ข้อความต้นฉบับในหน้า
วโรรส ได้ทรงเรียบเรียงหนังสือ “นวโกวาท” อันเป็น
หนังสือ “โอวาทสำหรับผู้บวชใหม่” ขึ้นนั้น นับว่ามี
ประโยชน์อย่างใหญ่หลวงสำหรับผู้ที่มีโอกาสเข้ามาบวช
เพียง ๓ เดือนเท่านั้น ทั้งนี้เพราะในหนังสือเล่มนี้พอจะ
แบ่งสาระออกได้เป็น ๓ ตอนด้วยกันคือ
ตอนแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิกขาบทหรือศีล
๒๒๗ ข้อ ที่พระผู้บวชใหม่จำเป็นจะต้องรู้ เพียงเดือน
เดียวก็พอจะรู้เจนจบในศีลที่ตนจะต้องประพฤติปฏิบัติ
แล้ว
ตอนที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ “ธรรมะ” ทั่ว ๆ ไปที่
ชาวพุทธทุกคนควรเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นคฤหัสถ์หรือ
บรรพชิตก็ตาม เช่น สอนให้มี “หิริ-โอตตัปปะ” คือความ
ละอายต่อบาป และความเกรงกลัวต่อบาป ซึ่งเป็น
ธรรมะที่ช่วยคุ้มครองโลก “พรหมวิหาร ๔” อันเป็น
ธรรมะที่ผู้ใหญ่ทุกคนควรจะมีเป็นต้น
ตอนที่ ๓ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ “ธรรมะสำหรับผู้ที่
จะออกไปเป็นผู้ครองเรือน” โดยเฉพาะ เช่น สอน
เรื่อง “ทิศ 5” ให้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และรู้จักบำเพ็ญ
หน้าที่ของตนในแต่ละหน้าที่ให้สมบูรณ์ เช่น จะเป็นสามี
เขาควรจะปฏิบัติอย่างไร เป็นพ่อเขาจะปฏิบัติอย่างไร
ฯลฯ สอนหลักธรรมสำหรับสร้างตัวสร้างฐานะ สอน
เรื่อง “อบายมุข” คือทางที่จะนำไปสู่ความเสื่อมเสียที่ควร
จะหลีกเลี่ยง และอื่น ๆ อีกพอสมควร
แต่ละตอนนี้ ๆ ใช้เวลาเรียนจริง ๆ เพียงตอนละ
เดือนก็พอจะได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่ดีได้พอสมควร
เพราะอย่างน้อยก็รู้หลักธรรมในศาสนาที่ตนนับถือ
บ้าง แต่ถ้าจะให้ดีจริง ๆ จะต้องน้อมนำธรรมะเหล่านั้น
ไปประพฤติปฏิบัติด้วย
การที่กุลบุตรของเราซึ่งมีฐานะทางการศึกษา
อาชีพ และสังคมแตกต่างกัน ได้ไปบวชเรียนอยู่ในสำนัก
เดียวกัน ได้มีโอกาสสนทนาวิสาสะคุ้นเคยกัน ก็จะทำให้
มีความเข้าใจในกันและกันดีขึ้น มีความเห็นอกเห็นใจกัน
และในที่สุดก็จะกลายเป็นเพื่อนฝูง เป็นมิตรสหายที่
มีความรักใคร่กลมเกลียวกัน เมื่อลาสิกขาออกมาเป็น
คฤหัสถ์อย่างน้อยก็จะมีคุณธรรมคอยเหนี่ยวรั้งใจไว้
บ้าง อะไรที่ไม่ดีไม่งาม ก็จะได้ละเว้นหรือให้เหลือน้อยลง
บ้าง
การที่บุตรที่อยู่ในวัยรุ่นได้มาบรรพชาเป็นสาม
เณรก็ดี ผู้ที่อายุครบ ๒๐ ปี มาอุปสมบทเป็นภิกษุก็ดี
๔๒ กัลยา ณ ม ต ร
นับว่าเป็นนโยบายสร้างคนให้มีคุณภาพจริง ๆ เพราะ
เด็กวัยรุ่น มักจะอยาก “ลองของ” หรือ ลองอะไรต่ออะไร
เสมอ ส่วนมากก็มักเป็นไปในทางที่ไม่ดีนัก อย่างปัญหา
เด็กวัยรุ่นที่เรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันนี้ แต่เมื่อได้
มาบรรพชาอุปสมบทแล้วก็เท่ากับเป็นการหลีกเลี่ยงการ
ประพฤติที่ไม่ดีงามเหล่านั้นเพราะมีศีลคุ้มครองอยู่
ถ้าเด็กวัยรุ่นเหล่านี้ได้มีโอกาสเข้าไปบวช
เรียนจริง ๆ สัก ๒-๓ พรรษา คงจะทำให้มีจิตใจ
เยือกเย็นขึ้นมาก ไม่วู่วาม มีสติเหนี่ยวรั้งตน รู้จัก
ผิดชอบชั่วดีมากขึ้น และบางทีอาจเกิดศรัทธาเลื่อมใส
ในพระศาสนาอย่างแรงกล้า ศึกษาเล่าเรียนอย่าง
จริงจัง จนมีความรู้แตกฉานในพระธรรมวินัย
และอยู่เป็นหลักชัยของพระศาสนาตลอดไปก็ได้
การที่เด็กวัยรุ่นเข้าไปบวชเรียนมาก ๆ ก็จะเป็นทาง
หนึ่งที่จะช่วยลดอาชญากรรมของเด็กวัยรุ่นลงได้
มากทีเดียว
ส่วนผู้ที่มีอายุครบ ๒๐ ปี ไปอุปสมบทเป็น
ภิกษุนั้น ก็เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจไว้ที่จะออกไปรับ
ใช้ชาติบ้านเมืองด้วยการเป็นทหาร หรือมิฉะนั้นก็
Kalyanamitra.org