ความสัมพันธ์ระหว่างสมองและใจ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 7 หน้า 48
หน้าที่ 48 / 128

สรุปเนื้อหา

สมอบกับใจ คืออันเดียวกันหรือเปล่า โดย ฐานวุฑโฒ ภิกขุ (แพทยศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) พบเเพทย์ าสตราจารย์นายแพทย์ชาวอินเดีย ท่านหนึ่ง ได้ไปหาอาตมาที่วัดและถามว่า “ไม่ใช่” “สมองกับใจคืออันเดียวกันหรือเปล่า?” อาตมาได้เรียนชี้แจงให้เขาทราบว่า สมองก็คือสมอง ใจก็คือใจ สมอง เป็นเพียงส่วนหนึ่งของร่างกาย เป็นเครื่องมือของใจเท่านั้น ใจ เป็นตัว ควบคุมทั้งหมด อย่างเช่น ขณะที่เรามองเห็น ภาพ แสงที่กระทบสิ่งนั้น ๆ เข้าสู่ประสาทตา แล้วสัญญาณจากประสาทตาจะส่งต่อไปที่ สมองผ่านมาถึงใจ เราถึงจะเห็นเป็นภาพ เราจะฟังเสียง จะลิ้มรสสัมผัสอะไรก็ตาม สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นจะผ่านสัญญาณประสาท ไปที่สมอง แล้วลงไปที่ใจของเรา ที่ศูนย์กลาง กายฐานที่ ๗ ที่กลางท้อง นั่นแหละวงจร การรับรู้ว่าจะสมบูรณ์ ฉะนั้นสมองจึงเป็นเพียง

หัวข้อประเด็น

- ความสัมพันธ์ระหว่างสมองและใจ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สมอบกับใจ คืออันเดียวกันหรือเปล่า โดย ฐานวุฑโฒ ภิกขุ (แพทยศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) พบเเพทย์ าสตราจารย์นายแพทย์ชาวอินเดีย ท่านหนึ่ง ได้ไปหาอาตมาที่วัดและถามว่า “ไม่ใช่” “สมองกับใจคืออันเดียวกันหรือเปล่า?” อาตมาได้เรียนชี้แจงให้เขาทราบว่า สมองก็คือสมอง ใจก็คือใจ สมอง เป็นเพียงส่วนหนึ่งของร่างกาย เป็นเครื่องมือของใจเท่านั้น ใจ เป็นตัว ควบคุมทั้งหมด อย่างเช่น ขณะที่เรามองเห็น ภาพ แสงที่กระทบสิ่งนั้น ๆ เข้าสู่ประสาทตา แล้วสัญญาณจากประสาทตาจะส่งต่อไปที่ สมองผ่านมาถึงใจ เราถึงจะเห็นเป็นภาพ เราจะฟังเสียง จะลิ้มรสสัมผัสอะไรก็ตาม สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นจะผ่านสัญญาณประสาท ไปที่สมอง แล้วลงไปที่ใจของเรา ที่ศูนย์กลาง กายฐานที่ ๗ ที่กลางท้อง นั่นแหละวงจร การรับรู้ว่าจะสมบูรณ์ ฉะนั้นสมองจึงเป็นเพียง เครื่องมือของใจ วิธีพิสูจน์ว่าสมองกับใจเป็นคนละอันกัน ทำได้ง่าย ๆ เช่นถ้าเราหยิบฝาแก้วมาอันหนึ่ง ขณะที่เรามองฝาแก้วแล้วเห็นภาพ ถามว่า เราเห็นภาพ เพราะอะไร จริง ๆ แล้วเป็นเพราะ ว่า มีแสงมาตกกระทบที่ฝาแก้วแล้ววิ่งมาเข้าตา ของเรา ผ่านจอรับภาพในตา แปลงเป็น สัญญาณวิ่งไปตามเส้นประสาทตาไปเข้าสมอง ๔๖ ก ล ย า ณ ม ต ร ส่วนท้ายทอย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเห็น ทาง การแพทย์เพียงเท่านี้ก็ถือว่า วงจรการเห็น สมบูรณ์แล้ว แต่จริง ๆ ขอตอบว่ายัง การเห็นจะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อมีสัญญาณ วิ่งจากสมองส่วนท้ายทอยนี่ลงไป สู่ใจที่กลาง ท้อง การเห็นถึงจะสมบูรณ์ ยกตัวอย่างเช่น บางครั้งเราเหม่อมองไปในที่ไกล แล้วใจคิดถึง เรื่องอื่น พอสักพักเหลียวหน้าไปทางอื่น มีคน ถามว่า เมื่อสักครู่เห็นอะไร เราจะตอบว่า ไม่รู้เหมือนกัน ถามว่าเมื่อเราเหม่อมองนี้ มีแสงวิ่งเข้าตาเราไหม ตอบว่ามี เมื่อแสง เข้าตาโดยอัตโนมัติจะต้องแปลงเป็นสัญญาณ วิ่งไปตามเส้นประสาทตาไปที่สมองส่วน ท้ายทอย แต่ทำไมเราไม่เห็นล่ะ ตอบว่า เนื่องจากสัญญาณนั้นไปหยุดอยู่ที่เพียงสมอง ส่วนท้ายทอย ช่วงที่จะต่อจากสมองไปที่ใจนั้น มันขาดลง เพราะใจเราไปจดจ่อเรื่องอื่น อันนี้ เป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่า สมองกับใจเป็นคนละอัน สมองเป็นเพียงทางผ่าน เป็นเพียงเครื่องมือ ของใจเท่านั้น เมื่อรู้หลักอย่างนี้แล้วก็ขอให้ทราบ ต่อไปว่า ถ้าใจเรามีคุณภาพ สงบนิ่ง ตั้งมั่น แล้ว ทุกส่วนของร่างกายจะทำงานได้อย่าง ประสมประสาน มีประสิทธิภาพเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการนึกคิด ความทรงจำ การ เคลื่อนไหวอิริยาบถ ทุกสิ่งทุกอย่างจะ เหมาะเจาะประสานกันไปหมด เพราะใจ เปรียบเหมือนเป็นนาย กายเป็นเพียงบ่าว คอยรองรับ ถ้านายสดชื่นมีพลังแข็งแรง การบังคับบัญชาสั่งการให้บ่าวคือร่างกาย ทำงาน ก็จะได้ผลอย่างเต็มที่ จึงขอให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ตั้งใจฝึกสมาธิเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้ใจ ของเราสงบนิ่งตั้งมั่น แล้วก็ทรงประสิทธิ ภาพสูงสุด ส่งผลให้เราเองสามารถประสบ ความสำเร็จในชีวิตได้อย่างดียิ่ง การทำ สมาธินั้นคล้ายกับการรับประทานอาหาร คือต้องทำเป็นประจำทุก ๆ วัน อาหารมี ความจำเป็นต่อร่างกายฉันใด การปฏิบัติ ธรรมฝึกสมาธิ ก็มีความจำเป็นต่อจิตใจ ฉันนั้น Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More