ข้อความต้นฉบับในหน้า
1 dnssu
เ ล่ า น ท า น ใ ห้ ห ล า น ฟ้ ง
โดย น้าอึด
สวัสดีค่ะ หลาน ๆ ที่น่ารักทุกคน
ในสมัยพุทธกาล พระเทวทัตซึ่งมีศักดิ์เป็น
พี่ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้นผู้มีใจอิจฉาริษยา
ต้องการเป็นใหญ่เพื่อปกครองคณะสงฆ์ทั้งหมด จึงได้
แยกตนออกไปตั้งสำนักขึ้นเอง ในระยะแรก ๆ มีสงฆ์
ผู้รู้ไม่ทัน พากันเข้าเป็นพวกมากมาย แต่ต่อมาเมื่อ
ศึกษารู้ความจริงแล้วต่างก็ถอนตัวออกจากพระเทวทัต
พระเทวทัตนั้น มีความเจ็บแค้นอาฆาตพระพุทธ
องค์มาก พยายามปลงพระชนม์พระพุทธองค์อยู่บ่อย ๆ
เช่น ใช้ให้คนมาลอบยิง กลิ้งก้อนหินจากภูเขาลงมาจะ
ให้ถล่มทับ ปล่อยช้างตกมันและมอมเหล้าเป็นต้น
แต่ด้วยพุทธานุภาพ พระพุทธองค์มิได้รับอันตราย
อะไรนัก เพียงแต่นิ้วเท้าห้อพระโลหิตเท่านั้น
เรื่องนี้ เมื่อพระสงฆ์สาวกพูดคุยกันในโรง
ธรรมสภา พระพุทธองค์ตรัสว่า พระเทวทัตมีใจผูก
เวรกับพระองค์มาหลายภพหลายชาติแล้ว แล้วทรงเล่า
เรื่องในอดีตชาติให้ฟังว่า
ในอดีต
• นอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตครอง
ราชสมบัติกรุงพาราณสี ทรงมีโอรสกับพระอัครมเหสี
องค์หนึ่ง ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด พระเจ้าพรหมทัต
ทรงรู้สึกไม่ชอบพระราชโอรสองค์นี้เลย เมื่อพระโอรส
เจริญวัย ทรงส่งไปเรียนวิชาที่เมืองตักกสิลา นอกจาก
เมื่อพระราชโอรสเรียนวิชาจบแล้วกลับเข้าวัง
พระบิดาทรงแต่งตั้งให้เป็นอุปราช ความรู้สึกไม่ชอบ
พระโอรสของพระเจ้าพรหมทัตก็ทวีความรุนแรงขึ้น
เรื่อย ๆ จนถึงกับอยากจะให้พระโอรสตายไปเสียให้
พ้น ๆ
วันหนึ่ง มีคนเดินทางมาคนหนึ่งมานอนพักที่
ศาลาที่พัก ซึ่งอยู่ใกล้กับปราสาทของพระโอรส เขา
ถอดรองเท้าไว้ที่พื้นแล้วนอนอยู่ยังไม่หลับ
ขณะนั้น แม่สุนัขจิ้งจอกและลูกสองตัวของมันอยู่
ที่ใต้ศาลา ลูกสุนัขจิ้งจอกหิวอาหารจึงร้องขึ้น แม่จึง
บอกลูกว่า
“อย่าทำเสียงดัง ลูก มนุษย์คนหนึ่งนอนอยู่บน
ศาลานี้ เขาจะหลับอยู่แล้ว พอเขาหลับนะ แม่จะคาบ
รองเท้าของเขามาให้ลูกแทะกิน”
พระโอรสได้ยินสุนัขจิ้งจอกพูดกัน จึงเดินลงมา
หาชายที่นอนบนศาลา ถามว่า
“ใครนอนอยู่นั่น”
“กระหม่อมเองพะยะค่ะ เป็นคนเดินทางมาพัก
พะยะค่ะ”
“รองเท้าเจ้าอยู่ไหน” รับสั่งถาม
“อยู่ที่พื้นพะยะค่ะ”
“เอาขึ้นเก็บเสียให้ดี” สุนัขจิ้งจอกได้ยินดังนั้นก็
อย่างไรดี
พระโอรสจะเรียนรู้วิชาการสำหรับกษัตริย์แล้ว ก็ยัง โกรธมากที่พระโอรสมาขัดลาภของมัน แต่ไม่รู้ว่าจะทำ
เรียนรู้มนต์เสียงสัตว์ทุกชนิดอีกด้วย
๑๐๔ ก ล ย า ณ ม ต ร
Kalyanamitra.org