การอบรมเยาวชนและการทำงานกลุ่ม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 7 หน้า 90
หน้าที่ 90 / 128

สรุปเนื้อหา

สามารถพัฒนาไปได้ไกล แม้ว่าจะมี ทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถเฉพาะ คนเป็นจำนวนมาก ในสังคมไทยก็ตาม คือเรายังขาดทักษะในการทำงานแบบ หมู่คณะที่เป็นระบบ ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัย อันสำคัญยิ่ง ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้ ทาง วัดพระธรรมกาย ได้จัดโครงการอบรมที่สำคัญ ขึ้นโครงการหนึ่ง คือ “โครงการฝึกอบรม เยาวชน เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ โดยเน้นให้เยาวชนที่เข้าอบรม ได้เข้าใจถึง พื้นฐานของการเป็นคนดี และการเป็นคนเก่ง ไปพร้อม ๆ กัน ฝึกให้เด็กได้ทำงานร่วมกัน เป็นกลุ่ม โดยน้ามรรคมีองค์ ๘ มาปรับใช้ ให้เหมาะสม ซึ่งใช้ได้ทั้งปรับปรุงพฤติกรรม ของตนเอง และใช้ได้ในลักษณะของกลุ่มด้วย ตามหลักสูตรการอบรมและกิจกรรม เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ มีขอบเขต ' ครอบคลุม ดังนี้ ๑. มาตรฐานคนดีและคนเก่ง ๒. เทคนิคการทำงานระบบพึ่งต

หัวข้อประเด็น

- การอบรมเยาวชนและการทำงานกลุ่ม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สามารถพัฒนาไปได้ไกล แม้ว่าจะมี ทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถเฉพาะ คนเป็นจำนวนมาก ในสังคมไทยก็ตาม คือเรายังขาดทักษะในการทำงานแบบ หมู่คณะที่เป็นระบบ ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัย อันสำคัญยิ่ง ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้ ทาง วัดพระธรรมกาย ได้จัดโครงการอบรมที่สำคัญ ขึ้นโครงการหนึ่ง คือ “โครงการฝึกอบรม เยาวชน เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ โดยเน้นให้เยาวชนที่เข้าอบรม ได้เข้าใจถึง พื้นฐานของการเป็นคนดี และการเป็นคนเก่ง ไปพร้อม ๆ กัน ฝึกให้เด็กได้ทำงานร่วมกัน เป็นกลุ่ม โดยน้ามรรคมีองค์ ๘ มาปรับใช้ ให้เหมาะสม ซึ่งใช้ได้ทั้งปรับปรุงพฤติกรรม ของตนเอง และใช้ได้ในลักษณะของกลุ่มด้วย ตามหลักสูตรการอบรมและกิจกรรม เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ มีขอบเขต ' ครอบคลุม ดังนี้ ๑. มาตรฐานคนดีและคนเก่ง ๒. เทคนิคการทำงานระบบพึ่งตนเอง ๓. เทคนิคการทำงานระบบหมู่คณะ ชนิดและเทคนิคการอบรม ๑. เกมคอมพิวเตอร์ ๒. เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติทั้งในห้อง และนอกห้องเรียน ๓. เกมเสริมสร้างพลังความคิด และ พลังกลุ่ม ระยะเวลาในการฝึกอบรมนั้นประมาณ หนึ่งสัปดาห์ เยาวชนที่เข้าอบรมมีอายุระหว่าง ๑๑-๑๔ ปี และเมื่อผ่านการอบรมแล้ว พวกเขา ก็จะถูกฝึกเรื่องการทำงานเป็นทีม โดยใช้ มรรคมีองค์ ๘ เป็นภาคปฏิบัติ คอยควบคุม พฤติกรรมอีก ๒ วัน มรรคมีองค์ ๘ ที่นำมา สอนนั้น ได้ปรับใช้ตามระดับการเรียนรู้ตาม วัยของเด็ก ดังนี้ ๑. สัมมาทิฐิ เราใช้คำว่า เข้าใจถูก เรื่องบุญ-บาป ๒. สัมมาสังกัปปะ หมายถึง เข้าใจคิด คือคิดเป็น คิดในทางสร้างสรรค์ คิดถึงแต่สิ่ง 6666 กั ล ย า ณ ม ต ร ที่ดีงามถูกต้อง ๓. สัมมาวาจา เข้าใจพูด พูดเป็น รู้ว่าควรใช้คำพูดเช่นไรกับบุคคลใด เวลาไหน ควรพูด เวลาไหนไม่ควรพูด ๔. สัมมากัมมันตา เข้าใจทำหรือ ทำเป็น ทำในสิ่งที่ถูกต้องและเกิดประโยชน์ ตามฐานะและหน้าที่ของตนในปัจจุบัน ๕. สัมมาอาชีวะ รู้จักการใช้จ่าย รู้ว่า ตนเองต้องพึ่งคุณพ่อคุณแม่ในการหารายได้ มาเลี้ยงชีพ รู้ว่าควรจะช่วยแบ่งเบาภาระ ของพ่อแม่อย่างไรได้บ้าง เท่าที่อายุและวัย ของตัวเองจะทําได้ ๖. สัมมาวายามะ เข้าใจปรับปรุง ตนเอง รู้จักแก้นิสัยที่ผิด ๆ นิสัยที่ชอบผัดวัน ประกันพรุ่ง เกียจคร้านที่จะทำการบ้าน ดู หนังสือ ๒. สัมมาสติ เป็นคนรอบคอบ ไม่ เผอเรอ รู้จักเตือนตนเอง และเข้าใจเตือน เพื่อน ๆ ในเวลาที่เหมาะสม 4. สัมมาสมาธิ เข้าใจให้กำลังใจ ตนเองและเพื่อน ๆ ฝึกจิตใจให้มั่นคง สงบ แน่วแน่ในงานที่ทําหรืองานที่ได้รับมอบหมาย ไม่ละทิ้งงานจนกว่างานนั้นจะสำเร็จ จากหลักธรรมมรรคมีองค์ ๘ นี้ เมื่อนา มาปรับใช้เพื่อให้เข้ากับเด็ก และการทำงาน แบบกระบวนการกลุ่ม ก็จะได้ผลดีเป็นที่น่ พอใจทีเดียว ดังตัวอย่างการทำงานเป็นกลุ่ม ของเยาวชนที่ผ่านการอบรมจากโครงการ ฝึกอบรมเยาวชน เพื่อพัฒนาความคิดสร้าง สรรค์ โดยเราได้ให้หัวข้อในเรื่องของชาดก ให้เด็กกลุ่มหนึ่งได้ศึกษา เด็ก ๆ ก็จะเริ่มอ่าน ชาดกที่มีแต่เนื้อเรื่อง เราบอกให้เขาไปเขียน ภาพ บรรยายด้วยภาพแทน ส่วนการพากย์ เนื้อเรื่องนั้นให้แต่งใหม่ได้ อาจจะเป็นกลอน หรืออาจจะเป็นร้อยแก้ว ภาพที่เขาวาดเราจะ เอามาถ่ายเป็นสไลด์ แล้วให้เด็ก ๆ อัดเสียง พากย์เข้าไปด้วย หมายความว่าเขาจะต้อง ทำเองตั้งแต่ต้นจนกระทั่งสำเร็จรูป เป็นเหมือน กับสื่อการสอนชาดกเรื่องหนึ่งเลย โดยให้ เวลาพวกเขาทำงานให้เสร็จใน ๒ วันขณะที่ Kalyanamitra.org อยู่ในค่ายนี้ โดยให้เขาแบ่งงานกันเองหมด เลย คราวนี้ พอเขาแยกย้ายกันไปโดยแบ่ง กลุ่มต่าง ๆ หลายกลุ่มด้วยกัน กลุ่มที่จะนำ เสนอนี้เป็นกลุ่มที่ทำชาดกเรื่อง “จุลลกเศรษฐี ชาดก” คือชาดกว่าด้วยความฉลาดในการ สร้างฐานะ กลุ่มนี้มีสมาชิกด้วยกัน ๔ คนคือ เด็กชายกานตนันต์ บูรณดิลก อายุ ๑๒ ปี เด็กชายสุธร เฉลากาญจนา อายุ ๑๒ ปี เด็กชายทรงธรรม ไผ่จิตร อายุ ๑ ปี เด็กชายพีรเชษฐ์ ทรงขำ อายุ ๑๔ ปี พวกเด็ก ๆ พากันไปปรึกษาหารือ แล้วก็ แบ่งงานกัน เริ่มตั้งแต่วางแผนตามมรรคมีองค์ - ข้อที่หนึ่ง คือเขาจะต้องเข้าใจก่อนว่าเรื่องที่ จะท่าคืออะไร งานที่เขาจะต้องทำนั้นมีอะไร บ้าง พอเขาเข้าใจแล้ว เราก็นำเข้ามาสู่ข้อที่สอง คือเข้าใจคิด เข้าใจวางแผนว่าเขาจะต้องท่า ออกมาในลักษณะไหน ทีนี้เมื่อเขามีทั้งหมด ๔ คน เขาก็จัดแบ่งสรรปันงานกันอย่างสนุก ทีเดียว คนหนึ่งวาดเขียนเก่ง เขาก็แบ่งงาน ให้คนนี้เป็นคนวาดภาพ คนที่สองก็รับอาสา แต่งกลอน คนที่สามบอกว่าเขาจะเป็นคน ตรวจปรู๊ฟ แล้วก็มีอีกคนหนึ่งซึ่งคนนี้จะถูกฟ้อง อยู่เรื่อยเลยว่าไม่ช่วย มาฟ้องเป็นระยะ ๆ แต่ ความจริงแล้วในมรรคมีองค์ ๘ นี้ทุกคน จะต้องช่วยกันทำงาน ถึงแม้เขาจะไม่มีความ สามารถอะไรก็ตาม ก็ต้องหางานให้เขาทำ ให้ได้ อย่างข้อที่สาม สัมมาวาจา คือต้อง พูดกันให้รู้เรื่อง คนที่รู้มากที่สุดต้องท่าเป็น ตัวอย่างให้เขาดู และต้องพูดให้ฟังว่า ต้องทำ อย่างไร ต้องช่วยกันทำอะไรบ้าง คือต้องรู้จัก เตือน เข้าใจเตือน ให้รู้ว่าภาษาที่เตือนนี้จะใช้ อย่างไร เวลาไหน พอเข้าใจเตือนเราก็ต้องให้ กำลังใจด้วย ซึ่งผลสุดท้าย เด็ก ๆ ก็สามารถ ทําความเข้าใจกันได้ และงานก็บรรลุผลไป ตามเป้าหมายที่วางไว้เป็นอย่างดี
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More