นวโกวาทและการบวชเรียน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 7 หน้า 44
หน้าที่ 44 / 128

สรุปเนื้อหา

วโรรส ได้ทรงเรียบเรียงหนังสือ “นวโกวาท” อันเป็น หนังสือ “โอวาทสำหรับผู้บวชใหม่” ขึ้นนั้น นับว่ามี ประโยชน์อย่างใหญ่หลวงสำหรับผู้ที่มีโอกาสเข้ามาบวช เพียง ๓ เดือนเท่านั้น ทั้งนี้เพราะในหนังสือเล่มนี้พอจะ แบ่งสาระออกได้เป็น ๓ ตอนด้วยกันคือ ตอนแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิกขาบทหรือศีล ๒๒๗ ข้อ ที่พระผู้บวชใหม่จำเป็นจะต้องรู้ เพียงเดือน เดียวก็พอจะรู้เจนจบในศีลที่ตนจะต้องประพฤติปฏิบัติ แล้ว ตอนที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ “ธรรมะ” ทั่ว ๆ ไปที่ ชาวพุทธทุกคนควรเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นคฤหัสถ์หรือ บรรพชิตก็ตาม เช่น สอนให้มี “หิริ-โอตตัปปะ” คือความ ละอายต่อบาป และความเกรงกลัวต่อบาป ซึ่งเป็น ธรรมะที่ช่วยคุ้มครองโลก “พรหมวิหาร ๔” อันเป็น ธรรมะที่ผู้ใหญ่ทุกคนควรจะมีเป็นต้น ตอนที่ ๓ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ “ธรรมะสำหรับผ

หัวข้อประเด็น

- นวโกวาทและการบวชเรียน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

วโรรส ได้ทรงเรียบเรียงหนังสือ “นวโกวาท” อันเป็น หนังสือ “โอวาทสำหรับผู้บวชใหม่” ขึ้นนั้น นับว่ามี ประโยชน์อย่างใหญ่หลวงสำหรับผู้ที่มีโอกาสเข้ามาบวช เพียง ๓ เดือนเท่านั้น ทั้งนี้เพราะในหนังสือเล่มนี้พอจะ แบ่งสาระออกได้เป็น ๓ ตอนด้วยกันคือ ตอนแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิกขาบทหรือศีล ๒๒๗ ข้อ ที่พระผู้บวชใหม่จำเป็นจะต้องรู้ เพียงเดือน เดียวก็พอจะรู้เจนจบในศีลที่ตนจะต้องประพฤติปฏิบัติ แล้ว ตอนที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ “ธรรมะ” ทั่ว ๆ ไปที่ ชาวพุทธทุกคนควรเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นคฤหัสถ์หรือ บรรพชิตก็ตาม เช่น สอนให้มี “หิริ-โอตตัปปะ” คือความ ละอายต่อบาป และความเกรงกลัวต่อบาป ซึ่งเป็น ธรรมะที่ช่วยคุ้มครองโลก “พรหมวิหาร ๔” อันเป็น ธรรมะที่ผู้ใหญ่ทุกคนควรจะมีเป็นต้น ตอนที่ ๓ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ “ธรรมะสำหรับผู้ที่ จะออกไปเป็นผู้ครองเรือน” โดยเฉพาะ เช่น สอน เรื่อง “ทิศ 5” ให้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และรู้จักบำเพ็ญ หน้าที่ของตนในแต่ละหน้าที่ให้สมบูรณ์ เช่น จะเป็นสามี เขาควรจะปฏิบัติอย่างไร เป็นพ่อเขาจะปฏิบัติอย่างไร ฯลฯ สอนหลักธรรมสำหรับสร้างตัวสร้างฐานะ สอน เรื่อง “อบายมุข” คือทางที่จะนำไปสู่ความเสื่อมเสียที่ควร จะหลีกเลี่ยง และอื่น ๆ อีกพอสมควร แต่ละตอนนี้ ๆ ใช้เวลาเรียนจริง ๆ เพียงตอนละ เดือนก็พอจะได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่ดีได้พอสมควร เพราะอย่างน้อยก็รู้หลักธรรมในศาสนาที่ตนนับถือ บ้าง แต่ถ้าจะให้ดีจริง ๆ จะต้องน้อมนำธรรมะเหล่านั้น ไปประพฤติปฏิบัติด้วย การที่กุลบุตรของเราซึ่งมีฐานะทางการศึกษา อาชีพ และสังคมแตกต่างกัน ได้ไปบวชเรียนอยู่ในสำนัก เดียวกัน ได้มีโอกาสสนทนาวิสาสะคุ้นเคยกัน ก็จะทำให้ มีความเข้าใจในกันและกันดีขึ้น มีความเห็นอกเห็นใจกัน และในที่สุดก็จะกลายเป็นเพื่อนฝูง เป็นมิตรสหายที่ มีความรักใคร่กลมเกลียวกัน เมื่อลาสิกขาออกมาเป็น คฤหัสถ์อย่างน้อยก็จะมีคุณธรรมคอยเหนี่ยวรั้งใจไว้ บ้าง อะไรที่ไม่ดีไม่งาม ก็จะได้ละเว้นหรือให้เหลือน้อยลง บ้าง การที่บุตรที่อยู่ในวัยรุ่นได้มาบรรพชาเป็นสาม เณรก็ดี ผู้ที่อายุครบ ๒๐ ปี มาอุปสมบทเป็นภิกษุก็ดี ๔๒ กัลยา ณ ม ต ร นับว่าเป็นนโยบายสร้างคนให้มีคุณภาพจริง ๆ เพราะ เด็กวัยรุ่น มักจะอยาก “ลองของ” หรือ ลองอะไรต่ออะไร เสมอ ส่วนมากก็มักเป็นไปในทางที่ไม่ดีนัก อย่างปัญหา เด็กวัยรุ่นที่เรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันนี้ แต่เมื่อได้ มาบรรพชาอุปสมบทแล้วก็เท่ากับเป็นการหลีกเลี่ยงการ ประพฤติที่ไม่ดีงามเหล่านั้นเพราะมีศีลคุ้มครองอยู่ ถ้าเด็กวัยรุ่นเหล่านี้ได้มีโอกาสเข้าไปบวช เรียนจริง ๆ สัก ๒-๓ พรรษา คงจะทำให้มีจิตใจ เยือกเย็นขึ้นมาก ไม่วู่วาม มีสติเหนี่ยวรั้งตน รู้จัก ผิดชอบชั่วดีมากขึ้น และบางทีอาจเกิดศรัทธาเลื่อมใส ในพระศาสนาอย่างแรงกล้า ศึกษาเล่าเรียนอย่าง จริงจัง จนมีความรู้แตกฉานในพระธรรมวินัย และอยู่เป็นหลักชัยของพระศาสนาตลอดไปก็ได้ การที่เด็กวัยรุ่นเข้าไปบวชเรียนมาก ๆ ก็จะเป็นทาง หนึ่งที่จะช่วยลดอาชญากรรมของเด็กวัยรุ่นลงได้ มากทีเดียว ส่วนผู้ที่มีอายุครบ ๒๐ ปี ไปอุปสมบทเป็น ภิกษุนั้น ก็เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจไว้ที่จะออกไปรับ ใช้ชาติบ้านเมืองด้วยการเป็นทหาร หรือมิฉะนั้นก็ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More