัส
ไว้ ใ น ค ม ภีร์
ก า ล า ม สู ต ร ว่า
ก็บอกว่าของตัวเองนั้นดีที่สุด ประเสริฐที่สุด ถ้าจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาใน
นิกายอื่น จึงควรมองข้อดีของคนอื่นแล้วก็นำมาใส่ของตัวเอง ถ้าทำอย่างนี้แล้ว สังคม
ศาสนาทั่วโลกก็จะเป็นไปด้วยความสุข ไม่ใช่สังคมที่คอยมาจับผิดกันเอง อิจฉากันเอง ใส่ร้ายกัน
เอง มิฉะนั้นหลักวิชชาต่าง ๆ ก็จะเศร้าหมอง ศาสนาของเราก็จะเป็นศาสนาซึ่งเต็มไปด้วยความ
อึดอัด หาใช่เป็นศาสนาที่เจริญเพื่อการปล่อยวางการพ้นจากความทุกข์ไม่
วิชชาธรรมกายนั้น
เป็นเรื่องหนึ่งที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษชาวไทยนับเป็นเวลา
หลายร้อยปี อาจจะถึงเป็นพันปีก็ว่าได้ แต่กลายมาเป็นของใหม่ของคนยุคนี้ไป โดยผู้ที่
ยึดติดกับตำรามากเกินไป โดยลืมนึกว่าการเขียนตำราต่าง ๆ นั้นก็มีที่มา
นั้นก็มีที่มาของการเปลี่ยน
แปลงตำราต่าง ๆ เกิดขึ้น
“มาปิฏกสปทาเนนฯ คือไม่เชื่อเพราะยึดติดกับคัมภีร์ทางศาสนา ก็จะถือว่าตัวเองถูก”
กว่าจะเป็นคัมภีร์ได้ก็หมายความว่าต้องมีขบวนการต่าง ๆ มากมาย มีการรวบรวมการเรียบ
เรียง ซึ่งอาจจะหมายถึงการตัดทอนและเสริมแต่งในขณะเดียวกันก็ได้ และอาจจะคัดลอกกันมา
ผิด ๆ ติดต่อกันมาเรื่อยจนถึงปัจจุบัน เราต้องไม่ลืมว่าพุทธศาสนานั้นต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบต่อ
ไปเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา การที่จะสรุปว่าของเก่าเป็นอย่างไรนั้นต้องเข้าใจจริง ๆ ก่อนว่า
ประวัติการทำการพิจารณาคัมภีร์ศาสนาแต่ละครั้งแต่ละหนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
บ้าง หลักศิลาจารึก และหนังสือพระสมถวิปัสสนาที่ได้รวบรวมคัมภีร์โบราณแล้วพิมพ์ใหม่
เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙ นี้ ก็เป็นตัวอย่างอันดี และเป็นหลักฐานที่ยืนยันเกี่ยวกับการปฏิบัติแบบ
วิชชาธรรมกายในอดีตของแผ่นดินไทยของเรา และเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า เป็นสิ่งซึ่งอยู่คู่กับชาติ
ไทยมานานนับพันปี
อาตมาก็ขอจบการบรรยายนี้แต่เพียงเท่านี้ และขอให้ทุกท่านจงประสบความสุขความเจริญในการ
ศึกษาธรรมะทั้งภาคปริยัติ และภาคปฏิบัติในพระพุทธศาสนายิ่ง ๆ ขึ้นไป
๑๑. ท่านพระครูสีลวรคุณ วัดมณีชลขันธ์ จ.ลพบุรี ได้ต้นฉบับจากวัดประดู่โรงธรรม กรุงศรีอยุธยา (กรุงเก่า)
ซึ่งเป็นแบบของอาจารย์ทิศาปาโมกข์ แล้วมอบให้ผู้รวบรวม (พระมหาใจ โชติปญโญ) เมื่อ ๑๗ พ.ย. ๒๔๗๘
๑๒. ในที่นี้ยังคงลักษณะการเขียนของเดิมไว้ จะสังเกตเห็นคำว่า นิมิตต์ จิตต์ เป็นต้น
กัลยา ณ มิตร ๓๓
Kalyanamitra.org